10 เครื่องชงกาแฟราคาถูก ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 คุณภาพดี ใช้งานง่าย
เครื่องชงกาแฟเป็นอุปกรณ์ที่นิยมมีติดไว้ที่บ้านหรือที่ทำงาน เพื่อให้สามารถชงกาแฟสดดื่มได้อย่างสะดวกทุกเวลาที่ต้องการ โดยกาแฟที่ได้นั้นก็มักจะมีกลิ่นและรสสัมผัสที่ดีกว่ากาแฟผงสำเร็จรูปทั่วไป ซึ่งนอกจากเครื่องชงกาแฟแบบปกติแล้ว หลาย ๆ แบรนด์ยังมีการวางจำหน่ายเครื่องชงกาแฟราคาถูกออกมาให้เลือกใช้งานกันอีกด้วย
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกเครื่องชงกาแฟราคาถูกแบบง่าย ๆ ให้เหมาะกับนักดื่มกาแฟมือใหม่และคอกาแฟที่มีงบจำกัด และยังมี 10 เครื่องชงกาแฟราคาถูก ยี่ห้อยอดนิยม ที่มีคุณภาพดีในรูปแบบขนาดเล็กและขนาดกลางที่ใช้งานง่าย โดยมีทั้งเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ เครื่องชงกาแฟแคปซูล และเครื่องชงกาแฟดริปมาแนะนำเพิ่มเติมด้วย

คุณพีทเป็นเจ้าของ Blackkat Café ร้านที่โดดเด่นด้านเครื่องดื่มและเบเกอรี่ โดยให้ความสำคัญกับวัตถุดิบคุณภาพและการสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ ที่ผสมผสานรสชาติได้อย่างลงตัว ด้วยความหลงใหลในอาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม ทำให้คุณพีทใส่ใจตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ กระบวนการทำ ไปจนถึงการตกแต่งเมนูให้มีเอกลักษณ์ และพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมจากมหาวิทยาลัยเนชั่น ยังส่งเสริมให้คุณพีทเข้าใจศาสตร์ของอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้ลูกค้า ตั้งแต่การพัฒนาเมนูตามฤดูกาล การอบเบเกอรี่สดใหม่ ไปจนถึงการจับคู่เครื่องดื่มกับขนมให้อร่อยลงตัว โดยนอกจากบริหารร้าน คุณพีทยังติดตามเทรนด์อาหาร ทดลองวัตถุดิบใหม่ ๆ และแบ่งปันความรู้ผ่านบทความด้านอาหาร เบเกอรี่ และการพัฒนาเมนูต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถนำไปต่อยอดได้อีกด้วย
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
วิธีการเลือกเครื่องชงกาแฟราคาถูก
ปัจจุบันมีเครื่องชงกาแฟราคาถูกให้เลือกหลากหลายรุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีคุณสมบัติที่ต่างกันไป ทั้งเครื่องชงกาแฟ Espresso เครื่องชงกาแฟ Capsule หรือเครื่องชงกาแฟ Filter / Dripper ผู้ใช้งานจึงควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน โดยขอแนะนำดังนี้
เลือกประเภทเครื่องชงกาแฟให้เหมาะกับสไตล์การดื่มและความสะดวกในการใช้งาน
เมนูกาแฟมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับรูปแบบและวิธีการชง เพื่อให้ได้กลิ่นและรสสัมผัสของกาแฟแบบที่ต้องการ จึงต้องเลือกเครื่องชงกาแฟให้ถูกต้องเหมาะสมกับเมนู โดยรูปแบบของเครื่องชงกาแฟมี ดังนี้
เครื่องชงกาแฟแบบ Espresso เหมาะสำหรับคอกาแฟที่ชอบรสชาติเข้มข้น สดใหม่

เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ (Espresso) ทำงานโดยใช้แรงดันไอน้ำในการกลั่นกาแฟออกมาด้วยน้ำปริมาณน้อยที่สุด เพื่อให้ได้รสชาติของกาแฟที่เข้มข้นถึงใจ พร้อมกับกลิ่นที่หอมอบอวล เนื่องจากเอสเปรสโซคือกาแฟที่ไม่มีส่วนผสมอื่นเจือปนและถูกใช้เป็นกาแฟตั้งต้นสำหรับเมนูกาแฟอื่น ๆ เราจึงสามารถพบเครื่องชงกาแฟประเภทนี้ได้อย่างแพร่หลายในร้านกาแฟทั่วไป
อย่างไรก็ตาม การจะได้เอสเพรสโซ่ที่ดีต้องอาศัยทักษะและความพิถีพิถันเป็นอย่างมาก เพราะทุกขั้นตอนมีความสำคัญ ตั้งแต่อัตราส่วนของผงกาแฟต่อน้ำ การอัดผงกาแฟให้แน่นเสมอกัน อุณหภูมิของน้ำและเวลาที่ใช้ ล้วนมีผลกับกาแฟที่ได้ เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่จึงเหมาะสำหรับบาริสต้า คอกาแฟตัวยงหรือผู้ที่มีทักษะในการชงกาแฟมาแล้วในระดับหนึ่งนั่นเอง
เครื่องชงกาแฟแบบ Capsule เหมาะสำหรับคอกาแฟที่เน้นความสะดวก

เครื่องชงกาแฟแคปซูล (Capsule) เป็นนวัตกรรมใหม่ที่เหมาะสำหรับการชงกาแฟในวันที่เร่งรีบ เพราะสามารถชงกาแฟได้ง่ายและรวดเร็วกว่าแบบอื่น ๆ เพียงแค่เลือกแคปซูลกาแฟที่ต้องการใส่ลงไปในเครื่องแล้วกดปุ่ม จากนั้นเครื่องจะชงกาแฟให้เราโดยอัตโนมัติภายในไม่กี่นาที นอกจากนี้ เครื่องชงกาแฟแคปซูลยังแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ Nespresso สำหรับการชงกาแฟดำโดยเฉพาะ และ Dolce Gusto ที่สามารถชงได้หลากหลายเมนูมากขึ้น ถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องชงกาแฟแคปซูล
อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของเครื่องชงกาแฟแคปซูลจะเป็นในเรื่องของความสดใหม่ เนื่องจากผงกาแฟในแคปซูลเป็นแบบสำเร็จรูป อีกทั้งยังไม่สามารถเลือกสายพันธุ์ของกาแฟหรือปรับระดับความเข้มได้ตามต้องการ จึงอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีรสชาติเฉพาะที่ชื่นชอบอยู่แล้ว
เครื่องชงกาแฟแบบ Filter / Dripper เหมาะสำหรับนักดื่มกาแฟมือใหม่

เครื่องชงกาแฟแบบ Filter หรือ Dripper เป็นเครื่องชงกาแฟที่ใช้เทคนิคการเทน้ำร้อนลงบนเมล็ดกาแฟบด ให้น้ำร้อนไหลผ่านลงไปยังเหยือกด้านล่างผ่านกระดาษกรองอีกที กาแฟที่ได้จากกรรมวิธีแบบนี้อาจถูกเรียกว่า กาแฟฟิลเตอร์ (Filter Coffee) หรือกาแฟดริป (Drip Coffee) ก็ได้ ถือเป็นรูปแบบที่เหมาะสำหรับมือใหม่หัดชงกาแฟ เนื่องจากมีราคาที่ย่อมเยากว่าเครื่องชงกาแฟประเภทอื่น ๆ และแม้ว่าการชงกาแฟในลักษณะนี้อาจจำเป็นต้องพึ่งเทคนิคอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถือว่ายากเกินไปสำหรับมือใหม่
อย่างไรก็ตาม กาแฟที่ได้จากเครื่องชงกาแฟลักษณะนี้อาจจะได้รสที่อ่อนกว่าปกติ และไม่ถูกใจผู้ที่ชอบกาแฟเข้ม ๆ เท่าไรนัก แต่หากชงได้ดีก็จะได้รสสัมผัสและกลิ่นที่โดดเด่น เหมาะสำหรับการทำกาแฟซิงเกิ้ลออริจิ้น (Single Origin) ที่เน้นการนำเสนอรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์จากแหล่งเพาะปลูกเป็นอย่างมาก
เลือกเครื่องชงกาแฟที่มีแรงดันไม่ต่ำกว่า 10 Bar

เครื่องชงกาแฟใช้แรงดันไอน้ำในการสกัดกาแฟออกมา โดยแรงดันนั้นมีผลกับอุณหภูมิของน้ำ ยิ่งแรงดันสูงน้ำก็จะยิ่งร้อนไวขึ้น ช่วยให้การสกัดกาแฟสามารถทำได้รวดเร็ว ทั้งนี้ อุณหภูมิของน้ำเองก็มีผลกับรสชาติของกาแฟด้วย แรงดันที่สูงจึงไม่ได้ตอบโจทย์เสมอไป ดังนั้น ขอแนะนำให้เลือกเครื่องชงกาแฟที่มีแรงดัน ดังนี้
- เครื่องชงกาแฟแบบ Commercial Use ควรเลือกแรงดันอยู่ที่ประมาณ 8 - 10 Bar
- เครื่องชงกาแฟขนาดเล็ก หรือ Home Use อาจเลือกใช้ที่แรงดันระดับ 18 Bar ขึ้นไป
ทั้งนี้ ในการชงกาแฟที่ใช้ความพิถีพิถันสูงอาจต้องใช้แรงดันที่แตกต่างกันออกไปตามรูปแบบเมล็ดกาแฟ คอกาแฟบางคนจึงอาจมองหาเครื่องชงกาแฟที่สามารถปรับระดับแรงดันได้ ซึ่งก็มีข้อเสียด้านราคาที่อาจสูงกว่าแบบปกติ สำหรับผู้ที่งบไม่ถึงอาจต้องอาศัยความชำนาญในการสกัดกาแฟมากขึ้น เพื่อให้ได้รสและกลิ่นของกาแฟที่ตรงใจที่สุด
เลือกเครื่องชงกาแฟที่มีอุปกรณ์และฟังก์ชันเสริมต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน
หลายคนอาจรู้สึกสุนทรีย์ในตอนที่ได้ชงกาแฟด้วยตัวเอง แต่คงเป็นเรื่องดีกว่าหากมีอุปกรณ์หรือฟังก์ชันที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการชงกาแฟ เพราะนอกจากจะให้ความสบายแล้วยังการันตีได้ว่ากาแฟที่ได้จะมีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้นด้วย
เลือกเครื่องชงกาแฟที่มาพร้อมส่วนเสริมหรืออุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการชงกาแฟ

- ด้ามชง (Portafilter) เป็นตัวช่วยอัดผงกาแฟให้แน่นเพื่อให้น้ำกาแฟผ่านผงกาแฟได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะส่งผลต่อความเข้มข้นของน้ำกาแฟที่ได้
- ช้อนตักกาแฟ (Coffee Scoop) ใช้ตักและตวงปริมาณกาแฟที่เหมาะสมก่อนชง
- แทมเปอร์ (Tamper) เป็นช่วยให้น้ำกาแฟสามารถผ่านผงกาแฟได้อย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้ได้น้ำกาแฟที่มีความเข้มข้นและมีฟองนมที่ดี
- ตะแกรง (Filter Basket) ช่วยให้น้ำกาแฟสามารถผ่านผงกาแฟได้อย่างสม่ำเสมอและป้องกันไม่ให้ผงกาแฟหลุดลอดลงไปในถ้วยรองรับ
แต่สำหรับคนที่ชอบกาแฟใส่นมหรือฟองนม ขอแนะนำให้เลือกเครื่องชงกาแฟที่มาพร้อมกับก้านตีฟองนม พร้อมถ้วยสเตนเลสสำหรับตีฟองนมด้วย เพื่อการใช้งานที่ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังอาจมีบางรุ่นที่มาพร้อมกับเครื่องบดเมล็ดกาแฟเป็นของแถมด้วย โดยส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับแต่ละยี่ห้อและระดับราคา
เลือกเครื่องชงกาแฟที่มีฟังก์ชันเสริมต่าง ๆ เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน

- ฟังก์ชันบดเมล็ดกาแฟเอง โดยเลือกความละเอียดที่ต้องการได้ ซึ่งจะช่วยปรับแต่งรสชาติของกาแฟตามความชอบได้
- ฟังก์ชันตีฟองนมอัตโนมัติ ช่วยให้ได้ฟองนมที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ โดยไม่ต้องใช้ทักษะการตีฟองนมด้วยตัวเอง
- ฟังก์ชันเลือกระดับความเข้มของกาแฟ ช่วยให้สามารถปรับแต่งความเข้มของกาแฟได้ตามความต้องการ
นอกจากนี้ ยังมีบางรุ่นที่มีฟังก์ชันของหม้อต้มที่ช่วยให้น้ำทำความร้อนได้รวดเร็ว พร้อมกับรักษาระดับอุณหภูมิของน้ำให้คงที่ พร้อมใช้งานอยู่เสมออีกด้วย
เลือกเครื่องชงกาแฟที่มีขนาดและน้ำหนักเหมาะสมกับพื้นที่จัดวาง

การเลือกเครื่องชงกาแฟที่มีขนาดและน้ำหนักเหมาะสมกับจุดที่ต้องการวาง ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ซื้อควรให้ความสำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องชงกาแฟที่เลือกจะสามารถติดตั้งได้พอดีกับจุดที่ต้องการ สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกและไม่รู้สึกเกะกะ ในส่วนของน้ำหนักนั้น หากเป็นเครื่องชงกาแฟแบบ Home Use ก็ถือว่ามีน้ำหนักไม่มาก เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3.5 kg เท่านั้น จึงสามารถติดตั้งไว้ในจุดที่ต้องการได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะรับน้ำหนักไม่ไหว แต่อาจต้องคำนึงถึงเรื่องบริเวณที่จัดวางว่าสามารถโดนความชื้นจากไอน้ำได้หรือไม่ โดยอาจหลีกเลี่ยงการวางเคียงกับตู้หรือชั้นวางที่ทำจากวัสดุไม้ เพื่อป้องกันความชื้นสะสม

10 เครื่องชงกาแฟราคาถูก ยี่ห้อไหนดี คุณภาพดี ใช้งานง่าย
| สินค้า | รูปภาพ | ช่องทางซื้อสินค้า | รายละเอียด | ||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
ประเภท | ขนาด | น้ำหนัก | กำลังไฟ | ความจุน้ำ | ระดับแรงดัน | ปริมาณถ้วยกาแฟที่ทำได้ต่อครั้ง | การรับประกันสินค้า | สีที่จัดจำหน่าย | มีระบบอุ่นแก้ว | มีระบบไอน้ำ | |||||
1 | เครื่องชงกาแฟ รุ่น Essenza Mini Nespresso | ![]() | No.1 | แคปซูล | 11 x 20.5 x 32.5 ซม. | 2.3 กก. | 1,260 วัตต์ | 0.6 ลิตร | 19 บาร์ | 1 ถ้วย | 2 ปี | แดง, ดำ, ขาว, เขียว | |||
2 | เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ Capsule Coffee Machine รุ่น MC2 PLUS OGGI | ![]() | No.2 | แคปซูล | 11 x 27 x 25 ซม. | 1.9 กก. | 1,450 วัตต์ | 0.6 ลิตร | 19 บาร์ | 1 ถ้วย | 1 ปี | ขาว, แดง | |||
3 | เครื่องชงกาแฟสด|SK-1205 SKG | ![]() | No.3 | เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ | 28 x 22.5 x 29 ซม. | 3 กก. | 850 วัตต์ | 1.6 ลิตร | 15 บาร์ | 1 ถ้วย | 1 ปี | ดำ | |||
4 | เครื่องชงกาแฟแคปซูล Coffee Machine Multi-Capsule|CM6500B Duchess | ![]() | No.4 | แคปซูล | 11 x 27 x 25 ซม. | 3.4 กก. | 1,450 วัตต์ | 0.6 ลิตร | 20 บาร์ | 1 ถ้วย | 1 ปี | ดำ, ขาว | |||
5 | เครื่องชงกาแฟ Xpresso 2-In-1 Coffee Machine|WT-CM315T Worldtech | ![]() | No.5 | ฟิลเตอร์ | 19 x 26.5 x 30 ซม. | 3 กก. | 1,050 วัตต์ | 1 ลิตร | 6 ถ้วย | 1 ปี | เงิน | ||||
6 | เครื่องชงกาแฟสด รุ่น Bella MBL1 MiniMex | ![]() | No.6 | เอสเปรสโซ | 24 x 32.5 x 32 ซม. | 5.25 กก. | 1,100 วัตต์ | 1.2 ลิตร | 15 บาร์ | 2 ถ้วย | 1 ปี | ครีม, ดำ, เขียว | |||
7 | เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ All-in-One Coffee Machine Ksrain | ![]() | No.7 | เอสเปรสโซ | 19.8 x 26.4 x 32.4 ซม. | 4 กก. | 1,350 วัตต์ | 1.5 ลิตร | 20 บาร์ | 2 ถ้วย | 3 ปี | ขาว | |||
8 | เครื่องชงกาแฟแบบดริป|ICM12011.BK De'Longhi | ![]() | No.8 | ฟิลเตอร์ | 24 x 20 x 33 ซม. | 1.2 กก. | 600 วัตต์ | 0.65 ลิตร | 5 ถ้วย | 1 ปี | ดำ | ||||
9 | เครื่องชงกาแฟดริป|BUO-326893 BUONO | ![]() | No.9 | ฟิลเตอร์ | 17 x 22 x 27 ซม. | 2.5 กก. | 600 วัตต์ | 0.56 ลิตร | 4 ถ้วย | 1 ปี | ดำ | ||||
10 | เครื่องชงกาแฟระบบแคปซูล รุ่น Capristta N Boncafe | ![]() | No.10 | แคปซูล | 10 x 26.5 x 36.5 ซม. | 3.6 กก. | 1,500 วัตต์ | 0.55 ลิตร | 15 บาร์ | 1 ถ้วย | 1 ปี | ดำ, แดง, ขาว | |||

| ประเภท | แคปซูล |
|---|---|
| ขนาด | 11 x 20.5 x 32.5 ซม. |
| น้ำหนัก | 2.3 กก. |
| กำลังไฟ | 1,260 วัตต์ |
| ความจุน้ำ | 0.6 ลิตร |
| ระดับแรงดัน | 19 บาร์ |
| ปริมาณถ้วยกาแฟที่ทำได้ต่อครั้ง | 1 ถ้วย |
| การรับประกันสินค้า | 2 ปี |
| สีที่จัดจำหน่าย | แดง, ดำ, ขาว, เขียว |
| มีระบบอุ่นแก้ว | |
| มีระบบไอน้ำ |

OGGIเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ Capsule Coffee Machine รุ่น MC2 PLUS
ระบบสลับหัวแปลงอะแดปเตอร์ที่รองรับการชงทั้งกาแฟบด กาแฟพอด และกาแฟแคปซูล
มีฟังก์ชันปรับระดับน้ำอัตโนมัติได้ 7 ระดับ และรองรับทั้งโหมดสกัดร้อนและโหมดโคลด์บรูว์
ปั๊มแรงดันสกัดสูง 19 บาร์ ช่วยดึงกลิ่นหอมของกาแฟสด พร้อมสร้างชั้นครีมฟองด้านบนได้
สำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการดื่มกาแฟหลายรูปแบบ ใช้งานได้ทั้งในบ้านและออฟฟิศ
| ประเภท | แคปซูล |
|---|---|
| ขนาด | 11 x 27 x 25 ซม. |
| น้ำหนัก | 1.9 กก. |
| กำลังไฟ | 1,450 วัตต์ |
| ความจุน้ำ | 0.6 ลิตร |
| ระดับแรงดัน | 19 บาร์ |
| ปริมาณถ้วยกาแฟที่ทำได้ต่อครั้ง | 1 ถ้วย |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| สีที่จัดจำหน่าย | ขาว, แดง |
| มีระบบอุ่นแก้ว | |
| มีระบบไอน้ำ |
รองรับการทำเครื่องดื่มได้หลากหลาย เช่น เอสเปรสโซ, คัปปุชชีโน และชาประเภทต่าง ๆ
ทำจากสเตนเลสและพลาสติก ปุ่มกดใช้งานง่าย พร้อมมีไฟบอกสถานะการทำงาน
แรงดันน้ำ 15 บาร์ ถังน้ำ 1.6 ลิตร พร้อมก้านสตรีมไอน้ำเพื่อทำฟองนมและอุ่นเครื่องดื่มร้อน
ทำความสะอาดได้อย่างสะดวก โดยสามารถถอดถังน้ำ และถาดรองกาแฟออกได้ง่าย
| ประเภท | เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ |
|---|---|
| ขนาด | 28 x 22.5 x 29 ซม. |
| น้ำหนัก | 3 กก. |
| กำลังไฟ | 850 วัตต์ |
| ความจุน้ำ | 1.6 ลิตร |
| ระดับแรงดัน | 15 บาร์ |
| ปริมาณถ้วยกาแฟที่ทำได้ต่อครั้ง | 1 ถ้วย |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| สีที่จัดจำหน่าย | ดำ |
| มีระบบอุ่นแก้ว | |
| มีระบบไอน้ำ |
Duchessเครื่องชงกาแฟแคปซูล Coffee Machine Multi-Capsule | CM6500B
ระบบ Multi-Capsule รองรับการใช้งานร่วมกับแคปซูลกาแฟทั้ง Dolce Gusto และ Nespresso
สกัดกาแฟด้วยแรงดัน 20 บาร์ ช่วยดึงเอากลิ่นหอมและรสชาติของเมล็ดกาแฟคั่วบดออกมา
ได้รับการออกแบบให้มีขนาดตัวเครื่องที่กะทัดรัด ใช้งานง่าย ประหยัดพื้นที่ในการจัดวางบนโต๊ะ
ทำกาแฟได้ 1 แก้วต่อครั้ง มีโหมดสแตนด์บายช่วยประหยัดพลังงาน เมื่อเครื่องไม่ได้ใช้งาน
| ประเภท | แคปซูล |
|---|---|
| ขนาด | 11 x 27 x 25 ซม. |
| น้ำหนัก | 3.4 กก. |
| กำลังไฟ | 1,450 วัตต์ |
| ความจุน้ำ | 0.6 ลิตร |
| ระดับแรงดัน | 20 บาร์ |
| ปริมาณถ้วยกาแฟที่ทำได้ต่อครั้ง | 1 ถ้วย |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| สีที่จัดจำหน่าย | ดำ, ขาว |
| มีระบบอุ่นแก้ว | |
| มีระบบไอน้ำ |
Worldtechเครื่องชงกาแฟ Xpresso 2-In-1 Coffee Machine | WT-CM315T
ตัวเครื่องเป็นระบบ 2 In 1 ที่รวมฟังก์ชันบดเมล็ดกาแฟและระบบชงแบบหยดเอาไว้ด้วยกัน
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติกาแฟดริป และต้องการความสะดวกในการเตรียมกาแฟสด
เพิ่มความสะดวกด้วยฟังก์ชันตั้งเวลาชงล่วงหน้าได้สูงสุด 24 ชั่วโมง พร้อมระบบปิดเครื่องอัตโนมัติ
ควบคุมการทำงานได้ง่ายผ่านหน้าจอแสดงผล LCD ดีไซน์ดิจิตอล และมีแท็งก์น้ำในตัว
| ประเภท | ฟิลเตอร์ |
|---|---|
| ขนาด | 19 x 26.5 x 30 ซม. |
| น้ำหนัก | 3 กก. |
| กำลังไฟ | 1,050 วัตต์ |
| ความจุน้ำ | 1 ลิตร |
| ระดับแรงดัน | |
| ปริมาณถ้วยกาแฟที่ทำได้ต่อครั้ง | 6 ถ้วย |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| สีที่จัดจำหน่าย | เงิน |
| มีระบบอุ่นแก้ว | |
| มีระบบไอน้ำ |
ตัวเครื่องสร้างแรงดันในการสกัดกาแฟได้ 15 บาร์ ช่วยดึงกลิ่นหอมและรสชาติเข้มข้นได้ดี
ก้านเป่าฟองนมสามารถปรับระดับความแรงของไอน้ำได้ ช่วยให้ทำเมนูนมร้อนได้
ด้วยดีไซน์สไตล์มินิมอลที่มีสีสันให้เลือกถึง 4 เฉดสี ขนาดกะทัดรัดไม่เปลืองพื้นที่จัดวาง
เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นดื่มกาแฟสดที่ต้องการเครื่องชงราคาย่อมเยาสำหรับใช้งานในบ้าน
| ประเภท | เอสเปรสโซ |
|---|---|
| ขนาด | 24 x 32.5 x 32 ซม. |
| น้ำหนัก | 5.25 กก. |
| กำลังไฟ | 1,100 วัตต์ |
| ความจุน้ำ | 1.2 ลิตร |
| ระดับแรงดัน | 15 บาร์ |
| ปริมาณถ้วยกาแฟที่ทำได้ต่อครั้ง | 2 ถ้วย |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| สีที่จัดจำหน่าย | ครีม, ดำ, เขียว |
| มีระบบอุ่นแก้ว | |
| มีระบบไอน้ำ |
Ksrainเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ All-in-One Coffee Machine
มีระบบสกัดเอสเพรสโซ่แรงดันสูงสไตล์อิตาลี ช่วยรีดน้ำมันกาแฟ และกลิ่นหอมเข้มข้นออกมา
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องสกัดกาแฟสดราคาประหยัดที่มีฟังก์ชันการทำโฟมนมแบบอัตโนมัติ
หน้าจออัจฉริยะที่ช่วยให้ควบคุมการทำงานได้ง่าย พร้อมระบบทำโฟมนมอัตโนมัติในตัว
ตัวเครื่องออกแบบมาสำหรับใช้งานในบ้านได้อย่างทนทาน มีการรับประกันตัวเครื่องนานถึง 3 ปี
| ประเภท | เอสเปรสโซ |
|---|---|
| ขนาด | 19.8 x 26.4 x 32.4 ซม. |
| น้ำหนัก | 4 กก. |
| กำลังไฟ | 1,350 วัตต์ |
| ความจุน้ำ | 1.5 ลิตร |
| ระดับแรงดัน | 20 บาร์ |
| ปริมาณถ้วยกาแฟที่ทำได้ต่อครั้ง | 2 ถ้วย |
| การรับประกันสินค้า | 3 ปี |
| สีที่จัดจำหน่าย | ขาว |
| มีระบบอุ่นแก้ว | |
| มีระบบไอน้ำ |
| ประเภท | ฟิลเตอร์ |
|---|---|
| ขนาด | 24 x 20 x 33 ซม. |
| น้ำหนัก | 1.2 กก. |
| กำลังไฟ | 600 วัตต์ |
| ความจุน้ำ | 0.65 ลิตร |
| ระดับแรงดัน | |
| ปริมาณถ้วยกาแฟที่ทำได้ต่อครั้ง | 5 ถ้วย |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| สีที่จัดจำหน่าย | ดำ |
| มีระบบอุ่นแก้ว | |
| มีระบบไอน้ำ |
ระบบชงกาแฟดริปที่มาพร้อมเครื่องบดเมล็ดกาแฟในตัว สามารถสกัดน้ำจากเมล็ดสดได้
ควบคุมระดับการทำงานได้แม่นยำด้วยหน้าจอดิจิตอล และมีเหยือกแก้วรองรับน้ำกาแฟในตัว
ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟดริปรสชาตินุ่มนวลในราคาประหยัด นิยมใช้งานในบ้าน
ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัด โครงสร้างถูกออกแบบให้ถอดล้างทำความสะอาดง่าย
| ประเภท | ฟิลเตอร์ |
|---|---|
| ขนาด | 17 x 22 x 27 ซม. |
| น้ำหนัก | 2.5 กก. |
| กำลังไฟ | 600 วัตต์ |
| ความจุน้ำ | 0.56 ลิตร |
| ระดับแรงดัน | |
| ปริมาณถ้วยกาแฟที่ทำได้ต่อครั้ง | 4 ถ้วย |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| สีที่จัดจำหน่าย | ดำ |
| มีระบบอุ่นแก้ว | |
| มีระบบไอน้ำ |
Boncafeเครื่องชงกาแฟระบบแคปซูล รุ่น Capristta N
กำลังไฟ 1,500 วัตต์ มาพร้อมฟังก์ชันปิดเครื่องอัตโนมัติเมื่อไม่ทำงานเกิน 10 นาที
ตัวเครื่องทำงานด้วยระบบสกัดกาแฟแบบแคปซูลที่ช่วยให้ชงเครื่องดื่มได้สม่ำเสมอในทุกแก้ว
ได้รับการออกแบบให้มีขนาดตัวเครื่องที่กะทัดรัด ช่วยประหยัดพื้นที่ในการจัดวาง
มีขั้นตอนการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน สามารถถอดชิ้นส่วนออกมาล้างทำความสะอาดได้สะดวก
| ประเภท | แคปซูล |
|---|---|
| ขนาด | 10 x 26.5 x 36.5 ซม. |
| น้ำหนัก | 3.6 กก. |
| กำลังไฟ | 1,500 วัตต์ |
| ความจุน้ำ | 0.55 ลิตร |
| ระดับแรงดัน | 15 บาร์ |
| ปริมาณถ้วยกาแฟที่ทำได้ต่อครั้ง | 1 ถ้วย |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| สีที่จัดจำหน่าย | ดำ, แดง, ขาว |
| มีระบบอุ่นแก้ว | |
| มีระบบไอน้ำ |
วิธีการทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟ

การทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟนั้นสามารถแบ่งได้ 2 รูปแบบหลัก ๆ คือ การทำความสะอาดรายวันหลังจากใช้งานทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการหมักหมมและการก่อตัวของแบคทีเรีย เนื่องจากคราบกาแฟที่ตกค้างตามอุปกรณ์มักจะมีความมันอยู่แล้ว หากทิ้งไว้นาน ๆ จะทำให้กลายเป็นคราบฝังแน่นและทำความสะอาดได้ยาก โดยการทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ในการชงกาแฟแต่ละวันด้วยการเช็ดถู ใช้แปรงขัด หรือล้างทั่วไป เช่น หัวกรุ๊ป ก้านชงกาแฟ หรือก้านสตีมนม ซึ่งเครื่องชงกาแฟบางรุ่นอาจมาพร้อมกับระบบทำความสะอาดอัตโนมัติเพื่อเพิ่มความสะดวก
ส่วนการทำความสะอาดอีกแบบจะเป็นการทำความสะอาดใหญ่หรือการล้างเครื่อง โดยจำเป็นต้องใช้ผงทำความสะอาด เพื่อขจัดคราบฝังแน่นหรือไขมันกาแฟโดยไม่ก่อให้เกิดสารตกค้าง ซึ่งแนะนำให้ทำความสะอาดแบบนี้อย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์
เครื่องชงกาแฟต้องทำความสะอาดบ่อยแค่ไหน
ปกติแลัวเครื่องชงกาแฟควรได้รับการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการใช้งานที่ดีและยืดอายุการใช้งานของเครื่อง โดยควรทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้งานด้วยน้ำอุ่นและน้ำยาทำความสะอาดเฉพาะส่วนที่ถอดออกได้ และควรถอดชิ้นส่วนต่าง ๆ ออกมาทำความสะอาดอย่างละเอียดเดือนละครั้ง เช่น หัวชง ตัวถังเครื่องรวมทั้งขจัดคราบคราบตะกรัน 3 - 6 เดือนต่อครั้ง
เครื่องชงกาแฟ มีอายุการใช้งานกี่ปี
โดยทั่วไปเครื่องชงกาแฟที่ได้รับการดูแลและบำรุงรักษาอย่างเหมาะสมจะมีอายุการใช้งานยาวนานอย่างน้อย 5 - 10 ปีโดยประมาณ ซึ่งปกติแล้วสาเหตุที่ทำให้เครื่องชงกาแฟมีอายุการใช้งานที่สั้นลง คือ การใช้งานหนักหรือบ่อย รวมถึงการไม่ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ อาจทำให้ส่วนประกอบสึกหรอและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ที่สำคัญ เครื่องชงกาแฟที่มีราคาถูกก็มักจะมีอายุการใช้งานที่สั้นกว่าเครื่องชงกาแฟราคาสูง เพราะส่วนประกอบมีคุณภาพที่ด้อยกว่านั่นเอง
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ






































