10 ข้าวหอมมะลิ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 อร่อย หุงขึ้นหม้อ
ข้าวหอมมะลิ เป็นสายพันธุ์ข้าวที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากมีลักษณะเป็นเอกลักษณ์ ทั้งเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่มกว่าข้าวไทยสายพันธุ์อื่น ให้รสชาติอร่อยและมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ คล้ายใบเตย โดยมีการแยกประเภทย่อยออกไปอีกตามแหล่งเพาะปลูก เช่น ข้าวหอมมะลิสุรินทร์, ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งแต่ละชนิดจะมีความฟูนุ่มและความหอมหวานที่ต่างกันไป
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกข้าวหอมมะลิแบบง่าย ๆ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาข้าวหอมมะลิมาหุงทานเองที่บ้าน และยังมี 10 ข้าวหอมมะลิ จากหลายแบรนด์ยอดนิยม ทั้งข้าวหอมมะลิแท้ 100% ที่มีเม็ดเรียงตัวสวย สัมผัสเหนียวนุ่ม หุงขึ้นหม้อ และข้าวหอมมะลิอินทรีย์ที่เพาะปลูกแบบปลอดสารเคมี เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ มาแนะนำเพิ่มเติมด้วย

คุณพีทเป็นเจ้าของ Blackkat Café ร้านที่โดดเด่นด้านเครื่องดื่มและเบเกอรี่ โดยให้ความสำคัญกับวัตถุดิบคุณภาพและการสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ ที่ผสมผสานรสชาติได้อย่างลงตัว ด้วยความหลงใหลในอาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม ทำให้คุณพีทใส่ใจตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ กระบวนการทำ ไปจนถึงการตกแต่งเมนูให้มีเอกลักษณ์ และพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมจากมหาวิทยาลัยเนชั่น ยังส่งเสริมให้คุณพีทเข้าใจศาสตร์ของอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้ลูกค้า ตั้งแต่การพัฒนาเมนูตามฤดูกาล การอบเบเกอรี่สดใหม่ ไปจนถึงการจับคู่เครื่องดื่มกับขนมให้อร่อยลงตัว โดยนอกจากบริหารร้าน คุณพีทยังติดตามเทรนด์อาหาร ทดลองวัตถุดิบใหม่ ๆ และแบ่งปันความรู้ผ่านบทความด้านอาหาร เบเกอรี่ และการพัฒนาเมนูต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถนำไปต่อยอดได้อีกด้วย
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
ข้าวหอมมะลิกับข้าวขาวต่างกันอย่างไร

ข้าวหอมมะลิและข้าวขาวถือเป็นข้าวที่นิยมมากที่สุดในไทย แต่จะมีความแตกต่างกันในด้านของลักษณะเมล็ด กลิ่น รสชาติ และโภชนาการ ซึ่งข้าวหอมมะลิจะมีจุดเด่นกว่าข้าวขาว คือ มีเล็ดข้าวที่เรียวยาว ใสคล้านดอกมะลิ มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์คล้ายกลิ่นของใบเตย มีรสชาติหอม หวาน กลมกล่อม แต่ข้าวขาวมีกลิ่นและรสชาติไม่เด่นชัดเท่าข้าวหอมมะลิและมีเมล็ดที่ใหญ่และกลมกว่า
ในส่วนของโภชนาการข้าวหอมมะลิจะใกล้เคียงกัน แต่ข้าวหอมมะลิจะมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตต่ำกว่าข้าวขาว และมีวิตามินบี1 บี3 บี6 และธาตุเหล็กสูงกว่า โดยสรุปแล้วข้าวหอมมะลิและข้าวขาวจะมีความแตกต่างกันทั้งในด้านลักษณะทางกายภาพ กลิ่น รสชาติ และผลผลิต ซึ่งส่งผลให้มีการเลือกทานแตกต่างกันในการบริโภคและประกอบอาหาร
วิธีการเลือกข้าวหอมมะลิ
บางคนอาจจะคิดว่าข้าวหอมมะลิทุกยี่ห้อมีรสชาติเหมือนกันหมด จะเลือกซื้ออย่างไรก็ได้เพราะเป็นข้าวเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงข้าวหอมมะลิมีการแบ่งเกรดตามคุณภาพ ดังนั้น การเลือกซื้อข้าวหอมมะลิจึงไม่ใช่สิ่งที่ควรมองข้าม เราจึงควรใส่ใจกับวิธีการเลือกซื้อ เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยและมีประโยชน์
เลือกสายพันธุ์ข้าวหอมมะลิจากได้ตามความชอบ
ข้าวหอมมะลิมีหลากหลายสายพันธุ์ในการเลือกรับประทาน ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป บทความนี้จึงได้แยกหัวข้อเพื่อใช้ในการพิจารณาเลือกข้าวหอมมะลิ ดังนี้
สำหรับผู้บริโภคทั่วไปที่เน้นความอร่อย หุงขึ้นหม้อ เลือกข้าวหอมมะลิตามสายพันธุ์ยอดนิยมได้เลย

- ข้าวขาวหอมมะลิ 105 หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ข้าวหอมมะลิ 105 มีลักษณะเมล็ดเรียวยาว ใส มีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย รสชาติหวานกลมกล่อม หุงง่าย ไม่ติดหม้อ เมื่อหุงเสร็จแล้วเมล็ดจะเรียงตัวดี ไม่นิ่มเละ ให้ความอร่อย เหมาะกับคนที่ไม่ชอบข้าวที่แฉะเกินไป
- ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นข้าวหอมมะลิที่ปลูกในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งจะมีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ เมล็ดข้าวเรียวยาว ใส เมื่อหุงแล้วจะมีความนุ่ม รสชาติหวาน กลมกล่อม มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ
- ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ ขึ้นชื่อว่าเป็นสินค้า GI (Geographical Indication) หรือสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดสุรินทร์ มีจุดเด่นอยู่ที่ความหอม มีรสชาติหวาน เมื่อหุงแล้วข้าวจะนุ่ม ไม่เละ และไม่ค่อยติดหม้อ เหมาะกับทุกเมนูอาหาร
- ข้าวหอมมะลิแดง เป็นข้าวกล้องสายพันธุ์หนึ่งของประเทศไทย มีเมล็ดข้าวสีแดงเข้ม เปลือกสีน้ำตาล เนื้อสัมผัสหยาบกว่าข้าวหอมมะลิขาวทั่วไป เมื่อหุงสุกแล้วจะมีกลิ่นหอมเหมือนข้าวหอมมะลิ แต่จะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง
สำหรับสายสุขภาพที่เน้นเรื่องคุณภาพเป็นหลัก เลือกข้าวหอมมะลิแบบอินทรีย์

ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ถือเป็นข้าวที่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคมากกว่าข้าวทั่วไป เพราะเป็นข้าวหอมมะลิที่ปลูกโดยไม่ใช้สารเคมี ไม่ว่าจะเป็นยากำจัดแมลง ปุ๋ยเคมี หรือสารเคมีสังเคราะห์ต่าง ๆ โดยจะปลูกในพื้นที่ที่มีระบบนิเวศน์สมดุล ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมไปถึงดินที่ใช้ปลูกก็เป็นดินอินทรีย์ ซึ่งจะทำให้ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ และยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูงอีกด้วย จึงเหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ
ข้าวหอมมะลิอินทรีย์สามารถหาซื้อได้ทั่วไปทุกช่องทาง โดยให้สังเกตสัญลักษณ์บนบรรจุภัณฑ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นสัญลักษณ์อินทรีย์ไทย (Organic Thailand), สัญลักษณ์ USDA Organic และ สัญลักษณ์ PGS (Participatory Guarantee System c) และให้ตรวจสอบแหล่งที่มาของผู้จำหน่วย ซื้อจากร้านค้าที่น่าเชื่อถือจะดีที่สุด
เลือกข้าวหอมมะลิตามฤดูกาลการเก็บเกี่ยว (ข้าวต้นปี หรือ กลางปี)

นอกจากการเลือกสายพันธุ์ที่ตรงต่อความต้องการแล้วอาจพิจารณาตามฤดูกาลด้วยเช่นกัน เพราะข้าวแต่ละฤดูกาลก็จะมีความแตกต่างกัน คือ
- ข้าวหอมมะลินาปี คือ ข้าวหอมมะลิที่ปลูกในช่วง เดือนพฤษภาคม - มิถุนายน เก็บเกี่ยวในช่วง เดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม เป็นข้าวหอมมะลิที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะมีกลิ่นหอม รสชาติหวาน กลมกล่อม เมล็ดข้าวเรียว ยาว ใส เมื่อหุงสุกแล้วข้าวจะเรียงเมล็ดสวย ไม่นิ่มเละ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความหอมของข้าว
- ข้าวหอมมะลินาปรัง ปลูกในช่วง เดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม และเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน ข้าวที่ได้จะมีกลิ่นหอมน้อยกว่าข้าวนาปี เมล็ดข้าวสั้นกว่า เมื่อหุงสุกแล้ว ข้าวจะนิ่มเละกว่า แต่มีราคาที่ประหยัดกว่า เหมาะสำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัด
นอกจากนี้ ยังมีการแยกประเภทออกเป็น ข้าวเก่าและข้าวใหม่ด้วย ซึ่งจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน คือ
- ข้าวใหม่ คือ ข้าวที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาใหม่ภายใน 3 เดือน จะมีความชื้นสูง เมล็ดข้าวอ่อนนุ่ม หุงขึ้นหม้อยาก แต่มีราคาถูกกว่าข้าวเก่า เหมาะสำหรับนำมาทำข้าวต้มหรือโจ๊ก
- ข้าวเก่า คือ ข้าวที่เก็บเกี่ยวมาแล้วมากกว่า 3 เดือน จะมีความชื้นต่ำ เก็บรักษาได้ง่ายกว่าข้าวใหม่ เมล็ดข้าวมีความแข็ง หุงขึ้นหม้อได้ง่าย เมล็ดข้าวเรียตัวสวย เหมาะสำหรับเป็นข้าวสวย ข้าวมันไก่ หรือนำมาทำข้าวผัด
เลือกสายพันธุ์ข้าวหอมมะลิจากแหล่งเพาะปลูกหลักในประเทศไทย

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการเพาะปลูกข้าวกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ โดยหลักแล้วจะมีแหล่งหลัก ๆ ในการปลูกข้าวหอมมะลิ คือ
- ภาคอีสาน ถือเป็นแหล่งผลิตข้าวที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีพื้นที่ปลูกข้าวสำคัญ ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ โดยจะนิยมปลูกข้าวหอมมะลิ 105, ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ และข้าวหอมมะลิ กข 15 ซึ่งข้าวที่ได้จะมีคุณภาพ มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์
- ภาคกลาง เป็นแหล่งผลิตข้าวที่สำคัญรองลงมาจากภาคอีสาน มีพื้นที่ปลูกข้าวสำคัญ ได้แก่ สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา อ่างทอง อยุธยา และปทุมธานี นิยมปลูกข้าวหอมมะลิ 105 และข้าวหอมมะลิสุพรรณบุรี 1 โดยข้าวที่ได้จะมีเมล็ดเรียวยาว หุงแล้วเมล็ดเรียงตัวสวยงาม
- ภาคเหนือ เป็นแหล่งผลิตข้าวอันดับสาม มีพื้นที่ปลูกข้าวสำคัญ ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง แม่ฮ่องสอน พะเยา และน่าน นิยมปลูกข้าวหอมมะลิ กข 41 และข้าวหอมมะลิ 105 โดยข้าวที่ได้จะมีกลิ่นหอม หุงแล้วเมล็ดเรียงสวย ไม่นิ่มเละ
- ภาคใต้ เป็นแหล่งผลิตข้าวที่เล็กที่สุด มีพื้นที่ปลูกข้าวสำคัญ ได้แก่ นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี กระบี่ และสุราษฎร์ธานี นิยมปลูกข้าวหอมมะลิ 105 โดยข้าวที่ได้จะมีความหอม หุงแล้วนิ่มไม่เละ

10 ข้าวหอมมะลิ ยี่ห้อไหนดี อร่อย หุงขึ้นหม้อ
สินค้า | รูปภาพ | ช่องทางซื้อสินค้า | รายละเอียด | |||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
ประเภท | อายุข้าว | ปริมาณบรรจุ | แหล่งเพาะปลูก | สัญลักษณ์ตราพนมมือ | เครื่องหมายฮาลาล | มาตรฐาน อย. | ||||
1 | หงษ์ทอง ข้าวหอมมะลิใหม่ต้นฤดู 100% | ![]() | ข้าวนาปรัง / ข้าวไม่ไวแสง | ข้าวใหม่ | 5 กก. | จังหวัดอุบลราชธานี, จังหวัดศรีสะเกษ | ||||
2 | เบญจรงค์ ข้าวหอมมะลิ 100% | ![]() | ข้าวนาปรัง / ข้าวไม่ไวแสง | ข้าวเก่า | 5 กก. | จังหวัดร้อยเอ็ด, จังหวัดสุรินทร์ | ||||
3 | ตราฉัตร ข้าวหอมมะลิใหม่ 100% | ![]() | ข้าวนาปี / ข้าวไวแสง | ข้าวใหม่ | 5 กก. | อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา | ||||
4 | พญาไอยรา ข้าวหอมมะลิใหม่ต้นฤดู 100% | ![]() | ข้าวนาปี/ข้าวไวแสง | ข้าวใหม่ | 5 กก. | จังหวัดนครราชสีมา | ||||
5 | ข้าวทองมณี ข้าวกล้องหอมมะลิ กข 105 สุรินทร์แท้ | ![]() | ข้าวนาปี/ข้าวไวแสง | ข้าวใหม่ | 1 กก. | สุรินทร์ | ไม่ระบุ | ไม่ระบุ | ไม่ระบุ | |
6 | ไร่พระจันทร์ ข้าวกล้องหอมมะลิ | ![]() | ข้าวนาปี/ข้าวไวแสง | ข้าวใหม่ | 1 กก. | ไทย | ||||
7 | ดอกบัวตงฮั้ว ข้าวขาวหอมมะลิ 100% | ![]() | ข้าวนาปรัง / ข้าวไม่ไวแสง | ข้าวเก่า | 5 กก. | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | ||||
8 | แตงโม ข้าวหอมมะลิแท้ | ![]() | ข้าวนาปี/ข้าวไวแสง | ไม่ระบุ | 5 กก. | ทุ่งกุลาร้องไห้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | ไม่ระบุ | |||
9 | ไดโนเสาร์ ข้าวหอมมะลิ | ![]() | ข้าวนาปรัง / ข้าวไม่ไวแสง | ข้าวเก่า、ข้าวใหม่ | 5 กก. | อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร | ||||
10 | ศรีแสงดาว ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ | ![]() | ข้าวนาปี/ข้าวไวแสง | ข้าวใหม่ | 5 กก. | ร้อยเอ็ด | ||||

| ประเภท | ข้าวนาปรัง / ข้าวไม่ไวแสง |
|---|---|
| อายุข้าว | ข้าวใหม่ |
| ปริมาณบรรจุ | 5 กก. |
| แหล่งเพาะปลูก | จังหวัดอุบลราชธานี, จังหวัดศรีสะเกษ |
| สัญลักษณ์ตราพนมมือ | |
| เครื่องหมายฮาลาล | |
| มาตรฐาน อย. |
| ประเภท | ข้าวนาปรัง / ข้าวไม่ไวแสง |
|---|---|
| อายุข้าว | ข้าวเก่า |
| ปริมาณบรรจุ | 5 กก. |
| แหล่งเพาะปลูก | จังหวัดร้อยเอ็ด, จังหวัดสุรินทร์ |
| สัญลักษณ์ตราพนมมือ | |
| เครื่องหมายฮาลาล | |
| มาตรฐาน อย. |
| ประเภท | ข้าวนาปี / ข้าวไวแสง |
|---|---|
| อายุข้าว | ข้าวใหม่ |
| ปริมาณบรรจุ | 5 กก. |
| แหล่งเพาะปลูก | อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา |
| สัญลักษณ์ตราพนมมือ | |
| เครื่องหมายฮาลาล | |
| มาตรฐาน อย. |
| ประเภท | ข้าวนาปี/ข้าวไวแสง |
|---|---|
| อายุข้าว | ข้าวใหม่ |
| ปริมาณบรรจุ | 5 กก. |
| แหล่งเพาะปลูก | จังหวัดนครราชสีมา |
| สัญลักษณ์ตราพนมมือ | |
| เครื่องหมายฮาลาล | |
| มาตรฐาน อย. |
| ประเภท | ข้าวนาปี/ข้าวไวแสง |
|---|---|
| อายุข้าว | ข้าวใหม่ |
| ปริมาณบรรจุ | 1 กก. |
| แหล่งเพาะปลูก | สุรินทร์ |
| สัญลักษณ์ตราพนมมือ | ไม่ระบุ |
| เครื่องหมายฮาลาล | ไม่ระบุ |
| มาตรฐาน อย. | ไม่ระบุ |
| ประเภท | ข้าวนาปี/ข้าวไวแสง |
|---|---|
| อายุข้าว | ข้าวใหม่ |
| ปริมาณบรรจุ | 1 กก. |
| แหล่งเพาะปลูก | ไทย |
| สัญลักษณ์ตราพนมมือ | |
| เครื่องหมายฮาลาล | |
| มาตรฐาน อย. |
ดอกบัวตงฮั้วข้าวขาวหอมมะลิ 100%
| ประเภท | ข้าวนาปรัง / ข้าวไม่ไวแสง |
|---|---|
| อายุข้าว | ข้าวเก่า |
| ปริมาณบรรจุ | 5 กก. |
| แหล่งเพาะปลูก | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ |
| สัญลักษณ์ตราพนมมือ | |
| เครื่องหมายฮาลาล | |
| มาตรฐาน อย. |
| ประเภท | ข้าวนาปี/ข้าวไวแสง |
|---|---|
| อายุข้าว | ไม่ระบุ |
| ปริมาณบรรจุ | 5 กก. |
| แหล่งเพาะปลูก | ทุ่งกุลาร้องไห้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ |
| สัญลักษณ์ตราพนมมือ | |
| เครื่องหมายฮาลาล | |
| มาตรฐาน อย. | ไม่ระบุ |
| ประเภท | ข้าวนาปรัง / ข้าวไม่ไวแสง |
|---|---|
| อายุข้าว | ข้าวเก่า、ข้าวใหม่ |
| ปริมาณบรรจุ | 5 กก. |
| แหล่งเพาะปลูก | อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร |
| สัญลักษณ์ตราพนมมือ | |
| เครื่องหมายฮาลาล | |
| มาตรฐาน อย. |
| ประเภท | ข้าวนาปี/ข้าวไวแสง |
|---|---|
| อายุข้าว | ข้าวใหม่ |
| ปริมาณบรรจุ | 5 กก. |
| แหล่งเพาะปลูก | ร้อยเอ็ด |
| สัญลักษณ์ตราพนมมือ | |
| เครื่องหมายฮาลาล | |
| มาตรฐาน อย. |
วิธีหุงข้าวหอมมะลิให้หอมนุ่ม น่ารับประทาน

หลังจากได้ข้าวหอมมะลิที่ถูกใจกันแล้ว หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่าแล้วต้องหุงข้าวอย่างไรให้อร่อยขึ้นหม้อ ซึ่งการหุงข้าวให้หอมอร่อยนั้นจะไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกต่อไป เพียงแค่คุณรู้เทคนิคการหุงข้าวหอมมะลิให้มีกลิ่นหอม ชวนทาน ดังต่อไปนี้
- ทำการซาวข้าวให้สะอาดประมาณ 2 รอบ
- เทน้ำซาวข้าวทิ้ง แล้วเตรียมอัตราส่วนของน้ำต่อข้าวหอมมะลิให้อยู่ในอัตรา 1 : 12
- ก่อนทำการหุงให้ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย แล้วหยดน้ำส้มสายชูหรือน้ำมะนาวประมาณ 3 - 4 หยด
- หุงข้าวปกติ แต่หลังจากที่ข้าวหุงเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วจึงค่อยเปิดฝาออกมา
กินข้าวหอมมะลิอ้วนไหม
ข้าวหอมมะลิไม่ได้ส่งผลให้อ้วนมากกว่าข้าวชนิดอื่น หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ข้าวหอมมะลิถือเป็นข้าวที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูง ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย มีเส้นใยอาหารสูง มีวิตามินและแร่ธาตุหลากหลายและไม่มีไขมันอิ่มตัวสูงด้วย ข้อสำคัญคือต้องรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ จึงจะได้ประโยชน์จากข้าวหอมมะลิ โดยไม่ส่งผลให้อ้วน
ข้าวหอมมะลิ 100 กรัม กี่แคล
ข้าวหอมมะลิ 100 กรัม มีปริมาณพลังงานหรือแคลอรี่ประมาณ 350 - 370 แคลอรี่ โดยมีสัดส่วนของสารอาหารคาร์โบไฮเดรตสูงประมาณ 78 - 80 กรัม จัดว่ามีปริมาณพลังงานค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตหลักในอาหาร ซึ่งให้พลังงานมากกว่าไขมันและโปรตีน
ข้าวหอมมะลิเก็บได้นานไหม
สำหรับข้าวหอมมะลิที่ยังไม่หุงจะสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 2 - 3 เดือน อย่างไรก็ตาม การเก็บรักษาข้าวหอมมะลิให้คงความหอม และเมล็ดสวย ๆ ให้ยาวนาน ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณาร่วมด้วย คือ เลือกภาชนะให้เหมาะสม มีฝาปิดมิดชิดเพื่อป้อกันอากาศ ความชื้น แสงแดด และแมลงที่จะเข้าไปทำลายเมล็ดข้าว รวมทั้งเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสมและเก็บไว้ในที่แห้งสนิท
บทความที่เกี่ยวข้องกับข้าวหอมมะลิ
เรายังมีบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้าวชนิดต่าง ๆ ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมีวิธีการเลือกซื้อที่แตกต่างกันออกไป โดยสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความด้านล่างนี้
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ



















































































