ยาแก้ไอเด็กให้ทุกการเลือกเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
mybest
ยาแก้ไอเด็กให้ทุกการเลือกเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

    ยาแก้ไอเด็ก ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ไอแห้ง ไอมีเสมหะ

    ยาแก้ไอเด็กมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการไอที่เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น จากอาการหวัด ภูมิแพ้ หรือการระคายเคืองในลำคอ ทำให้เด็กนอนหลับและฟื้นฟูร่างกายได้ดีขึ้น โดยปรับสูตรให้มีความปลอดภัยและเหมาะสมกับวัยเด็ก อีกทั้งยาแก้ไอเด็กในปัจจุบันบางยี่ห้อมีการเสริมวิตามินและสารอาหารอื่น ๆ ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในกับร่างกาย ยิ่งทำให้เด็กฟื้นตัวจากอาการป่วยได้เร็วขึ้น


    บทความนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเลือกยาแก้ไอเด็ก สำหรับเด็กที่มีอาการไอแห้ง ไอมีเสมหะ ไอจากหลอดลมหดตัว มีทั้งรูปแบบน้ำ รูปแบบเม็ด มีรสชาติ สี และกลิ่นที่เหมาะกับเด็ก ประกอบกับคำแนะนำเพิ่มเติมจาก ภก.เมฆา วีระวานิช เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ มาแนะนำเพิ่มเติมด้วย

    ภก.เมฆา วีระวานิช (หมอก)
    ผู้เชี่ยวชาญ
    เภสัชกร
    ภก.เมฆา วีระวานิช (หมอก)

    เภสัชกรหมอกเป็นเภสัชกรปฏิบัติการและครีเอเตอร์ด้านสุขภาพ ผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับยา อาหารเสริม และการดูแลสุขภาพผ่านช่อง "เภหมอกทอล์คเรื่องยา" บน TikTok โดยมุ่งหวังให้คนไทยเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้เกี่ยวกับยาและสุขภาพ ผ่านการอธิบายที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง ด้วยความหลงใหลในสายงานเภสัชกรรม เภสัชกรหมอกมีประสบการณ์เข้าร่วมกิจกรรมและการแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับยาและสุขภาพตั้งแต่สมัยเรียน ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ทำให้มีทักษะในการสื่อสารความรู้ทางวิชาการให้ง่ายต่อการเข้าใจ โดยปัจจุบันยังคงพัฒนาเนื้อหาเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างถูกต้อง การเลือกผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เหมาะสม ตลอดจนเทคนิคการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อให้ผู้คนดูแลตัวเองและคนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เภสัชกรหมอกยังเชื่อว่า "ความรู้ด้านสุขภาพที่ถูกต้องสามารถช่วยให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น" จึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ให้ทั้งสาระ ความถูกต้อง และความเข้าใจง่าย เพื่อให้ข้อมูลทางสุขภาพเข้าถึงคนทุกกลุ่ม และช่วยลดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับยาและอาหารเสริมที่พบได้บ่อยในสังคม

    ประวัติของ ภก.เมฆา วีระวานิช (หมอก)
    …อ่านต่อ
    กองบรรณาธิการ mybest Thailand
    บรรณาธิการ
    กองบรรณาธิการ mybest Thailand

    mybest คือเว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการที่มุ่งนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่าการเลือกสินค้าและบริการที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เนื้อหาจากทุกบทความของ mybest จึงผ่านกระบวนการค้นคว้า วิเคราะห์ และเรียบเรียงโดยทีมบรรณาธิการ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ทีมบรรณาธิการของ mybest ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่การเปรียบเทียบคุณสมบัติ วิธีการเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงมุ่งนำเสนอคำแนะนำที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด

    ประวัติของ กองบรรณาธิการ mybest Thailand
    …อ่านต่อ
    ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฏหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
    ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
    เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย

    Why You Can Trust Us

    มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้

    เริ่มใช้ยาแก้ไอเด็กได้ในเด็กตั้งแต่อายุเท่าไร

    ผู้เชี่ยวชาญ
    ผู้เชี่ยวชาญ

    เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี ระบบทางเดินหายใจยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ หากได้รับยาแก้ไอเด็กที่มีส่วนผสมของตัวยาบางชนิด เช่น Dextromethorphan, Codeine จะมีผลข้างเคียงที่ทำให้หายใจลำบากได้

    เริ่มใช้ยาแก้ไอเด็กได้ในเด็กตั้งแต่อายุเท่าไร
    ยาแก้ไอเด็กแนะนำให้เริ่มใช้เมื่อเด็กมีอายุ 2 ปีขึ้นไป เนื่องจากเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี ระบบทางเดินหายใจยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ หากได้รับยาแก้ไอเด็กที่มีส่วนผสมของตัวยาบางชนิด เช่น Dextromethorphan, Codeine อาจทำให้ง่วงซึมและหายใจลำบากได้ ดังนั้น ในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี ควรเน้นให้เด็กดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยละลายเสมหะ ปรับอากาศในบ้านให้มีความชื้นที่เหมาะสม หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 5 - 7 วัน ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อประเมินอาการและรับการรักษาทันที

    ยาแก้ไอเด็กต่างจากยาแก้ไอผู้ใหญ่อย่างไร

    ผู้เชี่ยวชาญ
    ผู้เชี่ยวชาญ

    ยาแก้ไอเด็กมักมีความเข้มข้นของตัวยาต่ำกว่ายาแก้ไอผู้ใหญ่เพื่อให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัวเด็ก และมักจะมาในรูปแบบน้ำเชื่อม เพื่อให้ง่ายต่อการกลืนและมีรสชาติที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ

    ยาแก้ไอเด็กต่างจากยาแก้ไอผู้ใหญ่อย่างไร
    ร่างกายของเด็กมีความไวต่อยามากกว่าผู้ใหญ่ จึงทำให้ยาแก้ไอเด็กมีความเข้มข้นของตัวยาที่ต่ำกว่า หรือมีสารเคมีที่อ่อนโยนมากกว่ายาแก้ไอผู้ใหญ่ เพื่อป้องกันอันตรายจากการใช้ยาเกินขนาดหรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ทั้งนี้ ตัวยาของยาแก้ไอเด็กและของผู้ใหญ่จะเป็นตัวยาชนิดเดียวกัน แต่มีความแตกต่างในขนาดยาและรูปแบบ ซึ่งผู้ใหญ่จะมีทางเลือกยาที่ใช้ได้มากกว่าเด็ก ดังนั้น ยาแก้ไอเด็กจึงต่างจากยาแก้ไอสำหรับผู้ใหญ่ในด้านของส่วนผสมและปริมาณสารออกฤทธิ์ เพื่อให้มีการใช้งานที่ปลอดภัยดังต่อไปนี้

    1. ส่วนประกอบของยา ยาที่ใช้ในเด็กมักมีการควบคุมและระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยสูง และมีการเลือกส่วนประกอบที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า ซึ่งบางตัวยาที่ใช้ในผู้ใหญ่อาจห้ามใช้ในเด็ก เพราะมีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่รุนแรงในเด็กได้
    2. ขนาดยา จะถูกปรับตามอายุและน้ำหนักของเด็ก เนื่องจากขนาดยาในผู้ใหญ่จะมากกว่าที่ใช้ในเด็ก
    3. รูปแบบของยา เช่น ยาเม็ด อาจออกแบบมาให้เหมาะสมกับผู้ใหญ่ และอาจไม่เหมาะสำหรับเด็กที่มีปัญหาการกลืนหรือการรับยาในรูปแบบเม็ด 

    อย่างไรก็ตาม การใช้ยาแก้ไอสำหรับผู้ใหญ่ในเด็กสามารถใช้ได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของกุมารแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น เนื่องจากความแตกต่างในระบบทางเดินหายใจของเด็กยังไม่พัฒนาอย่างเต็มที่ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงในเด็กได้ เช่น การหยุดหายใจ (Codeine) หรือผลกระทบทางระบบประสาท (Dextromethorphan)

    วิธีการเลือกยาแก้ไอเด็ก

    ยาแก้ไอเด็กมีข้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ เพื่อให้ได้แบบที่ตรงกับความต้องการและเหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด โดยสามารถเลือกได้ตามวิธีการดังต่อไปนี้

    1

    เลือกจากประเภทของยาแก้ไอเด็กตามอาการที่เป็น

    ยาแก้ไอเด็กมีให้เลือกตามอาการที่เป็น โดยมีทั้งอาการไอแห้งจากการระคายเคืองในลำคอ อาการไอที่มีเสมหะ และอาการไอจากการหดตัวของหลอดลม ซึ่งจะมีวิธีการพิจารณาดังต่อไปนี้

    สำหรับเด็กที่มีอาการไอแห้งจากการระคายเคืองในลำคอหรือการติดเชื้อไวรัส แนะนำให้เลือกยาแก้ไอเด็กกลุ่มกดการไอ (Antitussives)

    ผู้เชี่ยวชาญ
    ผู้เชี่ยวชาญ

    ยาแก้ไอเด็กกลุ่มกดการไอ (Antitussives) เหมาะสำหรับอาการไอแห้งหรือไอที่ไม่มีเสมหะ ที่เกิดจากการระคายเคืองหรืออาการไอที่ไม่ต้องการขับเสมหะออก

    สำหรับเด็กที่มีอาการไอแห้งจากการระคายเคืองในลำคอหรือการติดเชื้อไวรัส แนะนำให้เลือกยาแก้ไอเด็กกลุ่มกดการไอ (Antitussives)
    อาการไอแห้ง (Dry Cough) เป็นอาการไอที่ไม่มีเสมหะหรือร่างกายผลิตเสมหะน้อย มักเกิดจากการระคายเคืองในลำคอหรือการติดเชื้อไวรัส ซึ่งเราจะแนะนำให้เลือกยาแก้ไอเด็กกลุ่มกดการไอ (Antitussives) เนื่องจากจะช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการไอในเด็กได้ดี และยังเหมาะกับอาการไอที่ไม่ต้องขับเสมหะออก หรืออาการไอที่ทำให้รบกวนการนอนหลับ โดยมีตัวอย่างตัวยา เช่น


    1. Dextromethorphan ช่วยลดอาการไอโดยไม่ทำให้รู้สึกง่วงนอน และไม่มีฤทธิ์กดประสาทแบบยาบางประเภท
    2. Codeine ใช้ในกรณีที่อาการไอไม่สามารถควบคุมได้ด้วยยาต้านอาการไอทั่วไป มีฤทธิ์ที่แรงกว่า Dextromethorphan แต่อาจทำให้รู้สึกง่วงนอน เนื่องจากมีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง

    อย่างไรก็ตาม ยาแก้ไอเด็กส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นผลภายใน 1 - 2 วันหลังจากการเริ่มใช้ยา ระยะเวลาในการเห็นผลจึงอาจแตกต่างกันไปตามประเภทยา ทั้งนี้ ยาแก้ไอเด็กกลุ่มกดการไอยังควรใช้อย่างระมัดระวังในเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด เนื่องจากไปกระตุ้นการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอาจทำให้อาการหอบหืดแย่ลง หรือในเด็กที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด อาจส่งผลข้างเคียงต่อปัญหาหัวใจ ยิ่งโดยเฉพาะในตัวยา Codeine ซึ่งมีผลที่เกี่ยวข้องกับระบบหัวใจและหลอดเลือดโดยตรง

    สำหรับเด็กที่มีอาการไอแบบมีเสมหะหรืออาการไอที่เกิดจากการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ แนะนำให้เลือกยาแก้ไอเด็กกลุ่มละลายเสมหะ (Mucolytics) และขับเสมหะ (Expectorants)

    ผู้เชี่ยวชาญ
    ผู้เชี่ยวชาญ
    อาการไอที่มีเสมหะมักเกิดจากการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ จึงควรใช้ยาแก้ไอเด็กที่มีส่วนช่วยในการขับเสมหะหรือละลายเสมหะ เพื่อลดการข้นหนืดหรือการสะสมของเสมหะในระบบทางเดินหายใจ
    สำหรับเด็กที่มีอาการไอแบบมีเสมหะหรืออาการไอที่เกิดจากการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ แนะนำให้เลือกยาแก้ไอเด็กกลุ่มละลายเสมหะ (Mucolytics) และขับเสมหะ (Expectorants)

    อาการไอที่มีเสมหะหรือการขับเสมหะออกจากระบบทางเดินหายใจ มักเกิดจากการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ เช่น หวัด ภาวะติดเชื้อทางเดินหายใจ หรือโรคปอดอักเสบ ซึ่งการใช้ยาแก้ไอเด็กกลุ่มกดอาการไออาจทำให้เสมหะสะสมและทำให้การหายใจลำบากขึ้น จึงแนะนำยาแก้ไอเด็กที่มีส่วนช่วยในการขับเสมหะและบรรเทาอาการไอดังต่อไปนี้


    1. ยาแก้ไอเด็กกลุ่มละลายเสมหะ (Mucolytics) ยาประเภทนี้ทำงานโดยการลดความหนืดของเสมหะ ทำให้เสมหะมีความเหลวและง่ายต่อการขับออก เช่น Acetylcysteine หรือ Ambroxol เหมาะสำหรับอาการไอที่มีการสะสมของเสมหะในระบบทางเดินหายใจ แต่อาจใช้เวลาหลายวันในการบรรเทาอาการให้ดีขึ้น

    1. ยาแก้ไอเด็กกลุ่มยาขับเสมหะ (Expectorants) ยาประเภทนี้ช่วยกระตุ้นการขับเสมหะออกจากระบบทางเดินหายใจ เช่น Guaifenesin ช่วยให้เสมหะในระบบทางเดินหายใจหลุดลอกออกได้ง่าย โดยจะเริ่มเห็นผลใน 1 - 2 วัน และทำให้หายใจได้สะดวกขึ้น

    ทั้งนี้ หลังการให้ยาแก้ไอเด็กควรติดตามอาการของเด็กเพื่อดูว่ามีการตอบสนองต่อตัวยาอย่างไรบ้าง หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการข้างเคียง ควรหยุดการใช้ยาและปรึกษากุมารแพทย์หรือเภสัชกรทันที

    สำหรับเด็กที่มีอาการไอจากการหดตัวของหลอดลม เช่น โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง แนะนำให้เลือกยาแก้ไอเด็กกลุ่มขยายหลอดลม (Bronchodilators)

    ผู้เชี่ยวชาญ
    ผู้เชี่ยวชาญ

    ยาแก้ไอเด็กกลุ่มขยายหลอดลมมักใช้เมื่ออาการไอมีความสัมพันธ์กับการหดตัวของหลอดลมหรือโรคที่เกี่ยวข้อง เช่น โรคหอบหืดหรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) โดยจะช่วยในการรักษาภาวะที่ทำให้เกิดการหดตัวของหลอดลม ทำให้หายใจได้สะดวกขึ้น

    สำหรับเด็กที่มีอาการไอจากการหดตัวของหลอดลม เช่น โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง แนะนำให้เลือกยาแก้ไอเด็กกลุ่มขยายหลอดลม (Bronchodilators)
    อาการไอจากการหดตัวของหลอดลม (Cough Due to Bronchospasm) เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อในหลอดลม มักพบในโรคหอบหืดหรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ซึ่งการใช้ยาแก้ไอเด็กทั่วไปอาจไม่ช่วยบรรเทาอาการ จึงแนะนำให้ใช้ยาแก้ไอเด็กกลุ่มขยายหลอดลม (Bronchodilators) เนื่องจากจะช่วยลดการหดตัวของกล้ามเนื้อในทางเดินหายใจได้ 

    โดยมีตัวยาที่แนะนำ ได้แก่ Salbutamol หรือ Terbutalline ใช้รักษาและป้องกันภาวะหลอดลมหดตัวจากโรคหืด หลอดลมอักเสบ ถุงลมโป่งพอง หรือโรคที่ผู้ป่วยมีอาการหายใจไม่สะดวก หายใจเสียงดัง และอาการแน่นหน้าอก มักใช้ในรูปแบบของยาพ่นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ทั้งนี้ ควรใช้ด้วยความระมัดระวังและอยู่ภายใต้คำแนะนำของกุมารแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น เนื่องจากตัวยาทั้ง 2 ชนิดอาจทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นได้

    2

    สำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 4 ปี แนะนำให้เลือกยาแก้ไอเด็กที่มีส่วนประกอบของตัวยา Levodropropizine เพื่อความปลอดภัย

    ผู้เชี่ยวชาญ
    ผู้เชี่ยวชาญ

    ยาแก้ไอเด็กที่มีส่วนประกอบของตัวยา Levodropropizine มักถูกพิจารณาเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับยาแก้ไอเด็กที่มีฤทธิ์กดระบบทางเดินหายใจ

    สำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 4 ปี แนะนำให้เลือกยาแก้ไอเด็กที่มีส่วนประกอบของตัวยา Levodropropizine เพื่อความปลอดภัย

    Levodropropizine เป็นยาบรรเทาอาการไอแห้งที่สามารถใช้ได้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 4 ปี เนื่องจากตัวยามีกลไกการทำงานที่ไม่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจโดยตรงเหมือนกับยาแก้ไออื่น ๆ เช่น Codeine และ Dextromethorphan ที่อาจมีข้อจำกัดในการใช้กับเด็กเล็กมาก ๆ เพราะมีฤทธิ์กดระบบทางเดินหายใจ โดยตัวยา Levodropropizine มีคุณสมบัติที่ดีต่อเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี ดังนี้


    1. ลดการกระตุ้นของเส้นประสาทที่ทำให้เกิดการไอ ช่วยลดความถี่และความรุนแรงของการไอแห้งได้ดี
    2. ตัวยามีผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลางน้อยกว่าตัวยาอื่น ๆ จึงไม่ทำให้เกิดอาการง่วงซึม
    3. มักมีการผลิตในรูปแบบน้ำเชื่อม ซึ่งทำให้สามารถปรับปริมาณยาได้ง่ายตามน้ำหนักตัว

    อย่างไรก็ตาม ควรใช้ยาแก้ไอเด็ก Levodropropizine ตามปริมาณที่แนะนำบนฉลากยา หรือคำแนะนำจากกุมารแพทย์และเภสัชกรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่ดีจากตัวยา

    3

    พิจารณารูปแบบของยาแก้ไอเด็กจากความสามารถในการกลืนยาและความสะดวกในการใช้ยา

    ผู้เชี่ยวชาญ
    ผู้เชี่ยวชาญ

    ยาแก้ไอเด็กที่มีวางจำหน่ายในปัจจุบันจะมีให้เลือก 3 รูปแบบ ได้แก่ แบบน้ำเชื่อม แบบเม็ด และแบบพ่นคอ โดยแต่ละรูปแบบมีความแตกต่างกันในด้านความสะดวกในการใช้งาน หากเลือกได้อย่างเหมาะสม จะช่วยลดความตึงเครียดและความวิตกกังวลของเด็กในการทานยาได้

    พิจารณารูปแบบของยาแก้ไอเด็กจากความสามารถในการกลืนยาและความสะดวกในการใช้ยา

    การเลือกใช้ยาแก้ไอสำหรับเด็กควรพิจารณาจากความสามารถในการกลืนยาและความสะดวกในการใช้ยา ซึ่งยาแก้ไอเด็กมีมีวางจำหน่ายในปัจจุบัน จะมี 3 รูปแบบที่ได้รับความนิยมดังต่อไปนี้


    1. ยาแก้ไอเด็กแบบน้ำเชื่อม (Syrup) เหมาะสำหรับเด็กที่ไม่สามารถกลืนยาเม็ดได้ และต้องการการปรับขนาดยาตามน้ำหนักตัวเด็ก
    2. ยาแก้ไอเด็กแบบเม็ด (Tablet/Capsule) เหมาะสำหรับเด็กที่สามารถกลืนยาเม็ดได้และต้องการความสะดวกในการพกพา แต่เด็กเล็กบางคนอาจไม่สามารถกลืนเม็ดหรือแคปซูลได้
    3. ยาแก้ไอเด็กแบบพ่นคอ (Throat Spray) มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองที่ลำคอหรือคออักเสบที่เป็นสาเหตุของอาการไอได้ และเป็นตัวยาที่ไม่ทำให้เกิดรสชาติ ช่วยให้ใช้กับเด็กได้ง่ายขึ้น 

    โดยการเลือกรูปแบบยาแก้ไอเด็กที่เหมาะสมจะช่วยลดความตึงเครียดและความวิตกกังวลของเด็กในการทานยา ทำให้การรักษาเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลือกใช้รูปแบบยาแก้ไอเด็ก ควรปรึกษากุมารแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม

    4

    เลือกใช้ยาแก้ไอเด็กให้เหมาะสมกับช่วงอายุและน้ำหนักตัวเด็ก

    ผู้เชี่ยวชาญ
    ผู้เชี่ยวชาญ

    การให้ยาแก้ไอเด็กตามช่วงอายุและน้ำหนักตัวเด็กเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากช่วยให้เด็กได้รับตัวยาในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและช่วยให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ทั้งยังลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงได้

    เลือกใช้ยาแก้ไอเด็กให้เหมาะสมกับช่วงอายุและน้ำหนักตัวเด็ก
    การให้ยาแก้ไอเด็กโตหรือเด็กเล็กจะถูกคำนวณตามช่วงอายุและน้ำหนักตัวเด็ก เพื่อให้ได้รับปริมาณยาที่เหมาะสม ซึ่งจะเพิ่มความปลอดภัยและช่วยให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ทั้งยังลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงได้ โดยปริมาณยาที่แนะนำตามช่วงอายุ สามารถพิจารณาได้ดังนี้

    ยาแก้ไอเด็กแบบน้ำเชื่อม
    1. เด็กอายุ 2 - 6 ปี น้ำหนักตัวประมาณ 10 - 15 กิโลกรัม แนะนำให้ทานประมาณ 2.5 - 5 มิลลิลิตร ทุก ๆ  4 - 6 ชั่วโมง ไม่เกิน 4 ครั้งต่อวัน
    2. เด็กอายุ 6 - 12 ปี น้ำหนักตัวประมาณ 15 - 30 กิโลกรัม แนะนำให้ทานประมาณ 5 - 10 มิลลิลิตร ทุก ๆ  4 - 6 ชั่วโมง ไม่เกิน 4 ครั้งต่อวัน
    3. เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป น้ำหนักตัวประมาณ 25 กิโลกรัมขึ้นไป ควรใช้ตามขนาดที่ระบุในฉลาก หรือคำแนะนำของกุมารแพทย์และเภสัชกร

    ยาแก้ไอเด็กแบบเม็ด
    1. เด็กอายุ 6 - 12 ปี น้ำหนักตัวประมาณ 15 - 30 กิโลกรัม แนะนำให้ทานประมาณ 1 - 2 เม็ด ตามคำแนะนำของแต่ละยี่ห้อ โดยทานทุก ๆ 4 - 6 ชั่วโมง ไม่เกิน 4 ครั้งต่อวัน
    2. เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป น้ำหนักตัวประมาณ 25 กิโลกรัมขึ้นไป ควรใช้ตามขนาดที่ระบุในฉลากยา หรือตามคำแนะนำของกุมารแพทย์และเภสัชกร

    อย่างไรก็ตาม กรณีเป็นยาแก้ไอเด็กแบบพ่นคอมักจะมีการระบุบนฉลากยาให้พ่นครั้งละ 1 - 2 ปั๊ม 3 ครั้งต่อวัน หรือใช้ได้บ่อยได้ตามที่ต้องการ เนื่องจากรูปแบบพ่นคอที่ซื้อใช้ได้เองโดยไม่ต้องผ่านคำสั่งยาจากกุมารแพทย์ มักจะไม่มีส่วนผสมของตัวยาที่ช่วยลดอาการไอ โดยจะเป็นตัวยาลดอักเสบ ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอในเด็กมากกว่า จึงใช้ได้บ่อยเท่าที่ต้องการ แต่แนะนำให้อ่านจากฉลากยาหรือปรึกษาเภสัชการควบคู่ไปด้วยก่อนการใช้

    5

    เลือกจากรสชาติ กลิ่น และสีของยาแก้ไอเด็กเพื่อช่วยให้เด็กทานยาได้ง่ายขึ้น

    ผู้เชี่ยวชาญ
    ผู้เชี่ยวชาญ

    เด็กจะมีความชอบต่อรสชาติหวาน กลิ่นหอม และสีสันที่สดใส ดังนั้น การใช้รสชาติ กลิ่น และสีในยาแก้ไอเด็กจะช่วยให้เด็กทานยาได้ง่ายขึ้น

    เลือกจากรสชาติ กลิ่น และสีของยาแก้ไอเด็กเพื่อช่วยให้เด็กทานยาได้ง่ายขึ้น
    ยาแก้ไอเด็กมักจะมีการผลิตออกมาในรสชาติที่เด็ก ๆ ชอบและทานง่าย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรสชาติผลไม้ต่าง ๆ เช่น รสสตรอว์เบอร์รี รสเชอร์รี่ รสส้ม รสองุ่น รสพีช โดยรสชาติเหล่านี้จะขายดีที่สุด เพราะเด็กส่วนใหญ่ชอบรสชาติหวานและกลิ่นหอมของผลไม้ อีกทั้งจะมีสีสันสดใส ทำให้เด็กรู้สึกว่าการทานยาเป็นเรื่องสนุกและไม่น่ากลัว ดังนั้น รสชาติ กลิ่น และสีของยาแก้ไอเด็กจึงมีผลต่อการทานยาของเด็กได้ดังนี้

    1. การรับรู้รสชาติและกลิ่นในเด็ก เด็กมีความไวต่อรสชาติและกลิ่นมากกว่าผู้ใหญ่ รสชาติที่ขมหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์แม้เพียงนิดเดียวจะทำให้เด็กปฏิเสธการทานยาในทันที ซึ่งการทำให้ยามีรสชาติหวานและมีกลิ่นหอม จะช่วยทำให้เด็กยอมทานยาได้ง่ายขึ้น
    2. ประสบการณ์และความทรงจำของเด็ก เด็กที่มีประสบการณ์ไม่ดีกับรสชาติยาครั้งก่อน ๆ มักจะมีความทรงจำที่ไม่ดีและปฏิเสธการทานยาในครั้งต่อไป
    3. การเพิ่มความร่วมมือในการรักษา ยาที่มีรสชาติดีจะทำให้เด็กยอมทานยาได้อย่างเต็มใจ ซึ่งส่งผลให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    4. การป้องกันการเกิดปัญหาในการทานยา รสชาติที่ไม่ดีอาจทำให้เด็กพยายามคายยาหรืออาเจียนออกมา ทำให้การรักษาไม่ต่อเนื่องและไม่ได้ผล 
    5. สีของยาแก้ไอเด็กทำให้ทานง่าย ในเด็กเล็กอาจมีความชอบส่วนตัวต่อสีต่าง ๆ การใช้สีที่เด็กชอบจะช่วยในการทานยาได้ง่ายขึ้น

    ทั้งนี้ ยาแก้ไอเด็กที่มีรสชาติหรือกลิ่นที่มีส่วนผสมของสมุนไพรอาจทำให้เด็กทานยาได้ยากขึ้น เพราะสมุนไพรหลายชนิดมีรสชาติและกลิ่นที่เข้มข้น ซึ่งอาจทำให้เด็กรู้สึกไม่ชอบเมื่อรับประทานยา เช่น มีรสขมหรือกลิ่นฉุน จึงทำให้เด็กปฏิเสธการทานยาได้เช่นกัน
    วิธีการเลือกใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้หรือไม่ ?
    ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฏหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
    เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย

    ยาแก้ไอเด็ก ที่ดีที่สุด

    แนะนำ ยาแก้ไอเด็ก ยอดนิยมในรูปแบบการจัดอันดับ การจัดอันดับอ้างอิงจาก ความนิยมของผู้ใช้บริการในเว็บไซต์ E-Commerce และสื่อออนไลน์ (ณ วันที่ 13-08-2024) และได้รับการจัดอันดับโดยอิสระจากทีมบรรณาธิการ mybest
    เรียงจากความนิยม
    ตัวกรอง

    ไม่พบสินค้าหรือบริการตามเงื่อนไขที่ระบุ
    กรุณาเปลี่ยนเงื่อนไขตัวกรอง

    ยาแก้ไอเด็กผู้ใหญ่ทานได้หรือไม่

    ภก.เมฆา วีระวานิช (หมอก)
    เภสัชกร
    ภก.เมฆา วีระวานิช (หมอก)
    ยาแก้ไอเด็กโดยทั่วไปสามารถใช้กับผู้ใหญ่ได้เช่นกัน แต่มีบางประเด็นที่ควรพิจารณา เช่น
    1. ขนาดยา ยาแก้ไอสำหรับเด็กจะมีปริมาณตัวยาที่ไม่เพียงพอสำหรับผู้ใหญ่ ทำให้การใช้ยาแก้ไอเด็กในผู้ใหญ่จะไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร
    2. ส่วนประกอบของยา ยาแก้ไอเด็กอาจมีส่วนผสมที่แตกต่างจากยาแก้ไอผู้ใหญ่อยู่บ้าง เพื่อให้เหมาะสมกับร่างกายของเด็ก 
    3. คำแนะนำจากแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาแก้ไอเด็กในผู้ใหญ่ เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

    เด็กไอมากต้องทานยาอะไร

    ภก.เมฆา วีระวานิช (หมอก)
    เภสัชกร
    ภก.เมฆา วีระวานิช (หมอก)
    หากเด็กมีอาการไอมากควรปรึกษากุมารแพทย์ก่อนให้ยาแก่เด็ก เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีความปลอดภัย ทั้งนี้ การรักษาอาการไอในเด็กขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการไอ โดยมีตัวยาที่ช่วยบรรเทาอาการได้ ดังนี้
    1. ยาแก้ไอ หากมีอาการไอแห้ง แนะนำ Dextromethorphan, Levodopropezine เป็นยากลุ่มที่ใช้บรรเทาอาการไอแบบไม่เสมหะ หรือหากเด็กมีอาการไอมีเสมหะ ควรใช้ยาที่ช่วยลดเสมหะและบรรเทาอาการไอ เช่น Ambroxol, Carbocysteine, Acetylcysteine, Bromhexine หรือยาขับเสมหะ เช่น Guaifenesin
    2. ยาขยายหลอดลม เป็นยาช่วยบรรเทาอาการไอที่เกิดจากภาวะหอบหืดหรือโรคปอดอื่น ๆ ตัวอย่างเช่น Terbutalline, Salbutamol
    3. ยาลดน้ำมูก หากไอเกิดจากการมีน้ำมูกลงคอ ควรเลือกเป็นยาแก้แพ้รุ่นเก่า เช่น Hydroxyzine, Chlopheniramine, Brompheniramine
    4. ยาปฏิชีวนะ ใช้ในกรณีที่อาการไอเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่ต้องให้กุมารแพทย์วินิจฉัยและสั่งจ่ายยาเท่านั้น

    เด็กไอมีเสมหะกี่วันจึงจะหาย

    ภก.เมฆา วีระวานิช (หมอก)
    เภสัชกร
    ภก.เมฆา วีระวานิช (หมอก)
    ระยะเวลาที่เด็กจะหายจากอาการไอมีเสมหะอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการไอและสภาพร่างกายของเด็กแต่ละคน โดยทั่วไปแล้วจะแบ่งได้จากอาการดังต่อไปนี้
    1. การติดเชื้อไวรัส (เช่น หวัด หรือไข้หวัดใหญ่) มักจะหายใน 1 - 2 สัปดาห์
    2. การติดเชื้อแบคทีเรีย (เช่น หลอดลมอักเสบหรือปอดอักเสบ) หากเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียและได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ อาการไอและเสมหะมักจะดีขึ้นภายในไม่กี่วันถึง 1 สัปดาห์หลังจากเริ่มใช้ยา
    3. โรคหอบหืดหรือภูมิแพ้ อาการไอที่เกิดจากโรคหอบหืดหรือภูมิแพ้อาจต้องใช้เวลารักษานานกว่า โดยขึ้นอยู่กับการทานยาและการควบคุมอาการ

    อย่างไรก็ตาม หากอาการไอและเสมหะไม่ดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ หรือเด็กมีอาการอื่น ๆ ที่รุนแรงแทรกซ้อน ควรพาเด็กไปพบกุมารแพทย์เพื่อรับการตรวจและรักษาที่ถูกต้อง

    ยาแก้ไอเด็กในเซเว่นซื้อมาทานเองได้อย่างปลอดภัยหรือไม่

    ภก.เมฆา วีระวานิช (หมอก)
    เภสัชกร
    ภก.เมฆา วีระวานิช (หมอก)
    การซื้อยาแก้ไอเด็กที่มีขายตามร้านสะดวกซื้อมาให้เด็กทานเองนั้นสามารถทำได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งจากกุมารแพทย์ ซึ่งมักจะมีสูตรที่ปลอดภัยสำหรับการใช้ในเด็ก แต่ก็มีข้อควรพิจารณาเพื่อความปลอดภัย โดยควรตรวจสอบฉลากยาเพื่อดูรายละเอียดเกี่ยวกับส่วนผสม ขนาดยา คำแนะนำการใช้อย่างชัดเจน และควรตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ไม่มีส่วนผสมที่อาจเป็นอันตรายต่อเด็ก เช่น แอลกอฮอล์ สารกันเสีย หรือสารเคมีที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้

    มีข้อควรระวังในการเลือกซื้อยาแก้ไอเด็กอื่น ๆ อย่างไรอีกบ้าง


    ภก.เมฆา วีระวานิช (หมอก)
    เภสัชกร
    ภก.เมฆา วีระวานิช (หมอก)
    ควรเลือกยาแก้ไอเด็กที่มาจากยี่ห้อที่มีความน่าเชื่อถือ โดยเลือกจากยี่ห้อที่มีชื่อเสียงและได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และตรวจสอบว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการทดสอบ หรือได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การเลือกซื้อยาแก้ไอสำหรับเด็กต้องมีความระมัดระวังและต้องมีข้อมูลอาการของเด็กที่เพียงพอ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับยาแก้ไอเด็ก ควรปรึกษากุมารแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม

    บทความที่เกี่ยวข้องกับยาแก้ไอเด็ก

    เรายังมีบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับยาสามัญประจำบ้านประเภทต่าง ๆ อีกมากมาย ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีวิธีการเลือกซื้อที่แตกต่างกันออกไป โดยสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความด้านล่างนี้

    TOP 0 ยาแก้ไอเด็ก แนะนำ

    คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

    ยอดนิยม
    อันดับยอดนิยมที่เกี่ยวข้องกับ ยาแก้ไอเด็ก

    ยาดมสมุนไพร

    10 ผลิตภัณฑ์

    ค้นหาตามหมวดหมู่

    mybest

    ให้เราเป็นตัวช่วยในทุกการเลือกเพื่อให้ทุกคนได้รับสิ่งที่ดีที่สุด
    พร้อมคำแนะนำในการเลือกสินค้าจากผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ

    Copyright mybest All Rights Reserved.