10 ปุ๋ย AB ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รวมแบบน้ำ แบบแห้ง
ปุ๋ย AB เป็นปัจจัยสำคัญในการปลูกพืชไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) ซึ่งเป็นการทำเกษตรแบบไร้ดิน โดยพืชจะได้รับธาตุอาหารอย่างครบถ้วนจากสารละลายที่อยู่ในน้ำ ซึ่งเป็นปุ๋ยที่ผ่านการคิดค้นส่วนผสมจากผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้นพืชที่ได้รับสารอาหารโดยตรงจากทางรากนี้จึงมีการเจริญเติบโตได้ดี
บทความนี้ เรามีวิธีการเลือกปุ๋ย AB ให้เหมาะสมสำหรับพืช ทั้งชนิดแห้งในรูปแบบผงหรือเม็ด ชนิดน้ำได้มาจากการผสมแร่ธาตุแบบผงตามอัตราส่วน พร้อมคำแนะนำจากคุณธนัตถ์ กระแจะเจิม ผู้จำหน่ายและเพาะเนื้อเยื่อต้นไม้ และยังมี 10ปุ๋ย AB ยี่ห้อที่ได้มาตรฐาน มีความเข้มข้นของสารละลายเหมาะสม ใช้งานได้ตั้งแต่ระยะเริ่มย้ายปลูกไปจนถึงระยะเก็บเกี่ยว มาแนะนำเพิ่มเติมอีกด้วย
Top 5 ปุ๋ย AB ยอดนิยม

คุณแป๋มเริ่มปลูกต้นไม้เป็นงานอดิเรกมาตั้งแต่ปี 2019 จนสร้างรายได้ให้กับตนเองได้สูงกว่างานประจำ โดยต้นไม้ที่เลือกปลูกในช่วงแรกจะมีทั้งไม้ยืนต้น ไม้ดอกและไม้ใบเพื่อเป็นการสะสมความรู้และประสบการณ์ จนกระทั่งมีความชำนาญด้านการตอนกิ่ง ชำกิ่ง ทั้งต้นมะนาว เลม่อนและไม้ผลหลายชนิด ทำให้คุณแป๋มมีโอกาสได้เป็นผู้จัดการฟาร์มเลม่อนขนาดพื้นที่ 21 ไร่ รวมมากกว่า 500 ต้นในปีถัดมา ส่วนตัวแล้วคุณแป๋มชอบการปลูกไม้ที่โตไว เลี้ยงง่ายและทนต่อสภาพอากาศ ซึ่งต้นไม้ที่พลิกชีวิตและทำรายได้ให้มากเป็นอันดับ 1 คือ ตระกูลฟิโลเดนดรอน ที่ใช้วิธีเพาะเนื้อเยื่อเป็นเวลา 1 - 2 เดือน และทำการจำหน่ายเป็นต้นชำใส่กระถาง จากประสบการณ์ทั้งหมดนี้ทำให้คุณแป๋มมีความรู้ความเข้าใจในการปลูกต้นไม้ รวมถึงการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับประเภทและลงลึกไปถึงมาตรฐานคุณภาพ แบรนด์ของวัสดุอุปกรณ์ ตลอดจนเรื่องความคุ้มค่าคุ้มราคาที่ต้องคำนึงเป็นหลัก เพราะเชื่อว่าในการปลูกต้นไม้นั้นเราต้องมีต้นทุนเป็นปัจจัยสำคัญ จึงยึดหลักนี้ในการเพาะปลูกและจำหน่ายต้นไม้จริงมาตลอด

คุณปูเป็นนักเขียนอิสระและแม่บ้าน โดยในยามว่างจะชอบศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงลูก อ่านรีวิวสินค้าเพื่อคัดสรรผลิตภัณฑ์ดี ๆ มาใช้ในบ้าน รวมถึงในชีวิตประจำวันของลูกด้วย ในส่วนของงานอดิเรกนั้นคุณปูชอบงานถักเชือกมาคราเม่เป็นพิเศษ จนเกิดเป็นงานฝีมือหลากหลายชนิดสำหรับใช้ตกแต่งบ้านและสวน รวมถึงอุปกรณ์ของใช้ในบ้าน โดยทั้งทำขายด้วยตัวเองและเป็นผู้ออกแบบลวดลายเชือกถักสำหรับแขวนกระถางต้นไม้ให้กับบริษัทส่งออกและยังหลงใหลในงาน DIY ไม่ว่าจะเป็นงานเย็บ ปัก ถัก ร้อย จึงคอยศึกษาหาความรู้และเทคนิคเพื่อพัฒนาฝีมืออยู่เสมอ ปัจจุบันคุณปูได้ย้ายกลับมาอยู่บ้านเกิดที่จังหวัดเลยเพื่อพัฒนาเทือกสวนไร่นาของบรรพบุรุษด้วยการทำเกษตรวิถีใหม่ ปรับปรุงพื้นที่รอบบ้านให้มีบ่อเลี้ยงปลา หมักปุ๋ย ปลูกไม้ยืนต้นและผักสวนครัว เพื่อนำมาทานในครอบครัวพร้อมแบ่งปันเพื่อนบ้าน โดยส่วนตัวแล้วมีความชื่นชอบการปลูกต้นไม้ด้วย จึงต่อยอดด้วยการตกแต่งสวน ปรับภูมิทัศน์ให้ที่พักอาศัยมีความร่มรื่น สวยงามเพื่อใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติได้อย่างมีความสุข
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
ปุ๋ย AB ทำมาจากอะไร ?

ปุ๋ย AB เป็นแร่ธาตุสำคัญในการปลูกผักระบบไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponic) หรือการปลูกผักไร้ดิน (Soilless Culture) โดยมีทั้งธาตุอาหารหลัก ที่ประกอบด้วย ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) พร้อมด้วยธาตุอาหารรอง ไม่ว่าจะเป็น แคลเซียม (Ca),แมกนีเซียม (Mg) และกำมะถัน (S) ซึ่งปกติแร่ธาตุเหล่านี้จะมีอยู่ในดิน ได้จากสารอินทรีย์ในระบบนิเวศวิทยา ส่วนจะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินในแต่ละแห่ง
ส่วนผสมของปุ๋ย AB แยกออกเป็นดังนี้
ปุ๋ย A (Stock Solution A)
○ แมกนีเซียมซัลเฟส (MgSO₄) 50 กรัม
○ โพแทสเซียมไนเตรท (KNO₃) 80 กรัม
○ โมโนแอมโมเนียมฟอสเฟต (MAP) 12.5 กรัม
○ โมโนโพแทสเซียมฟอสเฟต (MKP) 8.5 กรัม
○ แมงกานีสคีเลต (Mn-EDTA) 0.4 กรัม
○ จุลธาตุรวม 0.5 กรัม
ปุ๋ย B(Stock Solution B)
○ แคลเซียมไนเตรท (Ca(NO₃)₂) 100 กรัม
○ เหล็กคีเลต (Fe-EDTA) 3 กรัม
○ จุลธาตุรวม 0.3 กรัม
ความแตกต่างระหว่างปุ๋ย AB ที่เป็นเคมีกับปุ๋ย AB ที่เป็นอินทรีย์ คือ แหล่งที่มาของส่วนผสม โดยปุ๋ย AB ที่เป็นเคมีทำมาจากสายละลายที่ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ ให้ประสิทธิภาพในการใช้งานได้ดีกว่าและตรงกับวัตถุประสงค์ในแง่ของการบำรุงส่วนต่าง ๆ ของพืช ส่วนปุ๋ย AB ที่เป็นอินทรีย์ มีแหล่งที่มาจากธรรมชาติ เช่น ซากพืช ซากสัตว์ นำมาผ่านกระบวนการต่าง ๆ จนกลายมาเป็นปุ๋ย AB นอกจากนี้ ในบางครั้งอาจจะเห็นปุ๋ย C ซึ่งเป็นปุ๋ยที่ช่วยเสริมประโยชน์ต่อพืชเช่นกัน
ดังนั้นการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดินในยุคใหม่ จึงต้องจัดสรรแร่ธาตุเพื่อเติมลงไปในระบบน้ำที่ใช้หล่อเลี้ยงต้นพืช เพื่อให้มีการเจริญเติบโต นั่นก็คือ ปุ๋ย A กับ ปุ๋ย B ซึ่งมีทั้งในรูปของปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมี แต่ที่ได้รับความนิยมในการปลูกพืชไร้ดิน คือรูปแบบปุ๋ยเคมี เนื่องจากใช้งานสะดวก ควบคุมง่าย และสามารถตรวจสอบวัดค่าได้ชัดเจนกว่า จึงปลอดภัยต่อผู้บริโภค
วิธีการเลือกปุ๋ย AB
ปุ๋ย AB มีความสำคัญต่อการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ จึงต้องเลือกให้มีคุณภาพตรงกับความต้องการ และเลือกชนิดของปุ๋ยให้มีความเหมาะสมกับระบบโรงเรือน วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเลือกซื้อมาแนะนำ สำหรับผู้ปลูกที่ต้องการผักปลอดสารไว้รับประทานในครอบครัว หรือผู้ที่ปลูกสำหรับเป็นอาชีพด้วย
เลือกจากรูปแบบของปุ๋ย AB
ปุ๋ย AB นั้นมีอยู่หลายชนิด ทั้งแบบแห้งและแบบน้ำ ซึ่งล้วนมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไปตามลักษณะการใช้งาน เพื่อให้คุณเห็นภาพมากขึ้น เราไปดูรายละเอียดพร้อม ๆ กันเลย
ปุ๋ยแห้ง AB

ปุ๋ย AB ชนิดแห้งมาในรูปแบบผงหรือเม็ด ซึ่งธาตุอาหารแต่ละชนิดจะถูกบรรจุแยกในซอง ตามปริมาณสูตรปุ๋ยของแต่ละฟาร์ม โดยธาตุอาหารหลักจะจัดไว้ในชุด A และธาตุอาหารรองจะเป็นชุด B หากต้องการนำปุ๋ยไปใช้ปลูกพืชต้องผสมให้เป็นปุ๋ยน้ำเข้มข้นเสียก่อน แล้วจึงนำไปใช้ในระบบไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) ตามสัดส่วนที่แต่ละยี่ห้อได้กำหนดไว้ ปุ๋ยแห้งจะมีข้อดีในเรื่องการประหยัดค่าขนส่ง พร้อมทั้งเก็บรักษาไว้ได้นานกว่าปุ๋ยน้ำ แต่ถ้าหากใช้อุปกรณ์ในการตวงที่ไม่ได้มาตรฐานจะส่งผลเสียตามมา ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ปุ๋ยมีความเข้มข้นสูงเกินสัดส่วนที่กำหนด ส่งผลให้พืชมีอาการรากเน่า หรือหากผสมปุ๋ยเจือจางเกินไปผักอาจจะไม่เจริญเติบโตอย่างเต็มที่
ด้วยตัวปุ๋ยมีลักษณะเป็นเม็ดแห้งน้ำหนักค่อนข้างเบา ดังนั้นจึงมีความเข้มข้นค่อนข้างสูง แนะนำว่าควรผสมกับน้ำเพื่อเจือจางตามอัตราส่วนที่ฉลากสินค้ากำหนด โดยปุ๋ยสูตรแห้งเหมาะกับพืชที่ใช้ระยะเวลาการเติบโตประมาณ 40 - 50 วัน แล้วเก็บผลผลิต เช่น คะน้า, เคล, กวางตุ้ง, ขึ้นฉ่าย เป็นต้น วิธีการเก็บรักษาปุ๋ยแห้ง ควรบรรจุในภาชนะปิดสนิท จะช่วยให้สามารถเก็บรักษาได้ถึง 10 ปี ขึ้นไป
ปุ๋ยน้ำ AB

ปุ๋ย AB ชนิดน้ำได้มาจากการผสมแร่ธาตุแบบผงตามอัตราส่วน ด้วยการนำสารประกอบชุด A และชุด B ไปทำละลายในน้ำเป็นแม่ปุ๋ย สำหรับเป็นสารอาหารให้ผักไฮโดรโปนิกส์ แต่ปุ๋ยชนิดนี้จะมีน้ำหนักมากกว่าปุ๋ยแห้ง ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการขนส่งจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีอายุการใช้งานเพียงแค่ 4 เดือน หลังจากนั้นจะเกิดการตกตะกอนทำให้พืชไม่สามารถดูดซึมสารอาหารเอาไปใช้ได้ ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ปลูกผักในปริมาณไม่มาก อาจจะเป็นการปลูกในบ้านหรือคอนโด สำหรับไว้รับประทานกันเองในครอบครัว
ปุ๋ย AB ชนิดน้ำนิยมใช้กันมากกว่าแบบแห้ง เพราะมีการผสมให้ได้สัดส่วนตามฉลากแล้ว จึงสามารถใช้งานได้ทันที ไม่ต้องรอละลายเป็นแม่ปุ๋ยแบบปุ๋ย AB แบบแห้ง เหมาะกับพืชตระกูลแตง, ผักไทย, ไม้ผลต่าง ๆ รวมถึงผักสลัด แต่ข้อเสียคือ ถึงแม้สายละลายจะสามารถละลายเข้ากันได้ดี แต่ก็อาจจะเกิดการตกตะกอนได้ ซึ่งส่งผลเสียให้พืชไม่สามารถดึงแร่ธาตุไปใช้ประโยชน์ได้ ทั้งนี้อายุการใช้งานก็ขึ้นอยู่กับการจัดเก็บ
เลือกปุ๋ย AB ให้เหมาะกับพืช

พืชแต่ละชนิดมีความต้องการสารอาหารแตกต่างกัน เพื่อใช้บำรุงส่วนสำคัญ ยกตัวอย่างพืชกินใบ เช่น คะน้า, กวางตุ้ง, ผักชีหรือโหระพา ที่ต้องการสารอาหารสำหรับช่วยบำรุงใบเป็นหลัก ดังนั้นควรเลือกปุ๋ย AB ที่เป็นสูตรเน้นสังกะสี, แมกนีเซียม, โบรอนและแมงกานีส แต่ในขณะเดียวกันหากเป็นพืชที่ออกผล เช่น แตงกวา เมล่อนหรือมะเขือเทศ จะต้องเลือกปุ๋ยที่มีธาตุอาหารสำหรับการบำรุงผลเป็นหลัก ควรเลือกสูตรที่เน้นโพแทสเซียม, ฟอสฟอรัส, แมงกานีสและแมกนีเซียม เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีความสมบูรณ์
โดยปุ๋ยแต่ละสูตรจะมีความแตกต่างในส่วนของปริมาณสารอาหารที่เติมลงไป ดังนั้นก่อนเลือกซื้อปุ๋ยควรศึกษาคุณสมบัติเฉพาะของปุ๋ยแต่ละยี่ห้อให้ละเอียดว่าเป็นสูตรที่เหมาะสมกับพืชกลุ่มใด
เลือกปุ๋ย AB จากความเข้มข้นของสารละลาย

ความเข้มข้นของปุ๋ยเป็นอัตราส่วนของสารละลายแม่ปุ๋ยกับน้ำ ก่อนนำไปใช้ในโรงเรือนพืชไฮโดรโปนิกส์ เช่น อัตรา 1:100, อัตรา 1:130 และอัตรา 1:200 หมายถึง การนำสารละลาย A และ B ปริมาณ 1 ลิตร ผสมลงในน้ำเปล่าปริมาณ 100 ลิตร 130 ลิตร และ 200 ลิตร ตามลำดับ จากอัตราความเข้มข้นดังกล่าวนี้ สามารถใช้ประกอบการพิจารณาราคาของปุ๋ย โดยในแกลลอนที่มีปริมาณเท่ากัน ความเข้มข้น 1:100 จะต้องมีราคาน้อยกว่าความเข้มข้น 1:200
ทั้งนี้ข้อที่ควรระวังที่สุด ซึ่งผู้ใช้งานโดยทั่วไปมักมองข้ามคือ การใส่ปุ๋ยแม่ผสมเกินปริมาณที่ฉลากกำหนด โดยจะส่งผลทำให้พืชเกิดโรครากเน่าหรือโคนเน่าได้ ดังนั้นไม่ควรใส่เผื่อเพราะบางผู้ใช้อาจจะคิดว่าต้องเผื่อเวลาฝนตก หรือให้น้ำแล้วทำให้ปุ๋ยเจือจาง แนะนำว่าควรผสมตามสัดส่วน แล้วใช้งานตามความถี่จำนวนครั้งตามฉลากระบุไว้จะดีที่สุดครับ
เลือกปุ๋ย AB สูตรที่ใช้งานได้ตั้งแต่ระยะเริ่มย้ายปลูกไปจนถึงระยะเก็บเกี่ยวได้เลย

ปุ๋ย A (Stock Solution A)
○ Calcium Nitrate
○ เหล็ก Libel-Fe DP 7%
○ เหล็ก Lifer-SP 6%
ปุ๋ย B (Stock Solution B)
○ Potassium Nitrate
○ Monopotassium Phosphate
○ Magnesium Sulfate
○ Manganese
○ Nickel Sulfate
○ Sodium Molybdate
โดยมีอัตราการใช้ 5 มิลลิลิตรต่อน้ำ 1 ลิตร ในผักสลัด และ อัตราส่วน 7 มิลลิลิตรต่อน้ำ 1 ลิตร ในพืชผักพื้นบ้านทั่วไป
10 ปุ๋ย AB ยี่ห้อไหนดี รวมแบบน้ำ แบบแห้ง
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | รายละเอียด | ||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
รูปแบบของปุ๋ย | ปริมาณบรรจุ | ความเข้มข้นของปุ๋ย | สารอาหารในปุ๋ย | ||||
1 | RIKU แม่ปุ๋ยเอบี AB | ![]() | ปุ๋ยน้ำ | 5 ลิตร | 1:200 | โพแทสเซียมไนเตรท, แมกนีเซียมซัลเฟต, ฟอสเฟต | |
2 | N&P ปุ๋ย AB | ![]() | ปุ๋ยน้ำ | 1 ลิตร | ไม่ระบุ | ไม่ระบุ | |
3 | Super GroW ปุ๋ย AB | ![]() | ปุ๋ยน้ำ | 1 ลิตร | 1:200 | ชุด A แคลเซี่ยม,ไนเตรด-ไนโตรเจน,แอมโมเนี่ยม-ไนโตรเจน, เหล็กคีเลต ชุด B โปแตสเซี่ยม, ฟอสฟอรัส, แมกนีเซี่ยม,กำมะถัน, จุลธาตุรวม , แมงกานิส, โซเดียมโมลิบเดต, นิเกิ้ล (Ni) | |
4 | GREENCLEAN hydro farm chiangmai ปุ๋ย AB | ![]() | ปุ๋ยน้ำ | 1 ลิตร | เข้มข้นสูง | แคลเซียมไนเตรท, เหล็ก | |
5 | สนั่น การเกษตร ปุ๋ย AB | ![]() | ปุ๋ยน้ำ | 1 ลิตร | เข้มข้นพิเศษ | ไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส, โพแทสเซียม, นิกเกิล, แคลเซียม, แมกนีเซียม, เหล็ก | |
6 | PP การเกษตร ปุ๋ย AB | ![]() | ปุ๋ยน้ำ | 5 ลิตร | เข้มข้นสูง | แคลเซียมไนเตรต, เหล็ก, โพแทสเซียมไนเตรต, แมกนีเซียมซัลเฟต, โมโนโพแทสเซียมฟอสเฟต, แมงกานีส, โบรอน, สังกะสี, ทองแดง, โมลิบดีนัม | |
7 | Super Speed ปุ๋ยน้ำ AB | ![]() | ปุ๋ยน้ำ | 1 ลิตร | 1:200 | ไม่ระบุ | |
8 | Jidakarn Hydroponics ปุ๋ย AB ชนิดเข้มข้น | ![]() | ปุ๋ยน้ำ | 1 ลิตร | เข้มข้นสูง | แคลเซียมไนเตรท, เหล็ก, โพแทสเซียมไนเตรท, แมกนีเซียมซัลเฟต | |
9 | kasetdeede ปุ๋ย AB แบบแห้ง | ![]() | ปุ๋ยแห้ง | 10 ลิตร | เข้มข้นสูง | แคลเซียมไนเตรท, เหล็กแดง, โพแทสเซียมไนเตรท, แมกนีเซียมซัลเฟต, โมโนโพแทสเซียมฟอสเฟต, แมงกานีส, โบรอน, สังกะสี, ทองแดง, โมลิบดีนัม | |
10 | โครงการหลวง ปุ๋ย AB สำหรับไฮโดรโพนิคส์ | ![]() | ปุ๋ยน้ำ | 1 ลิตร | เข้มข้นสูง | ไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส, โพแทสเซียม, แคลเซียม, แมกนีเซียม | |
ช่วยบำรุงให้ผักมีสีสด เหมาะทั้งปลูกในระบบน้ำประปาหรือดิน
เหมาะสมสำหรับสนับสนุนการเจริญเติบโตของดอกและใบ ทำให้ได้ผักที่มีคุณภาพ
ให้สารอาหารเพียงพอต่อความต้องการของพืช ทั้งการปลูกในระบบน้ำประปาหรือดิน
มีคู่มือระบุขั้นตอนและสัดส่วนการผสมที่ชัดเจน เพื่อการใช้งานที่ถูกต้องและเห็นผลลัพธ์
แม่ปุ๋ยสูตรเข้มข้นขนาด 10 ลิตร สามารถผสมเป็นสารละลายได้ 2,000 - 3,000 ลิตร
| รูปแบบของปุ๋ย | ปุ๋ยน้ำ |
|---|---|
| ปริมาณบรรจุ | 5 ลิตร |
| ความเข้มข้นของปุ๋ย | 1:200 |
| สารอาหารในปุ๋ย | โพแทสเซียมไนเตรท, แมกนีเซียมซัลเฟต, ฟอสเฟต |
ค่า EC เสถียร ไม่ทำให้รากเน่า ดูดซึมสารอาหารได้ดี
มีความเข้มข้นสูง สนับสนุนการเติบโตของพืชโดยไม่ทำให้รากเน่า เหมาะกับระบบไฮโดรโปนิกส์
ค่า EC เสถียร ช่วยควบคุมปริมาณสารละลายเกลืออนินทรีย์ให้สมดุล เอื้อต่อกระบวนดูดซึมของรากพืช
สามารถใช้งานปริมาณน้อย ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ลดความเสี่ยงจากการใช้สารอาหารปริมาณมาก
มีสารอาหารครบถ้วน รองรับการใช้งานร่วมกับเชื้อราไตรโคเดอร์มา และจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง
| รูปแบบของปุ๋ย | ปุ๋ยน้ำ |
|---|---|
| ปริมาณบรรจุ | 1 ลิตร |
| ความเข้มข้นของปุ๋ย | ไม่ระบุ |
| สารอาหารในปุ๋ย | ไม่ระบุ |
มีธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืช เหมาะสำหรับผักหลายชนิด
เหมาะสำหรับผักหลากหลายประเภท ทั้งผักสลัด ผักไทย และผักกินใบ ใช้ได้ดีทั้งในระบบน้ำนิ่งและน้ำวน
ส่วนผสมในปุ๋ย A เช่น แคลเซียม และไนโตเจนอยู่ในรูปแบบที่พืชต้องการ ช่วยให้การเจริญเติบโตเร็วขึ้น
ส่วนผสมในปุ๋ย B มีโปแตสเซียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียม ซึ่งมีความสำคัญต่อสุขภาพของพืช
- ประกอบด้วยจุลธาตุที่มีคุณค่าสูง มีโซเดียมโมลิบเดตที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเปลี่ยนไนเตรดในพืช
| รูปแบบของปุ๋ย | ปุ๋ยน้ำ |
|---|---|
| ปริมาณบรรจุ | 1 ลิตร |
| ความเข้มข้นของปุ๋ย | 1:200 |
| สารอาหารในปุ๋ย | ชุด A แคลเซี่ยม,ไนเตรด-ไนโตรเจน,แอมโมเนี่ยม-ไนโตรเจน, เหล็กคีเลต ชุด B โปแตสเซี่ยม, ฟอสฟอรัส, แมกนีเซี่ยม,กำมะถัน, จุลธาตุรวม , แมงกานิส, โซเดียมโมลิบเดต, นิเกิ้ล (Ni) |
ละลายน้ำง่าย ผ่านการวิจัยและการทดลอง ใช้กับผักหลายชนิดได้
มีลักษณะเป็นชนิดแห้ง ละลายในน้ำได้อย่างสะดวก ซึ่งทำให้สามารถเตรียมการใช้งานได้ง่ายขึ้น
เมื่อผสมปุ๋ยกับน้ำในสัดส่วนที่กำหนด ปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องทำการปรับลดหรือเพิ่มน้ำ
ได้รับการวิจัยและพัฒนาจากการทดลองในสวนผักไฮโดรโปนิกส์ มีประสิทธิภาพและการทำงานที่ดี
สามารถใช้ได้กับผักหลากหลายชนิด เช่น ผักสลัด ผักไทย และผักอื่น ๆ ในระบบไฮโดรโปนิกส์
| รูปแบบของปุ๋ย | ปุ๋ยน้ำ |
|---|---|
| ปริมาณบรรจุ | 1 ลิตร |
| ความเข้มข้นของปุ๋ย | เข้มข้นสูง |
| สารอาหารในปุ๋ย | แคลเซียมไนเตรท, เหล็ก |
ใช้งานสะดวก มีคู่มือและวิธีการปลูกที่ช่วยให้ปลูกได้ถูกต้อง
มีหลายขนาดตั้งแต่ 1 ถึง 50 ลิตร เพื่อความสะดวก สามารถเลือกขนาดตามความต้องการในการปลูกผัก
เมื่อผสมปุ๋ย A น้ำมีลักษณะใส ขณะที่ปุ๋ย B จะเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาล แต่ไม่ทำให้คุณภาพของน้ำลดลง
สำหรับพื้นที่ที่น้ำมีความเป็นด่างสูง เมื่อผสมปุ๋ยจะเกิดฝ้าขาวบนผิวน้ำ ซึ่งไม่ได้มีผลกระทบต่อการปลูกผัก
- มีคู่มือและลิงก์วิดีโอการปลูก ที่ช่วยให้เรียนรู้วิธีการ และเทคนิคในการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์อย่างถูกต้อง
| รูปแบบของปุ๋ย | ปุ๋ยน้ำ |
|---|---|
| ปริมาณบรรจุ | 1 ลิตร |
| ความเข้มข้นของปุ๋ย | เข้มข้นพิเศษ |
| สารอาหารในปุ๋ย | ไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส, โพแทสเซียม, นิกเกิล, แคลเซียม, แมกนีเซียม, เหล็ก |
สนับสนุนการเจริญเติบโตของพืช ใช้งานได้ทันทีหลังผสม
มีธาตุอาหารที่สำคัญ สนับสนุนการเจริญเติบโตของพืชอย่างมีประสิทธิภาพ พืชได้รับสารอาหารที่จำเป็น
ควรเตรียมภาชนะสำหรับน้ำสะอาด โดยแบ่งเป็นสองภาชนะ และเทส่วนผสม A และ B ลงในน้ำทีละตัว
หลังจากละลายปุ๋ย A และ B เข้าด้วยกันแล้ว สามารถนำไปใช้ได้ทันที ไม่ต้องรอเวลาหรือทำขั้นตอนเพิ่มเติม
มีวิดีโอสอนการผสมปุ๋ย พร้อมทั้งคู่มือที่ชัดเจน ช่วยให้ปฏิบัติตามขั้นตอนการผสมปุ๋ยได้อย่างถูกต้อง
| รูปแบบของปุ๋ย | ปุ๋ยน้ำ |
|---|---|
| ปริมาณบรรจุ | 5 ลิตร |
| ความเข้มข้นของปุ๋ย | เข้มข้นสูง |
| สารอาหารในปุ๋ย | แคลเซียมไนเตรต, เหล็ก, โพแทสเซียมไนเตรต, แมกนีเซียมซัลเฟต, โมโนโพแทสเซียมฟอสเฟต, แมงกานีส, โบรอน, สังกะสี, ทองแดง, โมลิบดีนัม |
ช่วยให้พืชดูดซึมสารอาหารได้ดี เพิ่มการสังเคราะห์แสง
ช่วยให้การใช้งานประหยัด สามารถเตรียมปุ๋ยได้ในปริมาณที่ต้องการ
ช่วยให้พืชเจริญเติบโตดีขึ้น สนับสนุนกระบวนการดูดซึมสารอาหารของพืช
เพิ่มการสังเคราะห์แสง การสร้างแป้งและน้ำตาลในพืช ทำให้พืชมีความแข็งแรง
แนะนำให้ใช้ในอัตราที่เหมาะสม โดยสำหรับผักเล็กใช้ 1cc ต่อ 200cc ของน้ำ
| รูปแบบของปุ๋ย | ปุ๋ยน้ำ |
|---|---|
| ปริมาณบรรจุ | 1 ลิตร |
| ความเข้มข้นของปุ๋ย | 1:200 |
| สารอาหารในปุ๋ย | ไม่ระบุ |
Jidakarn Hydroponics ปุ๋ย AB ชนิดเข้มข้น
ใช้ได้ทุกฤดู เตรียมง่าย เหมาะกับหลากหลายระบบการปลูก
เหมาะสำหรับใช้งานได้ทุกฤดู โดยการใช้ปุ๋ยในอัตรา 2-3 cc ต่อ 1 ลิตรของน้ำ เตรียมง่ายและสะดวก
สามารถใช้ได้กับหลายระบบการปลูก ไม่ว่าจะเป็นระบบน้ำนิ่ง ระบบราง รวมถึงการปลูกผักในดิน
ใช้ส่วนผสมที่มีคุณภาพที่มีความบริสุทธิ์และประสิทธิภาพ พร้อมคู่มือการผสมและวิธีการใช้ปุ๋ยที่ชัดเจน
ประกอบด้วยเหล็กแดง (Fe-DTPA) และเหล็กเหลือง (Fe-EDTA) เร่งสร้างคลอโรฟิลล์และการสังเคราะห์แสง
| รูปแบบของปุ๋ย | ปุ๋ยน้ำ |
|---|---|
| ปริมาณบรรจุ | 1 ลิตร |
| ความเข้มข้นของปุ๋ย | เข้มข้นสูง |
| สารอาหารในปุ๋ย | แคลเซียมไนเตรท, เหล็ก, โพแทสเซียมไนเตรท, แมกนีเซียมซัลเฟต |
ไม่มีสารเคมีอันตราย ช่วยให้พืชดูดซึมสารอาหารได้ง่าย
ใช้ในการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ มีธาตุอาหารสำคัญที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช
ไม่มีสารเคมีพิษหรืออันตรายที่อาจส่งผลต่อสุขภาพ เหมาะสำหรับการปลูกผักปลอดสารพิษ
ช่วยให้พืชเติบโตโดยดูดซึมสารอาหารได้ง่าย ช่วยเพิ่มรสชาติและความสวยงามของผัก
ใช้ได้กับหลายระบบการปลูก ทั้งระบบ NFT (รางปลูก), DFT และ DRFT (กล่องโฟม)
| รูปแบบของปุ๋ย | ปุ๋ยแห้ง |
|---|---|
| ปริมาณบรรจุ | 10 ลิตร |
| ความเข้มข้นของปุ๋ย | เข้มข้นสูง |
| สารอาหารในปุ๋ย | แคลเซียมไนเตรท, เหล็กแดง, โพแทสเซียมไนเตรท, แมกนีเซียมซัลเฟต, โมโนโพแทสเซียมฟอสเฟต, แมงกานีส, โบรอน, สังกะสี, ทองแดง, โมลิบดีนัม |
โครงการหลวง ปุ๋ย AB สำหรับไฮโดรโพนิคส์
ตอบสนองต่อการเจริญเติบโตของพืช เหมาะทั้งผักกินใบและผักมีผล
ประกอบด้วยปุ๋ย A และ B ขนาดละ 1 ลิตร ใช้ในระบบไฮโดรโปนิกส์ ตอบสนองต่อการเจริญเติบโตของพืช
สำหรับผักที่กินใบ ต้องผสมปุ๋ยสูตร A และ B ในสัดส่วน 1:1 และน้ำสะอาดที่ EC ต่ำกว่า 0.3 mS/cm 120 ส่วน
สำหรับผักที่มีผล ผู้ใช้ควรผสมปุ๋ยตามสัดส่วนที่ระบุในตาราง และเติมน้ำสะอาดจำนวน 120 ส่วนเช่นกัน
ควรจัดเก็บปุ๋ยในที่ร่มและแห้ง เพื่อรักษาคุณภาพ และควรตรวจสอบอุณหภูมิสารละลายไม่ให้เกิน 29 องศา
| รูปแบบของปุ๋ย | ปุ๋ยน้ำ |
|---|---|
| ปริมาณบรรจุ | 1 ลิตร |
| ความเข้มข้นของปุ๋ย | เข้มข้นสูง |
| สารอาหารในปุ๋ย | ไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส, โพแทสเซียม, แคลเซียม, แมกนีเซียม |
ปุ๋ย AB ใช้งานอย่างไร

ส่วนการแบ่งใส่ปุ๋ย A และ B ควรทิ้งระยะห่างกัน 1 - 2 วัน เพราะถ้าเว้นระยะนานเกินไป ปุ๋ยจะจับตัวเป็นตะกอนและทำให้พืชไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ โดนสิ่งสำคัญของการใช้งานปุ๋ย AB คือควรผสมปุ๋ยตามสัดส่วนที่ระบุบนฉลากเท่านั้น เพราะสูตรปุ๋ยแต่ละยี่ห้อจะมีความเข้มข้นแตกต่างกัน และถ้าหากผสมเกินสัดส่วนหรือเข้มเกินไป จะทำให้พืชเกิดโรครากเน่า โคนเน่า และพืชจะตายในทึ่สุด
สูตรปุ๋ย AB ทำเอง

ใครที่ต้องการผสมปุ๋ย AB ไว้ใช้เอง เรามีสูตรปุ๋ยมาแนะนำดังนี้
สิ่งที่ต้องเตรียม
1. ภาชนะทึบแสง 2 อัน
2. ขันน้ำ สำหรับตักน้ำ
3. เครื่องชั่งน้ำหนัก
4. น้ำเปล่า 10 ลิตร
วัตถุดิบสต๊อก A
1. แคลเซียมไนเตรท 15-0-0 (Calcium Nitrate) 575 กรัม
2. เหล็กม่วง Fe-EDDHA 20 กรัม
วัตถุดิบสต๊อก B
1. โพแทสเซียมไนเตรท (13-0-46) 300 กรัม
2. แมกนีเซียมซัลเฟต 250 กรัม
3. โมโนโพแทสเซียมฟอสเฟต (0-52-34) 132.5 กรัม
4. นิคสเปรย์ 25 กรัม
วิธีการผสมปุ๋ย A
1. ตวงวัตถุดิบตามอัตราส่วนที่กำหนด
2. ตวงน้ำใส่ภาชนะ 5 ลิตร ขีดระบุระดับน้ำไว้ หลังจากนั้นให้ตักน้ำออกประมาณ 1 ลิตร
3. เทวัตถุดิบลงไปละลายในน้ำ โดยเลือกเทสารละลายที่มีสีขาวก่อน แล้วค่อยตามด้วยสีเข้ม เพื่อจะได้สังเกตเห็นการละลายของวัตถุดิบ
4. คนให้ปุ๋ยละลายเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ
5. ตักน้ำเปล่าเติมลงไปให้ครบ 5 ลิตร ตามจุดที่ขีดระบุไว้ตอนแรก
6. ปิดภาชนะให้มิดชิด แล้วเก็บไว้ในที่ทึบแสง ระยะเวลาเหมาะกับการใช้งาน จะอยู่ในช่วง 4 เดือน ถ้าระยะไปจนถึง 6 - 8 เดือน ปุ๋ยจะเริ่มตกตะกอนและเสื่อมประสิทธิภาพ
สำหรับการผสมปุ๋ย B ให้ทำเช่นเดียวกันกับการผสมปุ๋ย A ทุกประการ หลังจากนี้คุณจะได้ปุ๋ยสต๊อก A และปุ๋ยสต๊อก B ไว้สำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ตามที่ต้องการแล้ว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปุ๋ย AB
หลายคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับปุ๋ย AB มาบ้าง แต่ก็อาจจะยังมีข้อสงสัยและไม่มั่นใจในบางกรณี ในวันนี้เราได้รวบรวมคำถามที่พบได้บ่อย ซึ่งก็มีผู้เชี่ยวชาญมาให้ตอบกันดังนี้ครับ
ปุ๋ย AB เป็นปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยอินทรีย์

ปุ๋ย AB เป็นปุ๋ยที่มีทั้งแบบเคมีและอินทรีย์ครับ
ปุ๋ย AB แบบแห้งหรือแบบน้ำ แบบใดเหมาะกับผักสลัด

สำหรับปุ๋ย AB ที่เหมาะกับผักสลัด จริง ๆ สามารถใช้ได้ทั้งสองแบบเลยครับ แต่ที่เหมาะสมที่สุดคือ แบบน้ำเพราะปุ๋ยประเภทนี้มีการผสมแม่ปุ๋ยละลายน้ำให้ได้สัดส่วนมาอยู่แล้ว จึงมีความสะดวกกว่าและสามารถใช้งานได้ทันที
ในระยะเก็บผลผลิตที่เป็นพืชทานใบควรฉีดพ่นอาหารตัวใดเพื่อเร่งให้ใบใหญ่และแข็งแรง

หากเป็นพืชทานใบ เช่น คะน้า ผักเคลหรือผักสลัด ในระยะเก็บเกี่ยวผลผลิต แนะนำว่าควรฉีดพ่นแคลเซียมเพื่อให้ใบผักมีความแข็งแรงและใบใหญ่ กรอบ น่ารับประทานยิ่งขึ้น
ปุ๋ย C คือปุ๋ยอะไร

ปุ๋ย C คือ ปุ๋ยอินทรีย์ที่เสริมมาจากปุ๋ย AB เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพธาตุอาหารให้พืชมากยิ่งขึ้น
บทความที่เกี่ยวข้องกับปุ๋ย AB
เรายังมีบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปุ๋ยอีกหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีวิธีการเลือกซื้อที่แตกต่างกันออกไป โดยสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความด้านล่างนี้
TOP 5 ปุ๋ย AB แนะนำ
อันดับที่ 1: RIKU |แม่ปุ๋ยเอบี AB
อันดับที่ 2: N&P| ปุ๋ย AB
อันดับที่ 3: Super GroW|ปุ๋ย AB
อันดับที่ 4: GREENCLEAN hydro farm chiangmai |ปุ๋ย AB
อันดับที่ 5: สนั่น การเกษตร |ปุ๋ย AB
คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับคำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ