10 กองทุนบัวหลวง ตัวไหนดี ปี 2026 กองทุนธนาคารกรุงเทพ
กองทุนบัวหลวง (BBLAM) เป็นบริษัทในเครือของธนาคารกรุงเทพ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการระดมเงินจากนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบัน แล้วนำเงินเหล่านั้นไปลงทุนในสินทรัพย์ เช่น หุ้นตราสารหนี้หรืออสังหาริมทรัพย์ตามนโยบายที่กำหนดไว้ โดยกองทุนบัวหลวงจะมีให้เลือกหลากหลาย
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกกองทุนบัวหลวง ที่เหมาะสำหรับลดหย่อนภาษี, สำหรับเน้นบริหารสภาพคล่อง, สำหรับลงทุนระยะยาว และสำหรับกระแสเงินสดและเงินปันผล พร้อมคำแนะนำจากคุณสุดารัตน์ บริสุทธนะกุล นักวางแผนการเงิน นอกจากนี้ยังมี 10 กองทุนบัวหลวง ที่มีทั้งกองทุน RMF / TESG, กองทุนตราสารหนี้, กองทุนหุ้นไทย, กองทุนหุ้นต่างประเทศ และกองทุนปันผลมาแนะนำเพิ่มเติมอีกด้วย
Top 5 กองทุนบัวหลวง
BBL Asset Management Co.,Ltd

ลงทุนหลายกลุ่มตลาดอุตสาหกรรมของจีน ผลตอบแทนสูง
BBL Asset Management

กองทุน RMF มีค่าธรรมเนียมต่ำ รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
BBL Asset Management

ความเสี่ยงปานกลาง มุ่งหวังผลตอบแทนสูงในระยะยาวได้

คุณแอนจบการศึกษา Chemical Engineering จาก Sirindhorn International Institute of Technology มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหลักสูตรที่ปรึกษาการเงิน FChFP Executive Program สอบผ่านระดับ Distinction จากสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน ปัจจุบันทำงานเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนบุคคล ตัวแทนประกัน และผู้แนะนำการลงทุน โดยมีความเชี่ยวชาญในการวางแผนการเงินครอบครัว แผนทุนการศึกษา แผนการออมเงินและการลงทุน แผนโอนย้ายความเสี่ยง วิเคราะห์และออกแบบประกันอย่างเหมาะสม แผนส่งต่อมรดกและภาษีมรดก เป็นต้น คุณแอนมีความตั้งใจที่จะนำความรู้ ประสบการณ์ ความผิดพลาดในอดีต มาช่วยให้คนไทยมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการวางแผนการเงิน การโอนย้ายความเสี่ยงด้วยประกัน และการทำให้เงินเติบโตด้วยการลงทุน อย่างเหมาะสมเฉพาะบุคคล เพื่อให้ชีวิตมีความมั่นคง มั่งคั่ง และดำเนินชีวิตตามเป้าหมายของชีวิตได้อย่างสบายใจ เพราะคนที่เริ่มและรู้ตัวก่อนย่อมได้เปรียบ และการเงินเป็นเรื่องสำคัญของทุกชีวิต

คุณตุ๊กตาจบการศึกษาจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยพื้นฐานความรู้จากการเรียนในมหาวิทยาลัยและความสนใจส่วนตัวแล้ว จึงมีความรู้ความสนใจเกี่ยวกับการเงินและการลงทุนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในเรื่องของบัตรเครดิตและกองทุน ที่ถือเป็นทางเลือกการบริหารการเงินส่วนตัวของคนในยุคปัจจุบัน ซึ่งในยามว่างคุณตุ๊กตาจะชอบอ่านหนังสือหรือบทความเกี่ยวกับการลงทุน เพื่อพัฒนาความรู้เพิ่มเติมและวางแผนด้านการเงินของตนเองในระยะยาวได้อย่างมั่นคง รวมทั้งยังมีแพลนที่จะลงคอร์สเรียนต่าง ๆ เพื่อนำมาต่อยอดความรู้เดิมอีกด้วย ปัจจุบันคุณตุ๊กตาช่วยงานธุรกิจส่วนตัวของครอบครัวและเป็นนักเขียนอิสระ ซึ่งนอกจากการอ่านหนังสือด้านการเงินและการลงทุนแล้ว ยังชื่นชอบหนังสือที่เป็น Fiction เช่น นิยายแปลจีนนิยายแปลญี่ปุ่น และ Non-fiction ที่เป็นแนวหนังสือจิตวิทยาและประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ คุณตุ๊กตายังมีความสนใจด้าน Data Science และกำลังศึกษาผ่านคอร์สเรียนออนไลน์เพื่อเพิ่มทักษะอีกด้วย
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
วิธีการเลือกกองทุนบัวหลวง
การเลือกกองทุนบัวหลวงจะต้องอาศัยการพิจารณาหลายอย่างประกอบกัน ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยให้เลือกกองทุนรวมบัวหลวงได้ตรงกับเป้าหมายในการลงทุน ความเสี่ยงที่รับได้ และระยะเวลาการลงทุนที่เหมาะสมที่สุด โดยมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงดังนี้
เลือกประเภทของกองทุนบัวหลวงตามเป้าหมายการลงทุน
การเลือกประเภทของกองทุนบัวหลวงตามเป้าหมายการลงทุน ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกกองทุนได้ตรงกับจุดประสงค์ในการใช้งาน ทำให้บรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น เพราะแต่ละกองทุนมีนโยบายสินทรัพย์และความเสี่ยงที่ต่างกัน จึงมีข้อควรพิจารณาดังนี้
สำหรับลดหย่อนภาษี เลือกกองทุน RMF / TESG

สำหรับลดหย่อนภาษี แนะนำให้เลือกกองทุน RMF, TESG เพราะเพราะกองทุนเหล่านี้ เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐให้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยเฉพาะ ทำให้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางภาษีและเพิ่มโอกาสการเติบโตของการเงินในระยะยาว
- กองทุนรวม RMF กองทุนรวม RMF กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เหมาะสำหรับสะสมเงินออมในระยะยาวเพื่อวัยเกษียณ โดยมีเงื่อนไขผูกมัดให้ถือครองหน่วยลงทุนจนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์ และต้องลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี เช่น กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ (BFRMF), กองทุนเปิดบัวหลวง ไดนามิก บอนด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (B-DYNAMICRMF), กองทุนเปิดบัวหลวงบีแมพส์ 55 เพื่อการเลี้ยงชีพ (BMAPS55RMF), กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นโกลบอล อินฟราสตรัคเจอร์ (B-GLOB-INFRA), กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลอินโนเวชั่นและเทคโนโลยีเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-INNOTECHRMF)
- กองทุนรวม TESG กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน เป็นกองทุนลดหย่อนภาษีน้องใหม่เน้นลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ไทยที่ให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืน ตามหลัก ESG ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment), สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance) ที่มีระยะถือครองสั้นเพียง 5 ปีเต็มนับจากวันที่ซื้อ (นับแบบวันชนวัน ไม่ได้นับแบบปีปฏิทิน) ซื้อปีไหน ลดหย่อนปีนั้น และไม่จำเป็นต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี เช่น กองทุนรวมบัวหลวงตราสารภาครัฐไทยเพื่อความยั่งยืน (B-SI-THAIESG), กองทุนรวมบัวหลวงผสมไทยเพื่อความยั่งยืน (B-MIXED-THAIESG)
สำหรับเน้นบริหารสภาพคล่องและพักเงิน เลือกกองทุนตราสารหนี้

สำหรับเน้นบริหารสภาพคล่องและพักเงิน แนะนำให้เลือกกองทุนที่มีความเสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ เช่น กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้ระยะสั้น (B-ST) กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้ระยะสั้นพลัส (B-STPLUS) กองทุนเปิดบัวหลวงธนทวี (B-TNTV) เป็นกองทุนที่มีสภาพคล่องสูง สามารถซื้อขายได้ทุกวัน (รายการหลังเวลา 16.00 น. ของวันทำการ หรือรายการในวันหยุดทำการซื้อขายถือเป็นรายการของวันทำการซื้อขายถัดไป) โดยเน้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ เหมาะสำหรับพักเงินสำรองฉุกเฉินหรือเงินที่รอจังหวะลงทุนอื่น
สำหรับลงทุนระยะยาวและยอมรับความผันผวนได้ เลือกกองทุนหุ้นไทยหรือหุ้นต่างประเทศ

สำหรับลงทุนระยะยาวและยอมรับความผันผวนได้ แนะนำให้เลือกกองทุนหุ้นไทยหรือหุ้นต่างประเทศ เพราะกองทุนเหล่านี้ช่วยสร้างผลตอบแทนที่เติบโตสูงสุดในระยะยาว ทำให้ผู้ลงทุนสามารถสร้างความมั่งคั่งได้ตรงตามเป้าหมายทางการเงินในอนาคต
- กองทุนหุ้นไทย คือกองทุนที่เน้นลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศ เช่น กองทุนเปิดบัวหลวงทศพล B-TOP ซึ่งเน้นลงทุนในกลุ่มหุ้นไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานดี
- กองทุนหุ้นต่างประเทศ คือกองทุนที่ลงทุนในหุ้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ เหมาะสำหรับการกระจายความเสี่ยงไปยังหลายประเทศและเข้าถึงอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงทั่วโลก เช่น กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลอินโนเวชั่นและเทคโนโลยี (B-INNOTECH) ที่เน้นลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก หรือกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นโกลบอล (B-GLOBAL)

โดยส่วนตัวยังไม่แนะนำการลงทุนในหุ้นไทย เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีอัตราการเติบโตค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว อีกทั้งยังมีความไม่แน่นอนด้านเสถียรภาพทางการเมืองและนโยบายภาครัฐ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว จึงมองว่าการกระจายการลงทุนไปยังตลาดหุ้นต่างประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูงและโครงสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแรงกว่า อาจตอบโจทย์การลงทุนระยะยาวได้ดีกว่าแต่ยังคงเลือกลงทุนหุ้นในบางบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งได้ เช่น บริษัทที่มีการปันผลย้อนหลังอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับกระแสเงินสดและเงินปันผล เลือกกองทุนปันผล

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นจีน (B-CHINE-EQ): เน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จีนหรือบริษัทที่มีการดำเนินงานในจีน โดยมีนโยบายจ่ายเงินปันผลอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควร ในอัตราไม่เกินร้อยละ 100 จากกำไรสะสม หรือกำไรจากการลงทุนสุทธิ
- กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเพื่อคนรุ่นใหม่ (B-FUTURE) เน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ได้รับประโยชน์จาก Trend ใหม่ในอนาคต โดยมีนโยบายจ่ายเงินปันผล อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควร ในอัตราไม่เกินร้อยละ 100 จากกำไรสะสม หรือกำไรจากการลงทุนสุทธิ หรือจากการเพิ่มขึ้นในสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงาน
- กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับ การกำกับดูแลกิจการดี (CG Scoring) โดยเลือกหุ้นที่มีมูลค่าตลาดสูง สภาพคล่องดี หรือมีประวัติการจ่ายปันผลสูงต่อเนื่อง โดยมีนโยบายจ่ายเงินปันผล อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ในอัตราไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไร
พิจารณาข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาการลงทุน

- ลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 2 ปี) ควรเน้นความปลอดภัยในการลงทุนเป็นหลัก จึงควรเลือกกองทุนรวมตลาดเงินที่มีความผันผวนต่ำมากและเน้นสภาพคล่องสูง เช่น กองทุนตราสารหนี้ทั่วไป เช่น กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้ภาครัฐ (B-TREASURY) ที่มีสภาพคล่องสูง ถอนได้ทุกวัน
- ลงทุนระยะกลาง (2 - 10 ปี) ควรเน้นการลงทุนที่มีความเสี่ยงไม่มาก หรือการลงทุนที่มีความสมดุลระหว่างกำไรและความเสี่ยง จึงควรเลือกกองทุนรวมผสม ที่กระจายลงทุนทั้งหุ้นและตราสารหนี้หรือกองทุนหุ้นบางประเภท เช่น กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้ระยะสั้น (B-ST) ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีทั้งภาครัฐและเอกชน
- ลงทุนระยะยาว (10 ปีขึ้นไป) ควรเน้นการลงทุนที่มุ่งเน้นการเติบโตเป็นหลัก จึงควรเลือกกองทุนรวมตราสารทุน (หุ้น) กองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ หรือ กองทุนรวม RMF ที่มีเงื่อนไขการถือครองระยะยาว เพื่อให้เงินลงทุนมีโอกาสเติบโตสูงสุดจากผลตอบแทนทบต้น
ตรวจสอบผลการดำเนินการย้อนหลังของกองทุนบัวหลวง

การตรวจสอบผลการดำเนินการย้อนหลังของกองทุนรวมบัวหลวง จะช่วยให้ผู้ลงทุนเห็นความสม่ำเสมอและฝีมือในการบริหารกองทุนในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้ ดังนั้นจึงควรพิจารณาผลตอบแทนย้อนหลังในระยะยาว เช่น 3-5 ปี โดยเปรียบเทียบกับดัชนีชี้วัด Benchmark ว่ากองทุนสามารถทำกำไรชนะตลาดได้หรือไม่ ควบคู่ไปกับการตรวจสอบค่าธรรมเนียมการจัดการและค่าใช้จ่ายรวม Total Expense Ratio ในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ Fund Fact Sheet เพื่อให้มั่นใจว่าต้นทุนที่จ่ายไปคุ้มค่ากับผลตอบแทนที่ได้รับ
ตรวจสอบค่าธรรมเนียมจัดการกองทุน

TER (Total Expense Ratio) / ค่าบริหารจัดการ (Management Fee) ควรตรวจสอบค่าใช้จ่ายหลักเหล่านี้ว่าอยู่ที่ประมาณเท่าไร โดยเฉพาะ TER ซึ่งเป็นตัวเลขรวมทุกค่าใช้จ่ายที่หักออกจาก NAV และจะลดทอนผลตอบแทนทั้งหมดในระยะยาว หากลงทุนนานจึงต้องเลือกกองทุนที่มีค่าธรรมเนียมต่ำเพื่อความคุ้มค่าสูงสุด
ค่าซื้อ–ค่าขาย (Front-end / Back-end fee) ค่าซื้อ–ค่าขาย (Front-end / Back-end fee) ควรตรวจสอบค่าธรรมเนียมการซื้อ (Front-end Fee) และ ค่าธรรมเนียมขายคืนหรือถอนหน่วย (Back-end Fee) ซึ่งเป็นต้นทุน ณ วันทำรายการ นอกจากนี้ควรรวมถึงค่าธรรมเนียมแอบแฝงอื่น ๆ เช่น ค่าโอนหน่วย เพื่อให้แน่ใจว่าต้นทุนทั้งหมดจะไม่สูงเกินความจำเป็น และบริหารจัดการกองทุนได้ในอนาคต
เปรียบเทียบกับผลตอบแทนสุทธิหลังหักค่าใช้จ่าย หลังจากรวมต้นทุนทั้งหมดแล้ว ควรนำไปเปรียบเทียบกับผลตอบแทนย้อนหลังและดัชนีชี้วัด (Benchmark) หากกองทุนมีค่าใช้จ่ายสูงแต่ผลการดำเนินงานไม่สม่ำเสมอหรือแพ้ตลาด อาจบ่งชี้ว่ากองทุนนั้นไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนในระยะยาว
เลือกกองทุนบัวหลวงจากเทคนิคการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเอง

- การลงทุนแบบถัวเฉลี่ย (DCA) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างวินัยและกระจายความเสี่ยง โดยทยอยลงทุนเท่ากันทุกเดือนเพื่อถัวเฉลี่ยต้นทุน ช่วยตัดปัญหาการจับจังหวะตลาด โดยสามารถตั้งตัดเงินอัตโนมัติผ่านบัญชีเงินฝากหรือบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพได้ทันที
- การลงทุนแบบก้อนเดียว (Lump Sum) เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินก้อนเย็นพร้อมลงทุนทันที หรือต้องการลงทุนในกองทุนที่มีกำหนดอายุโครงการ เช่น กองทุนบัวหลวงธนสารพลัส ที่เปิดขายเป็นรอบเวลาจำกัดและต้องใช้เงินก้อนในการซื้อ
10 กองทุนบัวหลวง ตัวไหนดี กองทุนธนาคารกรุงเทพ
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | รายละเอียด | |||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
ประเภทกองทุน | นโยบายจ่ายเงินปันผล | ความเสี่ยง | วันที่จดทะเบียน | อายุกองทุน | การซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ | การซื้อครั้งถัดไปขั้นต่ำ | ค่าธรรมเนียมการจัดการ (สูงสุดไม่เกิน) | ค่าธรรมเนียมการขาย (สูงสุดไม่เกิน) | ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (สูงสุดไม่เกิน) | ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย (สูงสุดไม่เกิน) | |||||
BBL Asset Management กองทุนบัวหลวง B-INNOTECH | ![]() | กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีต่างประเทศ เน้นสะสมมูลค่าหน่วยลงทุน | กองทุนหุ้นต่างประเทศ | ไม่จ่าย | ระดับ 7 | 10 มีนาคม 2560 | ไม่กำหนด | 500 บาท | 500 บาท | 1.070% ต่อปีของ NAV | 1.00% ของมูลค่าซื้อขาย | 50 บาท/1,000 หน่วย หรือเศษของ 1,000 หน่วย (% ของมูลค่าซื้อขาย) | |||
BBL Asset Management Co.,Ltd กองทุนจีน กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นจีน B-CHINE-EQ | ![]() | ลงทุนหลายกลุ่มตลาดอุตสาหกรรมของจีน ผลตอบแทนสูง | กองทุนหุ้นต่างประเทศ | จ่าย | ระดับ 6 | 9 มีนาคม 2561 | ไม่กำหนด | 500 บาท | 500 บาท | 2.1400% ต่อปีของ NAV | 1.00% ของมูลค่าซื้อขาย | 50 บาท/1,000 หน่วย หรือเศษของ 1,000 หน่วย | |||
BBL Asset Management BFRMF บัวหลวงตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ | ![]() | กองทุน RMF มีค่าธรรมเนียมต่ำ รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี | กองทุนตราสารหนี้ | ไม่จ่าย | ระดับ 4 | 27 พฤศจิกายน 2545 | ไม่กำหนด | 500 บาท | 500 บาท | 0.6688% ต่อปีของ NAV | 0.50% ของมูลค่าซื้อขาย | 0.50% (ขั้นต่ำ 50 บาท) | |||
BBL Asset Management BFLRMF บัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ | ![]() | ความเสี่ยงปานกลาง มุ่งหวังผลตอบแทนสูงในระยะยาวได้ | กองทุน RMF | ไม่จ่าย | ระดับ 5 | 27 พฤศจิกายน 2545 | ไม่กำหนด | 500 บาท | 500 บาท | 1.6050% ต่อปีของ NAV | 1.00% ของมูลค่าการซื้อขาย | 1.00% (ขั้นต่ำ 50 บาท) | |||
BBL Asset Management BMDIV-TESGX กองทุนรวมบัวหลวงผสมปันผลไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ | ![]() | ลงทุนหุ้นสภาพคล่องสูง หวังผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด | กองทุน TESG | จ่าย | ระดับ 5 | 9 พฤษภาคม 2568 | ไม่กำหนด | 500 บาท | 500 บาท | 1.6050% ต่อปีของ NAV | 1.00% ของมูลค่าซื้อขาย | 1.00% (ขั้นต่ำ 50 บาท) | |||
BBL Asset Management B-GLOBALRMF บัวหลวงหุ้นโกลบอลเพื่อการเลี้ยงชีพ | ![]() | ประเภท Feed Fund เน้นลงทุนในหุ้นบริษัทชั้นนำระดับโลก | กองทุน RMF | ไม่จ่าย | ระดับ 6 | 12 พฤศจิกายน 2558 | ไม่กำหนด | 500 บาท | 500 บาท | 1.6050% ต่อปีของ NAV | 1.50% ของมูลค่าซื้อขาย | 1.00% (ขั้นต่ำ 50 บาท) | |||
BBL Asset Management BTP บัวหลวงทศพล | ![]() | ลงทุนหุ้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์พื้นฐานดี 10 อันดับแรก | กองทุนหุ้นไทย | ไม่จ่าย | ระดับ 6 | ไม่กำหนด | 7 ตุลาคม 2537 | 500 บาท | 500 บาท | 1.6050% ต่อปีของ NAV | 1.00% ของมูลค่าซื้อขาย | 1.00% (ขั้นต่ำ 50 บาท) | 50 บาท/1,000 หน่วย หรือเศษของ 1,000 หน่วย | ||
BBL Asset Management B-USPASSIVERMF กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นยูเอสพาสซีฟเพื่อการเลี้ยงชีพ | ![]() | ลงทุนในอุตสาหกรรมอเมริกา ความเสี่ยงสูง เติบโตต่อเนื่อง | กองทุน RMF | ไม่จ่าย | ระดับ 6 | 11 พฤศจิกายน 2568 | ไม่กำหนด | 500 บาท | 500 บาท | 0.8025% ต่อปีของ NAV | 1.00% ของมูลค่าซื้อขาย | 1.00% (ขั้นต่ำ 50 บาท) | |||
BBL Asset Management B-TREASURY บัวหลวงตราสารหนี้ภาครัฐ | ![]() | ลงทุนกลุ่ม Money Market Government ราคาผันผวนต่ำ | กองทุนตราสารหนี้ | ไม่จ่าย | ระดับ 1 | 10 สิงหาคม 2555 | ไม่กำหนด | 500 บาท | 500 บาท | 0.5885% ต่อปีของ NAV | 50 บาท/1,000 หน่วย หรือเศษของ 1,000 หน่วย | ||||
BBL Asset Management B-TNTV บัวหลวงธนทวี | ![]() | ตราสารหนี้ระดับ A- ขึ้นไป เหมาะใช้เป็นกองทุนเพื่อพักเงิน | กองทุนตราสารหนี้ | ไม่จ่าย | ระดับ 4 | 8 มีนาคม 2548 | ไม่กำหนด | 500 บาท | 500 บาท | 0.8025% ต่อปีของ NAV | 50 บาท/1,000 หน่วย หรือเศษของ 1,000 หน่วย | ||||
กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีต่างประเทศ เน้นสะสมมูลค่าหน่วยลงทุน
- Fidelity Global Technology Fund เป็นกองทุนหลักลงทุนในตราสารทุนของบริษัททั่วโลก
- ขอบข่ายการลงทุนส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศรวมถึง AI
- ความเสี่ยงอยู่ในระดับ 7 แต่มีผลขาดทุนน้อย บริหารจัดความเสี่ยงได้ดี ช่วยสร้างกำไรในอนาคต
- ผลการดำเนินการมีผลเป็นบวกในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ไม่มีนโยบายจ่ายปันผล เหมาะถือระยะยาว
| ประเภทกองทุน | กองทุนหุ้นต่างประเทศ |
|---|---|
| นโยบายจ่ายเงินปันผล | ไม่จ่าย |
| ความเสี่ยง | ระดับ 7 |
| วันที่จดทะเบียน | 10 มีนาคม 2560 |
| อายุกองทุน | ไม่กำหนด |
| การซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ | 500 บาท |
| การซื้อครั้งถัดไปขั้นต่ำ | 500 บาท |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (สูงสุดไม่เกิน) | 1.070% ต่อปีของ NAV |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (สูงสุดไม่เกิน) | 1.00% ของมูลค่าซื้อขาย |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (สูงสุดไม่เกิน) | |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย (สูงสุดไม่เกิน) | 50 บาท/1,000 หน่วย หรือเศษของ 1,000 หน่วย (% ของมูลค่าซื้อขาย) |
ลงทุนหลายกลุ่มตลาดอุตสาหกรรมของจีน ผลตอบแทนสูง
- ลงทุนตลาดหุ้นจีนในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น เทคโนโลยี, โทรคมนาคม, พลังงานสะอาด
- มีการบริหารความเสี่ยงที่เป็นระเบียบ เพื่อป้องกันความผันผวนของตลาด ลดโอกาสการขาดทุน
- ผลตอบแทนมั่นคงในระยะยาว มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่เกินปีละ 4 ครั้งตามความเหมาะสม
- ผลการดำเนินงานของกองทุนมีความโดดเด่นและมักจะสูงกว่าดัชนีตลาดหุ้นจีนอื่น ๆ
| ประเภทกองทุน | กองทุนหุ้นต่างประเทศ |
|---|---|
| นโยบายจ่ายเงินปันผล | จ่าย |
| ความเสี่ยง | ระดับ 6 |
| วันที่จดทะเบียน | 9 มีนาคม 2561 |
| อายุกองทุน | ไม่กำหนด |
| การซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ | 500 บาท |
| การซื้อครั้งถัดไปขั้นต่ำ | 500 บาท |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (สูงสุดไม่เกิน) | 2.1400% ต่อปีของ NAV |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (สูงสุดไม่เกิน) | 1.00% ของมูลค่าซื้อขาย |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (สูงสุดไม่เกิน) | |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย (สูงสุดไม่เกิน) | 50 บาท/1,000 หน่วย หรือเศษของ 1,000 หน่วย |
กองทุน RMF มีค่าธรรมเนียมต่ำ รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
- ความเสี่ยงระดับ 4 ได้รับผลตอบแทนค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับกองทุนอื่น ๆ ในระดับเดียวกัน
- เน้นการลงทุนในตราสารหนี้, เงินฝาก, หลักทรัพย์, สินทรัพย์ทั้งของภาครัฐและบริษัทเอกชน
- เหมาะกับผู้ที่มองหาผลตอบแทนมั่นคงในระยะยาว รวมถึงวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณอายุ
- กองทุนเน้นการลงทุนแบบไม่มีความเสี่ยงในต่างประเทศ โดยไม่มีนโยบายการจ่ายเงินปันผล
| ประเภทกองทุน | กองทุนตราสารหนี้ |
|---|---|
| นโยบายจ่ายเงินปันผล | ไม่จ่าย |
| ความเสี่ยง | ระดับ 4 |
| วันที่จดทะเบียน | 27 พฤศจิกายน 2545 |
| อายุกองทุน | ไม่กำหนด |
| การซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ | 500 บาท |
| การซื้อครั้งถัดไปขั้นต่ำ | 500 บาท |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (สูงสุดไม่เกิน) | 0.6688% ต่อปีของ NAV |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (สูงสุดไม่เกิน) | 0.50% ของมูลค่าซื้อขาย |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (สูงสุดไม่เกิน) | 0.50% (ขั้นต่ำ 50 บาท) |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย (สูงสุดไม่เกิน) |
ความเสี่ยงปานกลาง มุ่งหวังผลตอบแทนสูงในระยะยาวได้
- กระจายการลงทุนในหลากหลายกลุ่มตราสารทุน, ตราสารหนี้, ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และเงินฝาก
- มีนโยบายการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ตั้งแต่ 0% ถึง 100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV)
- มีการปรับสัดส่วนการลงทุนตามสถานการณ์หรือภาพรวมทางเศรษฐกิจของบริษัทที่เลือกลงทุน
- ไม่มีนโยบายการจ่ายเงินปันผล เหมาะสำหรับการลงทุนเพื่อเก็บเงินก้อนไว้ใช้ในยามเกษียณ
| ประเภทกองทุน | กองทุน RMF |
|---|---|
| นโยบายจ่ายเงินปันผล | ไม่จ่าย |
| ความเสี่ยง | ระดับ 5 |
| วันที่จดทะเบียน | 27 พฤศจิกายน 2545 |
| อายุกองทุน | ไม่กำหนด |
| การซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ | 500 บาท |
| การซื้อครั้งถัดไปขั้นต่ำ | 500 บาท |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (สูงสุดไม่เกิน) | 1.6050% ต่อปีของ NAV |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (สูงสุดไม่เกิน) | 1.00% ของมูลค่าการซื้อขาย |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (สูงสุดไม่เกิน) | 1.00% (ขั้นต่ำ 50 บาท) |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย (สูงสุดไม่เกิน) |
ลงทุนหุ้นสภาพคล่องสูง หวังผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด
- Low Fee Low Beta เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาการลงทุนที่มีค่าธรรมเนียมและความผันผวนต่ำ
- กระจายการลงทุนในทรัพย์สินของทางภาครัฐหรือกิจการต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
- มีการลงทุนในต่างประเทศ พร้อมมีกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนร่วมด้วย
- มาพร้อมนโยบายในการจ่ายเงินปันผลไม่เกินปีละ 1 ครั้ง หรือตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควร
| ประเภทกองทุน | กองทุน TESG |
|---|---|
| นโยบายจ่ายเงินปันผล | จ่าย |
| ความเสี่ยง | ระดับ 5 |
| วันที่จดทะเบียน | 9 พฤษภาคม 2568 |
| อายุกองทุน | ไม่กำหนด |
| การซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ | 500 บาท |
| การซื้อครั้งถัดไปขั้นต่ำ | 500 บาท |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (สูงสุดไม่เกิน) | 1.6050% ต่อปีของ NAV |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (สูงสุดไม่เกิน) | 1.00% ของมูลค่าซื้อขาย |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (สูงสุดไม่เกิน) | 1.00% (ขั้นต่ำ 50 บาท) |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย (สูงสุดไม่เกิน) |
ประเภท Feed Fund เน้นลงทุนในหุ้นบริษัทชั้นนำระดับโลก
- มี Wellington Global Quality Growth Fund เป็นกองทุนหลักเพียงกองทุนเดียวเท่านั้น
- ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วยการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ (Derivatives)
- คัดสรรหุ้นบริษัทระดับโลกที่มีภาพรวมดี, งบการเงินแข็งแกร่ง, มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต
- ความเสี่ยงระดับ 6 เน้นสร้างผลตอบแทนระยะยาวในอนาคต โดยไม่มีนโยบายจ่ายปันผล
| ประเภทกองทุน | กองทุน RMF |
|---|---|
| นโยบายจ่ายเงินปันผล | ไม่จ่าย |
| ความเสี่ยง | ระดับ 6 |
| วันที่จดทะเบียน | 12 พฤศจิกายน 2558 |
| อายุกองทุน | ไม่กำหนด |
| การซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ | 500 บาท |
| การซื้อครั้งถัดไปขั้นต่ำ | 500 บาท |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (สูงสุดไม่เกิน) | 1.6050% ต่อปีของ NAV |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (สูงสุดไม่เกิน) | 1.50% ของมูลค่าซื้อขาย |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (สูงสุดไม่เกิน) | 1.00% (ขั้นต่ำ 50 บาท) |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย (สูงสุดไม่เกิน) |
ลงทุนหุ้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์พื้นฐานดี 10 อันดับแรก
- มุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจจากหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต
- มุ่งหวังให้ผลประกอบการของกองทุนเคลื่อนไหวสูงกว่าค่าดัชนีชี้วัด (Active Management)
- คัดเลือกหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ที่มีพื้นฐานดี เหมาะสำหรับลงทุนระยะปานกลางและระยะยาว
- จัดอยู่ในระดับเสี่ยงสูงหรือความเสี่ยงระดับ 6 เนื่องจากมีการลงทุนในตราสารทุนเป็นหลัก
| ประเภทกองทุน | กองทุนหุ้นไทย |
|---|---|
| นโยบายจ่ายเงินปันผล | ไม่จ่าย |
| ความเสี่ยง | ระดับ 6 |
| วันที่จดทะเบียน | ไม่กำหนด |
| อายุกองทุน | 7 ตุลาคม 2537 |
| การซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ | 500 บาท |
| การซื้อครั้งถัดไปขั้นต่ำ | 500 บาท |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (สูงสุดไม่เกิน) | 1.6050% ต่อปีของ NAV |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (สูงสุดไม่เกิน) | 1.00% ของมูลค่าซื้อขาย |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (สูงสุดไม่เกิน) | 1.00% (ขั้นต่ำ 50 บาท) |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย (สูงสุดไม่เกิน) | 50 บาท/1,000 หน่วย หรือเศษของ 1,000 หน่วย |
ลงทุนในอุตสาหกรรมอเมริกา ความเสี่ยงสูง เติบโตต่อเนื่อง
- ลงทุนในกองทุนหลัก SPDR S&P 500 ETF Trust เพียงกองทุนเดียว เน้นเกาะดัชนี S&P 500
- ครอบคลุมการลงทุนในหลายอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งของสหรัฐอเมริกา กระจายความเสี่ยงได้ดี
- ความเสี่ยงสูงหรือระดับ 6 เนื่องจากเป็นการลงทุนในต่างประเทศและเสี่ยงต่ออัตราแลกเปลี่ยน
- เหมาะสำหรับการลงทุนในระยะยาว เนื่องจากตลาดอเมริกามีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
| ประเภทกองทุน | กองทุน RMF |
|---|---|
| นโยบายจ่ายเงินปันผล | ไม่จ่าย |
| ความเสี่ยง | ระดับ 6 |
| วันที่จดทะเบียน | 11 พฤศจิกายน 2568 |
| อายุกองทุน | ไม่กำหนด |
| การซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ | 500 บาท |
| การซื้อครั้งถัดไปขั้นต่ำ | 500 บาท |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (สูงสุดไม่เกิน) | 0.8025% ต่อปีของ NAV |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (สูงสุดไม่เกิน) | 1.00% ของมูลค่าซื้อขาย |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (สูงสุดไม่เกิน) | 1.00% (ขั้นต่ำ 50 บาท) |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย (สูงสุดไม่เกิน) |
ลงทุนกลุ่ม Money Market Government ราคาผันผวนต่ำ
- กระจายการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐของไทย ซึ่งให้ผลตอบแทนเหมาะสมกับความเสี่ยง
- กองทุนให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากระยะสั้น โดยไม่มีความเสี่ยงต่างประเทศ
- ค่าธรรมเนียมการจัดการต่ำ ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายหรือซื้อคืนหน่วยลงทุน
- เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับสภาพคล่อง และต้องการความมั่นคงของเงินต้น
| ประเภทกองทุน | กองทุนตราสารหนี้ |
|---|---|
| นโยบายจ่ายเงินปันผล | ไม่จ่าย |
| ความเสี่ยง | ระดับ 1 |
| วันที่จดทะเบียน | 10 สิงหาคม 2555 |
| อายุกองทุน | ไม่กำหนด |
| การซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ | 500 บาท |
| การซื้อครั้งถัดไปขั้นต่ำ | 500 บาท |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (สูงสุดไม่เกิน) | 0.5885% ต่อปีของ NAV |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (สูงสุดไม่เกิน) | |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (สูงสุดไม่เกิน) | |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย (สูงสุดไม่เกิน) | 50 บาท/1,000 หน่วย หรือเศษของ 1,000 หน่วย |
ตราสารหนี้ระดับ A- ขึ้นไป เหมาะใช้เป็นกองทุนเพื่อพักเงิน
- เน้นลงทุนในตราสารหนี้จากทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งมีสภาพคล่องและความมั่นคงในระดับสูง
- ผลตอบแทนมีความมั่นคง โดยในช่วง 1 - 3 ปีที่ผ่านมากองทุนให้ผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีชี้วัด
- ระดับความเสี่ยงปานกลางถึงค่อนข้างต่ำ ไม่มีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนจากต่างประเทศ
- ค่าธรรมเนียมการจัดการอยู่ที่ประมาณ 0.8025% ต่อปี เมื่อรวมค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 2.1400% ต่อปี
| ประเภทกองทุน | กองทุนตราสารหนี้ |
|---|---|
| นโยบายจ่ายเงินปันผล | ไม่จ่าย |
| ความเสี่ยง | ระดับ 4 |
| วันที่จดทะเบียน | 8 มีนาคม 2548 |
| อายุกองทุน | ไม่กำหนด |
| การซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ | 500 บาท |
| การซื้อครั้งถัดไปขั้นต่ำ | 500 บาท |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (สูงสุดไม่เกิน) | 0.8025% ต่อปีของ NAV |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (สูงสุดไม่เกิน) | |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (สูงสุดไม่เกิน) | |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย (สูงสุดไม่เกิน) | 50 บาท/1,000 หน่วย หรือเศษของ 1,000 หน่วย |
เริ่มลงทุนกองทุนบัวหลวง ต้องใช้เงินเท่าไร

ซื้อกองทุนบัวหลวงผ่านแอปอะไรได้บ้าง

คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ