ยาแก้ไอเด็ก ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ไอแห้ง ไอมีเสมหะ
ยาแก้ไอเด็กมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการไอที่เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น จากอาการหวัด ภูมิแพ้ หรือการระคายเคืองในลำคอ ทำให้เด็กนอนหลับและฟื้นฟูร่างกายได้ดีขึ้น โดยปรับสูตรให้มีความปลอดภัยและเหมาะสมกับวัยเด็ก อีกทั้งยาแก้ไอเด็กในปัจจุบันบางยี่ห้อมีการเสริมวิตามินและสารอาหารอื่น ๆ ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในกับร่างกาย ยิ่งทำให้เด็กฟื้นตัวจากอาการป่วยได้เร็วขึ้น
บทความนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเลือกยาแก้ไอเด็ก สำหรับเด็กที่มีอาการไอแห้ง ไอมีเสมหะ ไอจากหลอดลมหดตัว มีทั้งรูปแบบน้ำ รูปแบบเม็ด มีรสชาติ สี และกลิ่นที่เหมาะกับเด็ก ประกอบกับคำแนะนำเพิ่มเติมจาก ภก.เมฆา วีระวานิช เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ มาแนะนำเพิ่มเติมด้วย

เภสัชกรหมอกเป็นเภสัชกรปฏิบัติการและครีเอเตอร์ด้านสุขภาพ ผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับยา อาหารเสริม และการดูแลสุขภาพผ่านช่อง "เภหมอกทอล์คเรื่องยา" บน TikTok โดยมุ่งหวังให้คนไทยเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้เกี่ยวกับยาและสุขภาพ ผ่านการอธิบายที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง ด้วยความหลงใหลในสายงานเภสัชกรรม เภสัชกรหมอกมีประสบการณ์เข้าร่วมกิจกรรมและการแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับยาและสุขภาพตั้งแต่สมัยเรียน ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ทำให้มีทักษะในการสื่อสารความรู้ทางวิชาการให้ง่ายต่อการเข้าใจ โดยปัจจุบันยังคงพัฒนาเนื้อหาเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างถูกต้อง การเลือกผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เหมาะสม ตลอดจนเทคนิคการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อให้ผู้คนดูแลตัวเองและคนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เภสัชกรหมอกยังเชื่อว่า "ความรู้ด้านสุขภาพที่ถูกต้องสามารถช่วยให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น" จึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ให้ทั้งสาระ ความถูกต้อง และความเข้าใจง่าย เพื่อให้ข้อมูลทางสุขภาพเข้าถึงคนทุกกลุ่ม และช่วยลดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับยาและอาหารเสริมที่พบได้บ่อยในสังคม

mybest คือเว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการที่มุ่งนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่าการเลือกสินค้าและบริการที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เนื้อหาจากทุกบทความของ mybest จึงผ่านกระบวนการค้นคว้า วิเคราะห์ และเรียบเรียงโดยทีมบรรณาธิการ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ทีมบรรณาธิการของ mybest ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่การเปรียบเทียบคุณสมบัติ วิธีการเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงมุ่งนำเสนอคำแนะนำที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด
ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฏหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
เริ่มใช้ยาแก้ไอเด็กได้ในเด็กตั้งแต่อายุเท่าไร

เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี ระบบทางเดินหายใจยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ หากได้รับยาแก้ไอเด็กที่มีส่วนผสมของตัวยาบางชนิด เช่น Dextromethorphan, Codeine จะมีผลข้างเคียงที่ทำให้หายใจลำบากได้

ยาแก้ไอเด็กต่างจากยาแก้ไอผู้ใหญ่อย่างไร

ยาแก้ไอเด็กมักมีความเข้มข้นของตัวยาต่ำกว่ายาแก้ไอผู้ใหญ่เพื่อให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัวเด็ก และมักจะมาในรูปแบบน้ำเชื่อม เพื่อให้ง่ายต่อการกลืนและมีรสชาติที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ

- ส่วนประกอบของยา ยาที่ใช้ในเด็กมักมีการควบคุมและระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยสูง และมีการเลือกส่วนประกอบที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า ซึ่งบางตัวยาที่ใช้ในผู้ใหญ่อาจห้ามใช้ในเด็ก เพราะมีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่รุนแรงในเด็กได้
- ขนาดยา จะถูกปรับตามอายุและน้ำหนักของเด็ก เนื่องจากขนาดยาในผู้ใหญ่จะมากกว่าที่ใช้ในเด็ก
- รูปแบบของยา เช่น ยาเม็ด อาจออกแบบมาให้เหมาะสมกับผู้ใหญ่ และอาจไม่เหมาะสำหรับเด็กที่มีปัญหาการกลืนหรือการรับยาในรูปแบบเม็ด
อย่างไรก็ตาม การใช้ยาแก้ไอสำหรับผู้ใหญ่ในเด็กสามารถใช้ได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของกุมารแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น เนื่องจากความแตกต่างในระบบทางเดินหายใจของเด็กยังไม่พัฒนาอย่างเต็มที่ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงในเด็กได้ เช่น การหยุดหายใจ (Codeine) หรือผลกระทบทางระบบประสาท (Dextromethorphan)
วิธีการเลือกยาแก้ไอเด็ก
ยาแก้ไอเด็กมีข้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ เพื่อให้ได้แบบที่ตรงกับความต้องการและเหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด โดยสามารถเลือกได้ตามวิธีการดังต่อไปนี้
เลือกจากประเภทของยาแก้ไอเด็กตามอาการที่เป็น
ยาแก้ไอเด็กมีให้เลือกตามอาการที่เป็น โดยมีทั้งอาการไอแห้งจากการระคายเคืองในลำคอ อาการไอที่มีเสมหะ และอาการไอจากการหดตัวของหลอดลม ซึ่งจะมีวิธีการพิจารณาดังต่อไปนี้
สำหรับเด็กที่มีอาการไอแห้งจากการระคายเคืองในลำคอหรือการติดเชื้อไวรัส แนะนำให้เลือกยาแก้ไอเด็กกลุ่มกดการไอ (Antitussives)

ยาแก้ไอเด็กกลุ่มกดการไอ (Antitussives) เหมาะสำหรับอาการไอแห้งหรือไอที่ไม่มีเสมหะ ที่เกิดจากการระคายเคืองหรืออาการไอที่ไม่ต้องการขับเสมหะออก

- Dextromethorphan ช่วยลดอาการไอโดยไม่ทำให้รู้สึกง่วงนอน และไม่มีฤทธิ์กดประสาทแบบยาบางประเภท
- Codeine ใช้ในกรณีที่อาการไอไม่สามารถควบคุมได้ด้วยยาต้านอาการไอทั่วไป มีฤทธิ์ที่แรงกว่า Dextromethorphan แต่อาจทำให้รู้สึกง่วงนอน เนื่องจากมีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง
อย่างไรก็ตาม ยาแก้ไอเด็กส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นผลภายใน 1 - 2 วันหลังจากการเริ่มใช้ยา ระยะเวลาในการเห็นผลจึงอาจแตกต่างกันไปตามประเภทยา ทั้งนี้ ยาแก้ไอเด็กกลุ่มกดการไอยังควรใช้อย่างระมัดระวังในเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด เนื่องจากไปกระตุ้นการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอาจทำให้อาการหอบหืดแย่ลง หรือในเด็กที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด อาจส่งผลข้างเคียงต่อปัญหาหัวใจ ยิ่งโดยเฉพาะในตัวยา Codeine ซึ่งมีผลที่เกี่ยวข้องกับระบบหัวใจและหลอดเลือดโดยตรง
สำหรับเด็กที่มีอาการไอแบบมีเสมหะหรืออาการไอที่เกิดจากการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ แนะนำให้เลือกยาแก้ไอเด็กกลุ่มละลายเสมหะ (Mucolytics) และขับเสมหะ (Expectorants)


อาการไอที่มีเสมหะหรือการขับเสมหะออกจากระบบทางเดินหายใจ มักเกิดจากการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ เช่น หวัด ภาวะติดเชื้อทางเดินหายใจ หรือโรคปอดอักเสบ ซึ่งการใช้ยาแก้ไอเด็กกลุ่มกดอาการไออาจทำให้เสมหะสะสมและทำให้การหายใจลำบากขึ้น จึงแนะนำยาแก้ไอเด็กที่มีส่วนช่วยในการขับเสมหะและบรรเทาอาการไอดังต่อไปนี้
- ยาแก้ไอเด็กกลุ่มละลายเสมหะ (Mucolytics) ยาประเภทนี้ทำงานโดยการลดความหนืดของเสมหะ ทำให้เสมหะมีความเหลวและง่ายต่อการขับออก เช่น Acetylcysteine หรือ Ambroxol เหมาะสำหรับอาการไอที่มีการสะสมของเสมหะในระบบทางเดินหายใจ แต่อาจใช้เวลาหลายวันในการบรรเทาอาการให้ดีขึ้น
- ยาแก้ไอเด็กกลุ่มยาขับเสมหะ (Expectorants) ยาประเภทนี้ช่วยกระตุ้นการขับเสมหะออกจากระบบทางเดินหายใจ เช่น Guaifenesin ช่วยให้เสมหะในระบบทางเดินหายใจหลุดลอกออกได้ง่าย โดยจะเริ่มเห็นผลใน 1 - 2 วัน และทำให้หายใจได้สะดวกขึ้น
ทั้งนี้ หลังการให้ยาแก้ไอเด็กควรติดตามอาการของเด็กเพื่อดูว่ามีการตอบสนองต่อตัวยาอย่างไรบ้าง หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการข้างเคียง ควรหยุดการใช้ยาและปรึกษากุมารแพทย์หรือเภสัชกรทันที
สำหรับเด็กที่มีอาการไอจากการหดตัวของหลอดลม เช่น โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง แนะนำให้เลือกยาแก้ไอเด็กกลุ่มขยายหลอดลม (Bronchodilators)

ยาแก้ไอเด็กกลุ่มขยายหลอดลมมักใช้เมื่ออาการไอมีความสัมพันธ์กับการหดตัวของหลอดลมหรือโรคที่เกี่ยวข้อง เช่น โรคหอบหืดหรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) โดยจะช่วยในการรักษาภาวะที่ทำให้เกิดการหดตัวของหลอดลม ทำให้หายใจได้สะดวกขึ้น

โดยมีตัวยาที่แนะนำ ได้แก่ Salbutamol หรือ Terbutalline ใช้รักษาและป้องกันภาวะหลอดลมหดตัวจากโรคหืด หลอดลมอักเสบ ถุงลมโป่งพอง หรือโรคที่ผู้ป่วยมีอาการหายใจไม่สะดวก หายใจเสียงดัง และอาการแน่นหน้าอก มักใช้ในรูปแบบของยาพ่นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ทั้งนี้ ควรใช้ด้วยความระมัดระวังและอยู่ภายใต้คำแนะนำของกุมารแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น เนื่องจากตัวยาทั้ง 2 ชนิดอาจทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นได้
สำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 4 ปี แนะนำให้เลือกยาแก้ไอเด็กที่มีส่วนประกอบของตัวยา Levodropropizine เพื่อความปลอดภัย

ยาแก้ไอเด็กที่มีส่วนประกอบของตัวยา Levodropropizine มักถูกพิจารณาเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับยาแก้ไอเด็กที่มีฤทธิ์กดระบบทางเดินหายใจ

Levodropropizine เป็นยาบรรเทาอาการไอแห้งที่สามารถใช้ได้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 4 ปี เนื่องจากตัวยามีกลไกการทำงานที่ไม่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจโดยตรงเหมือนกับยาแก้ไออื่น ๆ เช่น Codeine และ Dextromethorphan ที่อาจมีข้อจำกัดในการใช้กับเด็กเล็กมาก ๆ เพราะมีฤทธิ์กดระบบทางเดินหายใจ โดยตัวยา Levodropropizine มีคุณสมบัติที่ดีต่อเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี ดังนี้
- ลดการกระตุ้นของเส้นประสาทที่ทำให้เกิดการไอ ช่วยลดความถี่และความรุนแรงของการไอแห้งได้ดี
- ตัวยามีผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลางน้อยกว่าตัวยาอื่น ๆ จึงไม่ทำให้เกิดอาการง่วงซึม
- มักมีการผลิตในรูปแบบน้ำเชื่อม ซึ่งทำให้สามารถปรับปริมาณยาได้ง่ายตามน้ำหนักตัว
อย่างไรก็ตาม ควรใช้ยาแก้ไอเด็ก Levodropropizine ตามปริมาณที่แนะนำบนฉลากยา หรือคำแนะนำจากกุมารแพทย์และเภสัชกรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่ดีจากตัวยา
พิจารณารูปแบบของยาแก้ไอเด็กจากความสามารถในการกลืนยาและความสะดวกในการใช้ยา

ยาแก้ไอเด็กที่มีวางจำหน่ายในปัจจุบันจะมีให้เลือก 3 รูปแบบ ได้แก่ แบบน้ำเชื่อม แบบเม็ด และแบบพ่นคอ โดยแต่ละรูปแบบมีความแตกต่างกันในด้านความสะดวกในการใช้งาน หากเลือกได้อย่างเหมาะสม จะช่วยลดความตึงเครียดและความวิตกกังวลของเด็กในการทานยาได้

การเลือกใช้ยาแก้ไอสำหรับเด็กควรพิจารณาจากความสามารถในการกลืนยาและความสะดวกในการใช้ยา ซึ่งยาแก้ไอเด็กมีมีวางจำหน่ายในปัจจุบัน จะมี 3 รูปแบบที่ได้รับความนิยมดังต่อไปนี้
- ยาแก้ไอเด็กแบบน้ำเชื่อม (Syrup) เหมาะสำหรับเด็กที่ไม่สามารถกลืนยาเม็ดได้ และต้องการการปรับขนาดยาตามน้ำหนักตัวเด็ก
- ยาแก้ไอเด็กแบบเม็ด (Tablet/Capsule) เหมาะสำหรับเด็กที่สามารถกลืนยาเม็ดได้และต้องการความสะดวกในการพกพา แต่เด็กเล็กบางคนอาจไม่สามารถกลืนเม็ดหรือแคปซูลได้
- ยาแก้ไอเด็กแบบพ่นคอ (Throat Spray) มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองที่ลำคอหรือคออักเสบที่เป็นสาเหตุของอาการไอได้ และเป็นตัวยาที่ไม่ทำให้เกิดรสชาติ ช่วยให้ใช้กับเด็กได้ง่ายขึ้น
โดยการเลือกรูปแบบยาแก้ไอเด็กที่เหมาะสมจะช่วยลดความตึงเครียดและความวิตกกังวลของเด็กในการทานยา ทำให้การรักษาเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลือกใช้รูปแบบยาแก้ไอเด็ก ควรปรึกษากุมารแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม
เลือกใช้ยาแก้ไอเด็กให้เหมาะสมกับช่วงอายุและน้ำหนักตัวเด็ก

การให้ยาแก้ไอเด็กตามช่วงอายุและน้ำหนักตัวเด็กเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากช่วยให้เด็กได้รับตัวยาในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและช่วยให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ทั้งยังลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงได้

- เด็กอายุ 2 - 6 ปี น้ำหนักตัวประมาณ 10 - 15 กิโลกรัม แนะนำให้ทานประมาณ 2.5 - 5 มิลลิลิตร ทุก ๆ 4 - 6 ชั่วโมง ไม่เกิน 4 ครั้งต่อวัน
- เด็กอายุ 6 - 12 ปี น้ำหนักตัวประมาณ 15 - 30 กิโลกรัม แนะนำให้ทานประมาณ 5 - 10 มิลลิลิตร ทุก ๆ 4 - 6 ชั่วโมง ไม่เกิน 4 ครั้งต่อวัน
- เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป น้ำหนักตัวประมาณ 25 กิโลกรัมขึ้นไป ควรใช้ตามขนาดที่ระบุในฉลาก หรือคำแนะนำของกุมารแพทย์และเภสัชกร
ยาแก้ไอเด็กแบบเม็ด
- เด็กอายุ 6 - 12 ปี น้ำหนักตัวประมาณ 15 - 30 กิโลกรัม แนะนำให้ทานประมาณ 1 - 2 เม็ด ตามคำแนะนำของแต่ละยี่ห้อ โดยทานทุก ๆ 4 - 6 ชั่วโมง ไม่เกิน 4 ครั้งต่อวัน
- เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป น้ำหนักตัวประมาณ 25 กิโลกรัมขึ้นไป ควรใช้ตามขนาดที่ระบุในฉลากยา หรือตามคำแนะนำของกุมารแพทย์และเภสัชกร
อย่างไรก็ตาม กรณีเป็นยาแก้ไอเด็กแบบพ่นคอมักจะมีการระบุบนฉลากยาให้พ่นครั้งละ 1 - 2 ปั๊ม 3 ครั้งต่อวัน หรือใช้ได้บ่อยได้ตามที่ต้องการ เนื่องจากรูปแบบพ่นคอที่ซื้อใช้ได้เองโดยไม่ต้องผ่านคำสั่งยาจากกุมารแพทย์ มักจะไม่มีส่วนผสมของตัวยาที่ช่วยลดอาการไอ โดยจะเป็นตัวยาลดอักเสบ ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอในเด็กมากกว่า จึงใช้ได้บ่อยเท่าที่ต้องการ แต่แนะนำให้อ่านจากฉลากยาหรือปรึกษาเภสัชการควบคู่ไปด้วยก่อนการใช้
เลือกจากรสชาติ กลิ่น และสีของยาแก้ไอเด็กเพื่อช่วยให้เด็กทานยาได้ง่ายขึ้น

เด็กจะมีความชอบต่อรสชาติหวาน กลิ่นหอม และสีสันที่สดใส ดังนั้น การใช้รสชาติ กลิ่น และสีในยาแก้ไอเด็กจะช่วยให้เด็กทานยาได้ง่ายขึ้น

- การรับรู้รสชาติและกลิ่นในเด็ก เด็กมีความไวต่อรสชาติและกลิ่นมากกว่าผู้ใหญ่ รสชาติที่ขมหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์แม้เพียงนิดเดียวจะทำให้เด็กปฏิเสธการทานยาในทันที ซึ่งการทำให้ยามีรสชาติหวานและมีกลิ่นหอม จะช่วยทำให้เด็กยอมทานยาได้ง่ายขึ้น
- ประสบการณ์และความทรงจำของเด็ก เด็กที่มีประสบการณ์ไม่ดีกับรสชาติยาครั้งก่อน ๆ มักจะมีความทรงจำที่ไม่ดีและปฏิเสธการทานยาในครั้งต่อไป
- การเพิ่มความร่วมมือในการรักษา ยาที่มีรสชาติดีจะทำให้เด็กยอมทานยาได้อย่างเต็มใจ ซึ่งส่งผลให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- การป้องกันการเกิดปัญหาในการทานยา รสชาติที่ไม่ดีอาจทำให้เด็กพยายามคายยาหรืออาเจียนออกมา ทำให้การรักษาไม่ต่อเนื่องและไม่ได้ผล
- สีของยาแก้ไอเด็กทำให้ทานง่าย ในเด็กเล็กอาจมีความชอบส่วนตัวต่อสีต่าง ๆ การใช้สีที่เด็กชอบจะช่วยในการทานยาได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้ ยาแก้ไอเด็กที่มีรสชาติหรือกลิ่นที่มีส่วนผสมของสมุนไพรอาจทำให้เด็กทานยาได้ยากขึ้น เพราะสมุนไพรหลายชนิดมีรสชาติและกลิ่นที่เข้มข้น ซึ่งอาจทำให้เด็กรู้สึกไม่ชอบเมื่อรับประทานยา เช่น มีรสขมหรือกลิ่นฉุน จึงทำให้เด็กปฏิเสธการทานยาได้เช่นกัน
ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฏหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย
ยาแก้ไอเด็ก ที่ดีที่สุด
ไม่พบสินค้าหรือบริการตามเงื่อนไขที่ระบุ
กรุณาเปลี่ยนเงื่อนไขตัวกรอง
ยาแก้ไอเด็กผู้ใหญ่ทานได้หรือไม่

- ขนาดยา ยาแก้ไอสำหรับเด็กจะมีปริมาณตัวยาที่ไม่เพียงพอสำหรับผู้ใหญ่ ทำให้การใช้ยาแก้ไอเด็กในผู้ใหญ่จะไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร
- ส่วนประกอบของยา ยาแก้ไอเด็กอาจมีส่วนผสมที่แตกต่างจากยาแก้ไอผู้ใหญ่อยู่บ้าง เพื่อให้เหมาะสมกับร่างกายของเด็ก
- คำแนะนำจากแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาแก้ไอเด็กในผู้ใหญ่ เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
เด็กไอมากต้องทานยาอะไร

- ยาแก้ไอ หากมีอาการไอแห้ง แนะนำ Dextromethorphan, Levodopropezine เป็นยากลุ่มที่ใช้บรรเทาอาการไอแบบไม่เสมหะ หรือหากเด็กมีอาการไอมีเสมหะ ควรใช้ยาที่ช่วยลดเสมหะและบรรเทาอาการไอ เช่น Ambroxol, Carbocysteine, Acetylcysteine, Bromhexine หรือยาขับเสมหะ เช่น Guaifenesin
- ยาขยายหลอดลม เป็นยาช่วยบรรเทาอาการไอที่เกิดจากภาวะหอบหืดหรือโรคปอดอื่น ๆ ตัวอย่างเช่น Terbutalline, Salbutamol
- ยาลดน้ำมูก หากไอเกิดจากการมีน้ำมูกลงคอ ควรเลือกเป็นยาแก้แพ้รุ่นเก่า เช่น Hydroxyzine, Chlopheniramine, Brompheniramine
- ยาปฏิชีวนะ ใช้ในกรณีที่อาการไอเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่ต้องให้กุมารแพทย์วินิจฉัยและสั่งจ่ายยาเท่านั้น
เด็กไอมีเสมหะกี่วันจึงจะหาย

- การติดเชื้อไวรัส (เช่น หวัด หรือไข้หวัดใหญ่) มักจะหายใน 1 - 2 สัปดาห์
- การติดเชื้อแบคทีเรีย (เช่น หลอดลมอักเสบหรือปอดอักเสบ) หากเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียและได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ อาการไอและเสมหะมักจะดีขึ้นภายในไม่กี่วันถึง 1 สัปดาห์หลังจากเริ่มใช้ยา
- โรคหอบหืดหรือภูมิแพ้ อาการไอที่เกิดจากโรคหอบหืดหรือภูมิแพ้อาจต้องใช้เวลารักษานานกว่า โดยขึ้นอยู่กับการทานยาและการควบคุมอาการ
อย่างไรก็ตาม หากอาการไอและเสมหะไม่ดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ หรือเด็กมีอาการอื่น ๆ ที่รุนแรงแทรกซ้อน ควรพาเด็กไปพบกุมารแพทย์เพื่อรับการตรวจและรักษาที่ถูกต้อง
ยาแก้ไอเด็กในเซเว่นซื้อมาทานเองได้อย่างปลอดภัยหรือไม่

มีข้อควรระวังในการเลือกซื้อยาแก้ไอเด็กอื่น ๆ อย่างไรอีกบ้าง

บทความที่เกี่ยวข้องกับยาแก้ไอเด็ก
เรายังมีบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับยาสามัญประจำบ้านประเภทต่าง ๆ อีกมากมาย ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีวิธีการเลือกซื้อที่แตกต่างกันออกไป โดยสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความด้านล่างนี้
TOP 0 ยาแก้ไอเด็ก แนะนำ
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ