ยาปรับฮอร์โมนรู้จักกันดีในชื่อของยาคุมหรือยาคุมกำเนิด โดยตัวยามีคุณสมบัติในการช่วยปรับฮอรโมนในร่างกายให้สมดุล เพราะหากฮอร์โมนเกิดความผิดปกติ ทำให้เกิดอาการหรือเป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ ได้ โดยนอกจากประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด ยังสามารถช่วยรักษาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ และช่วยทำให้ปัญหาสิว ผิวมัน ดีขึ้นได้อีกด้วย
บทความนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเลือกยาปรับฮอร์โมนให้เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด ทั้งสำหรับการคุมกำเนิด ผู้มีปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติ และผู้มีปัญหาสิว ประกอบกับคำแนะนำจาก ภก.นราวิชญ์ คงทอง มาแนะนำเพิ่มเติมอีกด้วย

เภสัชกรมอสจบการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบันทำงานอยู่ที่โรงงานผลิตยานิวเจริญฟาร์มาซูติคอล ตำแหน่งเภสัชกรแผนกผลิต Production Pharmacist ทำหน้าที่ดูแลควบคุมการผลิตยาให้ได้คุณภาพตามมาตราฐานที่กำหนด และทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้านขายยามาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปี จากประสบการณ์ทั้งหมดที่มี ทำให้เภสัชกรมอสต้องคลุกคลีอยู่กับการผลิตยา และพบปะคนไข้ที่ต้องการใช้ยาประเภทต่าง ๆ อยู่เสมอ พบการใช้ยาอย่างผิดวิธีของผู้มารับบริการอยู่บ่อยครั้ง เภสัชกรมอสจึงมุ่งมั่นที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ยาและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมแก่ผู้มารับบริการ โดยมีเป้าหมายว่าจะทำให้คุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนดีขึ้น จากการใช้ยาที่มีคุณภาพอย่างปลอดภัย

mybest คือเว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการที่มุ่งนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่าการเลือกสินค้าและบริการที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เนื้อหาจากทุกบทความของ mybest จึงผ่านกระบวนการค้นคว้า วิเคราะห์ และเรียบเรียงโดยทีมบรรณาธิการ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ทีมบรรณาธิการของ mybest ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่การเปรียบเทียบคุณสมบัติ วิธีการเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงมุ่งนำเสนอคำแนะนำที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด
ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฏหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้

ยาปรับฮอร์โมนใช้เพื่อปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ชนิดฮอร์โมนรวม ชนิดฮอร์โมนเดี่ยว และยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดแบบฉุกเฉิน
ยาปรับฮอร์โมนคือยาที่ใช้เพื่อปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย สามารถใช้ในการรักษาหรือควบคุมอาการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยมีความแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ในการใช้งาน และการทำงานของฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง มักรู้จักกันในชื่อของยาคุมหรือยาคุมกำเนิด
ทั้งนี้ ยาปรับฮอร์โมนถือเป็นหนึ่งในยาที่นำมาใช้ในการรักษาโรค เนื่องจากตัวยาจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนในร่างกาย ตัวอย่างการใช้ยาปรับฮอร์โมนเพื่อการรักษา เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ อาการเจ็บปวดมดลูก อาการผิดปกติทางร่างกายและจิตใจช่วงก่อนมีประจำเดือน สิวที่เกิดจากฮอร์โมน ตลอดจนใช้ในการคุมกำเนิดในผู้ที่ยังไม่พร้อมตั้งครรภ์ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้
・ชนิดฮอร์โมนรวม จะประกอบด้วยฮอร์โมน Estrogen และ Progesterone (ต่อจากนี้จะใช้ชื่อ Progestin เป็นชื่อฮอร์โมนสังเคราะห์ที่ทำหน้าที่เหมือนฮอร์โมน Progesterone) รวมกันในเม็ดเดียว มีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์สูงมาก
・ชนิดฮอร์โมนเดี่ยว จะมีฮอร์โมน Progestin เพียงอย่างเดียว ส่วนใหญ่จะใช้ในผู้ที่มีข้อห้ามใช้ยาชนิดฮอร์โมนรวม หรือผู้ที่ห้ามใช้ฮอร์โมน Estrogen ได้แก่ แม่ที่กำลังให้นมบุตร หรือมีประวัติเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดหัวใจ หรือผู้ที่ต้องการเลื่อนประจำเดือน ซึ่งยาปรับฮอร์โมนประเภทนี้ ช่วยลดอาการข้างเคียงจากฮอร์โมน Estrogen ได้ แต่ประสิทธิภาพการคุมกำเนิดจะต่ำกว่าชนิดฮอร์โมนรวม จำเป็นต้องกินต่อเนื่องและตรงเวลามาก
・ยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดแบบฉุกเฉิน มักใช้เฉพาะยามฉุกเฉิน เช่น ถุงยางรั่วหรือแตก โดยทำให้ระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงไป มีผลให้เยื่อบุโพรงมดลูกไม่เหมาะกับการฝังตัวของไข่ที่ถูกผสมแล้ว ควรรับประทานให้เร็วที่สุดภายใน 24 - 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ จึงจะมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดได้ดี

เนื่องจากการใช้ยาปรับฮอร์โมนมีรายละเอียดเกี่ยวกับตัวยา ที่ส่งผลต่อการทำงานของฮอร์โมนในร่างกาย จึงอาจมีผลข้างเคียงขณะใช้งาน และหลักการการเลือกใช้ยาปรับฮอร์โมนของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน โดยมีข้อจำกัดเฉพาะที่ทำให้ผลลัพธ์ในการรับประทานยาปรับฮอร์โมนแตกต่างกันได้ จึงต้องมีการคำนวณปริมาณให้เหมาะสม และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น
ทั้งนี้ การใช้ยาปรับฮอร์โมนในผู้ที่มีข้อห้ามในการใช้ อาจทำให้เกิดความเสี่ยงหรือผลข้างเคียงรุนแรง เช่น ฮอร์โมน Estrogen ในยาปรับฮอร์โมน มีผลต่อการทำงานของหลอดเลือดหัวใจ ทำให้ความดันโลหิตสูงได้ เสี่ยงเกิดลิ่มเลือดที่หัวใจ หรือมีความเสี่ยงเกิดมะเร็งเต้านม เนื้องอกที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน และยังมีโรคหรืออาการข้างเคียงอื่น ๆ ที่อันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้น จึงไม่ควรซื้อยาปรับฮอร์โมนมารับประทานเองโดยเด็ดขาด แต่หากต้องการรับประทานยาปรับฮอร์โมนเพื่อหวังผลการรักษาแบบใด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อให้ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมในการใช้ยา
ก่อนการใช้ยาทุกประเภท ผู้ใช้ควรศึกษารายละเอียดของยาให้เข้าใจ เพื่อช่วยทำให้ไม่รู้สึกกังวลเกี่ยวกับตัวยามากเกินไป ทั้งยังช่วยทำให้สังเกตอาการหลังรับประทานได้ หากมีอาการผิดปกติ ก็สามารถไปพบแพทย์ได้ทันเวลา โดยให้ศึกษาตามวิธีการ ดังนี้
การใช้ยาปรับฮอร์โมนไม่ถูกต้องเหมาะสมตามวัตถุประสงค์การใช้งาน ทำให้อาการผิดปกติที่เป็นอยู่ไม่ดีขึ้น หรือทำให้การคุมกำเนิดไม่ได้ผล อีกทั้งยังอาจได้ผลลัพธ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายในระยะยาว ให้พิจารณาดังนี้

ยาปรับฮอร์โมนชนิดฮอร์โมนรวมมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดสูงที่สุด จากยาปรับฮอร์โมนประเภทรับประทานทุกประเภท
การคุมกำเนิดด้วยยาปรับฮอร์โมน เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ที่ยังไม่ต้องการตั้งครรภ์ โดยแนะนำให้เลือกยาปรับฮอร์โมนชนิดฮอร์โมนรวม ซึ่งนิยมใช้ในการคุมกำเนิด เพราะมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในบรรดายาปรับฮอร์โมนประเภทรับประทานทุกชนิด
เนื่องจากว่า ฮอร์โมน Estrogen และ Progestin ในตัวยาประเภทนี้ จะช่วยกดการทำงานของฮอร์โมน FSH และฮอร์โมน LH ในเพศหญิง จนสามารถยับยั้งการตกไข่ได้ นอกจากนี้ Progestin ยังช่วยให้มูกบริเวณปากมดลูกข้นเหนียว ไม่เหมาะกับการเคลื่อนที่ของอสุจิ เยื่อบุโพรงมดลูกจึงบางลง ไม่เหมาะกับการฝังตัวของตัวอ่อน จึงสามารถคุมกำเนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังมีผลดีทำให้ประจำเดือนมาตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ ลดอาการปวดประจำเดือนได้
ทั้งนี้ หากเป็นผู้ที่มีข้อห้ามในการใช้ Estrogen เช่น ผู้หญิงที่กำลังให้นมบุตร หรือมีประวัติเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดหัวใจ หรือมีอาการข้างเคียงรุนแรงจากฮอร์โมน Estrogen อาจต้องใช้ยาปรับฮอร์โมนชนิดฮอร์โมนเดี่ยว แต่จะมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดต่ำกว่า

หากเป็นความผิดปกติของประจำเดือนเนื่องจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น ภาวะความเครียด การใช้ยาปรับฮอร์โมนอาจไม่สามารถรักษาอาการได้
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมียาปรับฮอร์โมนที่สามารถช่วยลดกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (Premenstrual syndrome; PMS) เช่น อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด ซึมเศร้า ปวดศีรษะ ปวดประจำเดือน หรือเจ็บคัดตึงเต้านม และช่วยลดปัญหาประจำเดือนมามากผิดปกติได้อีกด้วย โดยจะเป็นยาปรับฮอร์โมนชนิดฮอร์โมนรวม 24 + 4 คือเป็นเม็ดยาที่มีฮอร์โมน 24 เม็ด และเม็ดแป้งอีก 4 เม็ด ซึ่งช่วงที่เป็นเม็ดแป้งจะมีระยะสั้น ๆ เพียงแค่ 4 วัน ทำให้ความแตกต่างของระดับฮอร์โมนไม่แปรปรวนมากเกินไป จึงช่วยลดอาการก่อนมีประจำเดือนได้ดี
ทั้งนี้ สามารถเริ่มรับประทานได้ทันทีหลังได้รับยาจากแพทย์หรือเภสัชกร โดยรับประทานติดต่อกันได้เรื่อย ๆ เป็นเวลา 6 เดือน ถึง 1 ปี ตามคำแนะนำของแพทย์ หากหยุดยาแล้วประจำเดือนกลับมาเป็นปกติ มีรอบประจำเดือนคงที่ ก็ไม่จำเป็นต้องรับประทานต่อ
หมายเหตุ
ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ฮอร์โมน Progestin รุ่นที่ 4 Drospirenone , Cypoterone Acetate มีผลข้างเคียงน้อย และช่วยรักษาอาการเป็นสิว ผิวมัน ได้ดีที่สุดในทุก ๆ รุ่น
ฮอร์โมนเพศชาย ดังนั้น การใช้ยาเพื่อปรับระดับฮอร์โมนจึงมีประโยชน์ช่วยลดการเกิดสิวได้ ขอแนะนำว่า ควรเลือกพิจารณาจากฮอร์โมน Progestin ที่อยู่ในยาปรับฮอร์โมนเป็นหลัก ซึ่งสามารถแบ่งออกได้อีกเป็น 4 รุ่น แต่ละรุ่นจะให้ผลข้างเคียงที่แตกต่างกัน ดังนี้
・รุ่นที่ 1 Ethynodiol Diacetate, Norethindrone, Norethindrone Acetate เป็นฮอร์โมนรุ่นแรก จะมีฤทธิ์ของฮอร์โมนเพศชายสูง ทำให้มีผลข้างเคียง เช่น หน้ามัน เป็นสิว ขนดกได้
・รุ่นที่ 2 Levonorgestrel, Norgestrel ซึ่งจะพัฒนาต่อยอดมาจากรุ่นที่ 1 ในกลุ่มนี้จะมีฤทธิ์ของฮอร์โมนเพศชายอยู่แต่จะน้อยกว่ารุ่นแรก
・รุ่นที่ 3 Desogestrel, Norgestimate, Gestodene กลุ่มนี้จะมีฤทธิ์ของฮอร์โมนเพศหญิงสูง ฤทธิ์ของฮอร์โมนเพศชายต่ำมาก ทำให้มีอาการข้างเคียงอย่างเป็นสิว หน้ามัน ขนดก เกิดได้น้อยมาก
・รุ่นที่ 4 Drospirenone, Cypoterone Acetate เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด จะมีฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเพศชายได้ดี จึงช่วยให้ลดปัญหาหน้ามัน เป็นสิว น้ำหนักเพิ่ม ขนดก ในผู้หญิงได้ดี อีกทั้ง Drospirenone ยังมีฤทธิ์ช่วยในการขับน้ำได้ จึงทำให้ไม่บวมน้ำ น้ำหนักไม่เพิ่มขึ้น
ในผู้ที่มีปัญหาสิว ผิวมันจากฮอร์โมน Testosterone ให้เลือกพิจารณาจาก Progestin ในรุ่นที่ 4 Drospirenone, Cypoterone Acetate เพราะมีผลข้างเคียงน้อย และช่วยรักษาอาการเป็นสิว ผิวมัน ได้ดีที่สุดในทุก ๆ รุ่น โดยควรรับประทานติดต่อกันต่อเนื่อง เพื่อปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายให้คงที่ แนะนำให้เริ่มใน 1 - 5 วันแรก ของการมีประจำเดือน เนื่องจากจะทำให้รอบเดือนในครั้งถัดไปไม่เปลี่ยนไปจากเดิม
หมายเหตุ
ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ผู้ที่ยังไม่เคยรับประทานยาปรับฮอร์โมนมาก่อน ควรพิจารณาเลือกที่ฮอร์โมน Estrogen เป็นอันดับแรก โดยให้สังเกตที่ค่า EE หรือ Ethinyl Estradiol เป็นฮอร์โมนในกลุ่มฮอร์โมน Estrogen เนื่องจากการใช้ฮอร์โมน Estrogen ในปริมาณยาที่สูง เช่น Ethinyl Estradiol 0.050 มิลลิกรัม ทำให้มีอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาปรับฮอร์โมนค่อนข้างมาก เช่น คลื่นไส้รุนแรง ท้องอืดรุนแรง เจ็บคัดเต้านมมากผิดปกติ
จึงแนะนำให้เริ่มต้นจากการใช้ Estrogen ในปริมาณต่ำถึงกลาง ที่ Ethinyl Estradiol 0.030 - 0.035 มิลลิกรัม ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายตามร้านขายยา ก็จะมีระดับ Estrogen ในปริมาณนี้ อย่างไรก็ตาม หากยังมีอาการไม่พึงประสงค์เพราะยาปรับฮอร์โมนมีค่า EE สูงเกินไป สามารถลดปริมาณลงมาได้ จะช่วยลดอาการไม่พึงประสงค์ได้ค่อนข้างมาก แต่ต้องระวังอาการเลือดออกผิดปกติ ที่คล้ายประจำเดือนมาแบบกะปริบกะปรอย เนื่องจากระดับฮอร์โมน Estrogen ที่ได้รับต่ำเกินไป
หมายเหตุ
ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฏหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย
ไม่พบสินค้าหรือบริการตามเงื่อนไขที่ระบุ
กรุณาเปลี่ยนเงื่อนไขตัวกรอง

ยาปรับฮอร์โมนมีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก อาจรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้ ผู้ใช้จึงควรศึกษาผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ก่อนใช้ยาปรับฮอร์โมน เพื่อให้ไม่รู้สึกตื่นตระหนก หรือวิตกกังวลมากเกินไป โดยผลข้างเคียงจากการรับประทานจะมาจากฮอร์โมน 2 ชนิดที่อยู่ในยาปรับฮอร์โมน ดังนี้
・ผลข้างเคียงจาก Progestin ได้แก่ หน้ามัน เป็นสิว ขนเพิ่มขึ้น น้ำหนักเพิ่ม เพิ่มความอยากอาหาร โดยเกิดจากการใช้ฮอร์โมน Progestin รุ่นเก่า หากเป็นรุ่นใหม่ ๆ จะไม่ค่อยมีอาการข้างเคียงรุนแรง
ช่วงแรกของการรับประทานยาปรับฮอร์โมนทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ และจะค่อย ๆ ลดลงได้เอง เนื่องจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น อาจมาจากอาการบวมน้ำเนื่องจากฮอร์โมนในตัวยา ให้ลองพิจารณาเปลี่ยนเป็นยาปรับฮอร์โมนที่มีตัวยา Drospirinone ซึ่งจะช่วยลดการกักเก็บน้ำในร่างกายและไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้
ทั้งนี้ ผลข้างเคียงเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการแพ้ยาปรับฮอร์โมน อาการจะค่อย ๆ ลดลงและดีขึ้นตามลำดับ หลังรับประทานไปแล้วประมาณ 2 - 3 เดือน ส่วนการแพ้ยาปรับฮอร์โมนพบได้น้อย ลักษณะอาการแพ้ที่พบได้ เช่น มีผื่นขึ้น หอบเหนื่อย ถ่ายเหลว หน้ามืด เป็นลม หากมีอาการดังกล่าวควรหยุดรับประทานยาโดยทันที และรีบไปพบแพทย์
หมายเหตุ
ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
การเลือกใช้ยาปรับฮอร์โมนมมีผลข้างเคียงจากการใช้ยาที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทของฮอร์โมนที่ใช้ในตัวยาแต่ละยี่ห้อ จึงควรเลือกใช้ยาปรับฮอร์โมนให้เหมาะสมกับเงื่อนไขสุขภาพ และวัตถุประสงค์การใช้ยาของคุณ นอกจากนี้ การใช้ยาปรับฮอร์โมนเพื่อวัตถุประสงค์ในการคุมกำเนิด สามารถช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ แต่ไม่ได้ทำให้ปลอดภัยจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จึงควรใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ร่วมด้วย
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































