




กองทุนบัวหลวง (BBLAM) เป็นบริษัทในเครือของธนาคารกรุงเทพ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการระดมเงินจากนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบัน แล้วนำเงินเหล่านั้นไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เช่น หุ้นตราสารหนี้หรืออสังหาริมทรัพย์ตามนโยบายที่กำหนดไว้ โดยกองทุนบัวหลวงจะมีให้เลือกหลากหลาย จึงควรเลือกให้เหมาะกับ เป้าหมายทางการเงิน, ระดับความเสี่ยงที่รับได้ และระยะเวลาในการลงทุน
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกกองทุนบัวหลวง ที่เหมาะสำหรับลดหย่อนภาษี, สำหรับเน้นบริหารสภาพคล่องและพักเงิน, สำหรับลงทุนระยะยาวและยอมรับความผันผวนได้ และสำหรับกระแสเงินสดและเงินปันผล นอกจากนี้ยังมี 10 กองทุนบัวหลวง ที่มีทั้งกองทุน RMF / TESG, กองทุนตราสารหนี้, กองทุนหุ้นไทย, กองทุนหุ้นต่างประเทศ และกองทุนปันผลมาแนะนำเพิ่มเติมอีกด้วย
Top 5 กองทุนบัวหลวง
BBL Asset Management

ลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยี ที่ช่วยให้คุณทันต่อเทรนด์แห่งโลกอนาคต
BBL Asset Management

เน้นกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวกับปัจจัย 4 พื้นฐานดีและมีแนวโน้มเติบโตสูง

คุณแอนจบการศึกษา Chemical Engineering จาก Sirindhorn International Institute of Technology มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหลักสูตรที่ปรึกษาการเงิน FChFP Executive Program สอบผ่านระดับ Distinction จากสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน ปัจจุบันทำงานเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนบุคคล ตัวแทนประกัน และผู้แนะนำการลงทุน โดยมีความเชี่ยวชาญในการวางแผนการเงินครอบครัว แผนทุนการศึกษา แผนการออมเงินและการลงทุน แผนโอนย้ายความเสี่ยง วิเคราะห์และออกแบบประกันอย่างเหมาะสม แผนส่งต่อมรดกและภาษีมรดก เป็นต้น คุณแอนมีความตั้งใจที่จะนำความรู้ ประสบการณ์ ความผิดพลาดในอดีต มาช่วยให้คนไทยมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการวางแผนการเงิน การโอนย้ายความเสี่ยงด้วยประกัน และการทำให้เงินเติบโตด้วยการลงทุน อย่างเหมาะสมเฉพาะบุคคล เพื่อให้ชีวิตมีความมั่นคง มั่งคั่ง และดำเนินชีวิตตามเป้าหมายของชีวิตได้อย่างสบายใจ เพราะคนที่เริ่มและรู้ตัวก่อนย่อมได้เปรียบ และการเงินเป็นเรื่องสำคัญของทุกชีวิต

คุณตุ๊กตาจบการศึกษาจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยพื้นฐานความรู้จากการเรียนในมหาวิทยาลัยและความสนใจส่วนตัวแล้ว จึงมีความรู้ความสนใจเกี่ยวกับการเงินและการลงทุนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในเรื่องของบัตรเครดิตและกองทุน ที่ถือเป็นทางเลือกการบริหารการเงินส่วนตัวของคนในยุคปัจจุบัน ซึ่งในยามว่างคุณตุ๊กตาจะชอบอ่านหนังสือหรือบทความเกี่ยวกับการลงทุน เพื่อพัฒนาความรู้เพิ่มเติมและวางแผนด้านการเงินของตนเองในระยะยาวได้อย่างมั่นคง รวมทั้งยังมีแพลนที่จะลงคอร์สเรียนต่าง ๆ เพื่อนำมาต่อยอดความรู้เดิมอีกด้วย ปัจจุบันคุณตุ๊กตาช่วยงานธุรกิจส่วนตัวของครอบครัวและเป็นนักเขียนอิสระ ซึ่งนอกจากการอ่านหนังสือด้านการเงินและการลงทุนแล้ว ยังชื่นชอบหนังสือที่เป็น Fiction เช่น นิยายแปลจีนนิยายแปลญี่ปุ่น และ Non-fiction ที่เป็นแนวหนังสือจิตวิทยาและประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ คุณตุ๊กตายังมีความสนใจด้าน Data Science และกำลังศึกษาผ่านคอร์สเรียนออนไลน์เพื่อเพิ่มทักษะอีกด้วย
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
การเลือกกองทุนบัวหลวงจะต้องอาศัยการพิจารณาหลายอย่างประกอบกัน ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยให้เลือกกองทุนรวมบัวหลวงได้ตรงกับเป้าหมายในการลงทุน ความเสี่ยงที่รับได้ และระยะเวลาการลงทุนที่เหมาะสมที่สุด โดยมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงดังนี้
การเลือกประเภทของกองทุนบัวหลวงตามเป้าหมายการลงทุน ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกกองทุนได้ตรงกับจุดประสงค์ในการใช้งาน ทำให้บรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น เพราะแต่ละกองทุนมีนโยบายสินทรัพย์และความเสี่ยงที่ต่างกัน จึงมีข้อควรพิจารณาดังนี้
สำหรับลดหย่อนภาษี แนะนำให้เลือกกองทุน RMF, TESG เพราะเพราะกองทุนเหล่านี้ เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐให้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยเฉพาะ ทำให้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางภาษีและเพิ่มโอกาสการเติบโตของการเงินในระยะยาว
สำหรับเน้นบริหารสภาพคล่องและพักเงิน แนะนำให้เลือกกองทุนที่มีความเสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ เช่น กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้ระยะสั้น (B-ST) กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้ระยะสั้นพลัส (B-STPLUS) กองทุนเปิดบัวหลวงธนทวี (B-TNTV) เป็นกองทุนที่มีสภาพคล่องสูง สามารถซื้อขายได้ทุกวัน (รายการหลังเวลา 16.00 น. ของวันทำการ หรือรายการในวันหยุดทำการซื้อขายถือเป็นรายการของวันทำการซื้อขายถัดไป) โดยเน้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ เหมาะสำหรับพักเงินสำรองฉุกเฉินหรือเงินที่รอจังหวะลงทุนอื่น
สำหรับลงทุนระยะยาวและยอมรับความผันผวนได้ แนะนำให้เลือกกองทุนหุ้นไทยหรือหุ้นต่างประเทศ เพราะกองทุนเหล่านี้ช่วยสร้างผลตอบแทนที่เติบโตสูงสุดในระยะยาว ทำให้ผู้ลงทุนสามารถสร้างความมั่งคั่งได้ตรงตามเป้าหมายทางการเงินในอนาคต

โดยส่วนตัวยังไม่แนะนำการลงทุนในหุ้นไทย เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีอัตราการเติบโตค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว อีกทั้งยังมีความไม่แน่นอนด้านเสถียรภาพทางการเมืองและนโยบายภาครัฐ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว จึงมองว่าการกระจายการลงทุนไปยังตลาดหุ้นต่างประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูงและโครงสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแรงกว่า อาจตอบโจทย์การลงทุนระยะยาวได้ดีกว่าแต่ยังคงเลือกลงทุนหุ้นในบางบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งได้ เช่น บริษัทที่มีการปันผลย้อนหลังอย่างสม่ำเสมอ
กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นจีน (B-CHINE-EQ): เน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จีนหรือบริษัทที่มีการดำเนินงานในจีน โดยมีนโยบายจ่ายเงินปันผลอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควร ในอัตราไม่เกินร้อยละ 100 จากกำไรสะสม หรือกำไรจากการลงทุนสุทธิ
การตรวจสอบผลการดำเนินการย้อนหลังของกองทุนรวมบัวหลวง จะช่วยให้ผู้ลงทุนเห็นความสม่ำเสมอและฝีมือในการบริหารกองทุนในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้ ดังนั้นจึงควรพิจารณาผลตอบแทนย้อนหลังในระยะยาว เช่น 3-5 ปี โดยเปรียบเทียบกับดัชนีชี้วัด Benchmark ว่ากองทุนสามารถทำกำไรชนะตลาดได้หรือไม่ ควบคู่ไปกับการตรวจสอบค่าธรรมเนียมการจัดการและค่าใช้จ่ายรวม Total Expense Ratio ในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ Fund Fact Sheet เพื่อให้มั่นใจว่าต้นทุนที่จ่ายไปคุ้มค่ากับผลตอบแทนที่ได้รับ
TER (Total Expense Ratio) / ค่าบริหารจัดการ (Management Fee) ควรตรวจสอบค่าใช้จ่ายหลักเหล่านี้ว่าอยู่ที่ประมาณเท่าไร โดยเฉพาะ TER ซึ่งเป็นตัวเลขรวมทุกค่าใช้จ่ายที่หักออกจาก NAV และจะลดทอนผลตอบแทนทั้งหมดในระยะยาว หากลงทุนนานจึงต้องเลือกกองทุนที่มีค่าธรรมเนียมต่ำเพื่อความคุ้มค่าสูงสุด
ค่าซื้อ–ค่าขาย (Front-end / Back-end fee) ค่าซื้อ–ค่าขาย (Front-end / Back-end fee) ควรตรวจสอบค่าธรรมเนียมการซื้อ (Front-end Fee) และ ค่าธรรมเนียมขายคืนหรือถอนหน่วย (Back-end Fee) ซึ่งเป็นต้นทุน ณ วันทำรายการ นอกจากนี้ควรรวมถึงค่าธรรมเนียมแอบแฝงอื่น ๆ เช่น ค่าโอนหน่วย เพื่อให้แน่ใจว่าต้นทุนทั้งหมดจะไม่สูงเกินความจำเป็น และบริหารจัดการกองทุนได้ในอนาคต
เปรียบเทียบกับผลตอบแทนสุทธิหลังหักค่าใช้จ่าย หลังจากรวมต้นทุนทั้งหมดแล้ว ควรนำไปเปรียบเทียบกับผลตอบแทนย้อนหลังและดัชนีชี้วัด (Benchmark) หากกองทุนมีค่าใช้จ่ายสูงแต่ผลการดำเนินงานไม่สม่ำเสมอหรือแพ้ตลาด อาจบ่งชี้ว่ากองทุนนั้นไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนในระยะยาว
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | |
|---|---|---|---|---|
BBL Asset Management กองทุนบัวหลวง B-INNOTECH | ![]() | ลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยี ที่ช่วยให้คุณทันต่อเทรนด์แห่งโลกอนาคต | ||
BBL Asset Management กองทุนบัวหลวง BBASIC | ![]() | เน้นกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวกับปัจจัย 4 พื้นฐานดีและมีแนวโน้มเติบโตสูง | ||
BBL Asset Management กองทุนบัวหลวง B-ASIA | ![]() | กองทุนรวมหุ้นที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงจากทั่วภูมิภาคเอเชีย | ||
BBL Asset Management กองทุนบัวหลวง BKA | ![]() | ลงทุนในหุ้นธุรกิจในประเทศที่มีปัจจัยพื้นฐานดี อนาคตเติบโตสูง | ||
BBL Asset Management กองทุนบัวหลวง B-SENIOR | ![]() | ผสมการลงทุนทั้งตราสารหนี้และตราสารทุน สำหรับเงินเกษียณ | ||
BBL Asset Management กองทุนบัวหลวง BKIND | ![]() | เลือกลงทุนในบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมไทยทั้ง 4 ด้าน | ||
BBL Asset Management กองทุนบัวหลวง B-BHARATA | ![]() | เพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากประเทศที่ GDP มีการเติบโต | ||
BBL Asset Management กองทุนบัวหลวง BM70SSF | ![]() | ลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียนไม่เกิน 70% และมีนโยบายจ่ายปันผล | ||
BBL Asset Management กองทุนบัวหลวง IN-RMF | ![]() | เน้นตราสารทุนที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจไทย | ||
BBL Asset Management กองทุนบัวหลวง BGOLDRMF | ![]() | ลงทุนในทองป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ หักลดหย่อนภาษีได้ |
กองทุนบัวหลวงตัวนี้การันตีด้วยระดับ 5 ดาวจาก Morningstars เลือกลงทุนในหุ้นจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเป็นหลัก โดยจะคัดเลือกทั้งบริษัทที่มีความสำคัญต่อวงการเทคโนโลยีและบริษัทที่คิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งอาจจะกลายเป็นเทรนด์ในอนาคต ขอบข่ายการลงทุนของกองทุนนี้จะอยู่ที่ต่างประเทศเป็นหลัก โดยประเทศเหล่านั้นมักจะเป็นผู้นำเทคโนโลยีของโลก ได้แก่สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน เกาหลีใต้และญี่ปุ่น
ผลการดำเนินงานของกองทุนนั้นเพิ่มขึ้นมากกว่าตอนที่จัดตั้งกองทุน และจะพบว่าในช่วงระยะเวลา 3 - 5 ปี จะมีผลเป็นบวก เหมาะสำหรับคนที่สามารถถือหน่วยลงทุนได้ในระยะยาว แม้ว่าจะมีความเสี่ยงอยู่ในระดับ 7 จากการลงทุนกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน แต่ก็พบว่าช่วงที่ตลาดซบเซานั้น ทางกองทุนมีผลขาดทุนที่น้อยกว่าค่าเฉลี่ยและดัชนีชี้วัด จึงนับได้ว่าเป็นกองทุนที่มีการบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ กองทุนนี้ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล เพราะเน้นการสะสมมูลค่าของหน่วยลงทุน เพื่อช่วยให้คุณทำกำไรจากการขายในอนาคต
กองทุนนี้จะเลือกลงทุนในหุ้นจากกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวกับปัจจัย 4 อันได้แก่ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่มและยารักษาโรค โดยต้องเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานดี และยังมีราคาซื้อขายที่ต่ำกว่ามูลค่าแท้จริง เพราะมักจะสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มเติบโตได้มากขึ้นในอนาคต ช่วยให้คุณทำกำไรจากส่วนต่างราคาดังกล่าวได้ กองทุนนี้จะมีไม่มีความเสี่ยงที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเพราะเลือกลงทุนในประเทศไทยเป็นหลัก
หุ้นหลัก ๆ ที่อยู่ในพอร์ตของกองทุนดังกล่าวนั้นจะได้แก่ CPALL, MK, BDMS และ Minor ซึ่งถือเป็นกิจการระดับต้น ๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมด้านปัจจัย 4 ผลการดำเนินงานของกองทุนที่ผ่านมาในช่วงระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือนและ 1 ปี นั้นทำกำไรเพิ่มขึ้นจากเดิม อีกทั้งยังมีมูลค่าสูงกว่าดัชนีชี้วัด มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผล โดยปีที่ผ่านมานั้นก็มีการจ่ายเงินปันผล 2 ครั้งต่อปี ช่วยเพิ่มผลตอบแทนในช่วงที่คุณถือหน่วยลงทุนอยู่ด้วย
กองทุนบัวหลวง B-ASIA จะมีการลงทุนในกองทุนหลักจากต่างประเทศอย่าง Invesco Funds - Invesco Asian Equity Fund ไม่ต่ำกว่า 80% ซึ่งกองทุนหลักในต่างประเทศจะเน้นลงทุนในภูมิภาคเอเชียที่ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยจะคัดเลือกหุ้นจากบริษัทที่มีมูลค่าทางการตลาดและสภาพคล่องสูง อีกทั้งยังมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มการสะสมมูลค่าให้กับเงินลงทุนในระยะยาว
กองทุนนี้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 75% มีการลงทุนในประเทศจีน เกาหลีใต้และอินเดียเป็นลำดับต้น ๆ เนื่องจากมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของกองทุนนั้นพบว่ามีมูลค่าเหนือกว่าดัชนีชี้วัดของกองทุน และเมื่อเปรียบเทียบระยะเวลาในการลงทุน พบว่าทางกองทุนจะเริ่มมีกำไรในช่วงระยะเวลา 3 ปี ขึ้นไป จึงเหมาะสำหรับการถือในระยะยาว
สำหรับคนที่มองหากองทุนรวมหุ้นไทยก็ควรจะลองพิจารณากองทุนบัวหลวงตัวนี้ โดยเป็นกองทุนที่คัดเลือกหุ้นธุรกิจในไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีแนวโน้มเติบโตในอนาคต อันได้แก่ CPALL, AOT, BBL และ SCBX เป็นต้น มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนในระยะปานกลางและระยะยาว เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากลงทุนในหุ้นไทยแต่อาจจะมีงบประมาณในการลงทุนที่จำกัด โดยใช้เงินลงทุนขั้นต่ำอยู่ที่ 500 บาท
ผลการดำเนินงานของกองทุนนี้จากระยะเวลาที่ผ่านมา พบว่าในระยะเวลา 1 ปีนั้นจะมีมูลค่าสูงและยังเอาชนะค่า Benchmark ของกองทุนซึ่งก็คือดัชนี SET TRI ได้ แม้จะมีช่วงที่ขาดทุนแต่ก็อยู่ในระดับใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัดของตลาด กองทุนนี้ยังมีการจัดตั้งมายาวนาน ซึ่งเมื่อดูผลการดำเนินงานในปัจจุบันเทียบกับตอนจัดตั้งกองทุนก็เติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก และยังมีอัตราส่วนหมุนเวียนการลงทุนต่ำ เหมาะกับการถือระยะยาว
กองทุนนี้จะมีจุดประสงค์เพื่อสะสมมูลค่าอย่างมั่นคงเพื่อให้คุณได้เงินก้อนเอาไว้ใช้ในยามเกษียณ โดยจะมีการผสมผสานการลงทุนทั้งตราสารหนี้และตราสารทุน มีสัดส่วนของตราสารหนี้อยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 70% ลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจะลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 15% เพราะการกระจายการลงทุนไปในหลาย ๆ ส่วนจึงทำให้มีความเสี่ยงปานกลาง จากพอร์ตการลงทุนจะพบว่าเน้นทรัพย์สินอย่างพันธบัตรและหุ้นกู้เป็นหลัก
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของกองทุนนั้นมีมูลค่าสูงกว่าดัชนีชี้วัดในบางปี และยังมี ผลขาดทุนสูงสุดในระดับที่ต่ำ อีกทั้งยังมีอัตราส่วนหมุนเวียนของการลงทุนค่อนข้างน้อย แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารกองทุนได้เป็นอย่างดี ทำให้ลดความเสี่ยงที่จะขาดทุน และลดค่าใช้จ่ายที่อาจจะทำให้คุณได้ผลตอบแทนน้อยลงไปด้วย แม้จะใช้ในการลดหย่อนภาษีไม่ได้ แต่ก็มีความยืดหยุ่นให้คุณซื้อขายหน่วยลงทุนได้ทุกเวลา
กองทุนบัวหลวงตัวนี้ได้รับการการันตี 4 ดาวจาก Morningstar มีชื่อว่า กองทุนรวมคนไทยใจดี ซึ่งธีมการลงทุนก็สอดคล้องกับชื่อกองทุน โดยเลือกลงทุนในบริษัทในประเทศไทยที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมใน 4 ด้าน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล และการต่อต้านคอร์รัปชั่น แน่นอนว่าบริษัทที่มีข้อดีในด้านเหล่านี้มักจะเป็นบริษัทที่มีพื้นฐานดีและมั่นคงในระยะยาวอีกด้วย ตัวอย่างเช่นบริษัท CPALL, BDMS, AOT และ MK
กองทุนนี้ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล เนื่องจากเน้นสะสมมูลค่า ผลการดำเนินงานของกองทุนในอดีตนั้นพบว่าในบางปีสามารถเอาชนะ Benchmark ซึ่งก็คือดัชนี SET TRI ได้ และยังมีผลขาดทุนน้อยกว่าดัชนีชี้วัดในช่วงที่ตลาดมีภาวะขาลงอีกด้วย จึงถือได้ว่ามีดุลยพินิจในการบริหารกองทุนได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังมีผลการดำเนินงานในเกณฑ์ดีมากเมื่อเทียบกับกองทุนอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่มประเภทเดียวกันอีกด้วย
อินเดีย เป็นตลาดเศรษฐกิจที่การเติบโตของ GDP อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และยังมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก จึงเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจ เช่นเดียวกับกองทุนบัวหลวงที่พยายามเจาะกลุ่มตลาดดังกล่าวผ่านกองทุนหลักอย่าง RAMS Investment Unit Trust - India Equities Portfolio Fund II ซึ่งมีกลยุทธ์การบริหารแบบ Active Management เพื่อเอาชนะตัวชี้วัดอย่างดัชนี MSCI India เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนมากขึ้น
กองทุนนี้จะมีการเลือกหุ้นทั้งจากบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ มีทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมการเงิน ไอทีและสินค้าฟุ่มเฟือย ทำให้มีการกระจายความเสี่ยงของการลงทุนได้ดี และเมื่อเทียบกับตัวชี้วัดของกองทุน พบว่าผลการดำเนินงานในอดีตบางปีนั้นมีมูลค่ามากกว่าดัชนี MSCI India และยังมีมูลค่าเป็นบวกในช่วงที่ดัชนีมีมูลค่าติดลบอีกด้วย อีกทั้งยังมีมูลค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยจากกองทุนอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกันได้ในหลายปี
กองทุนบัวหลวงตัวนี้เป็นกองทุนประเภท SSF ซึ่งหากถือหน่วยลงทุนครบตามกำหนดเงื่อนไขก็สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ โดยธีมการลงทุนของกองทุนนี้จะเป็นรูปแบบผสม ซึ่งจะลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SET และ mai ไม่เกิน 70% ที่เหลือจะเป็นการลงทุนในตราสารหนี้ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นหุ้นกู้ หรือพันธบัตรรัฐบาล เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงให้อยู่ในระดับปานกลาง
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนนั้น ยังไม่มีช่วงที่เอาชนะมูลค่าของดัชนีชี้วัดได้ แต่อยู่เหนือค่าเฉลี่ยของกองทุนอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีนโยบายจ่ายเงินปันผล ซึ่งดูจากประวัติแล้วมีการจ่ายเงินปันผล 2 ครั้งต่อปี ซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้หากคุณยังต้องการถือหน่วยลงทุน กองทุนนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สามารถถือหน่วยลงทุนได้เป็นระยะเวลานานถึง 10 ปี โดยที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนดังกล่าว
หากใครมองหากองทุนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี ก็ลองรับกองทุนบัวหลวงตัวนี้ไปพิจารณาดู ซึ่งนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้จะเน้นตราสารทุนของธุรกิจที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจไทย เช่น บริษัทในกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง สินค้าอุตสาหกรรม ขนส่งและโลจิสติกส์ เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร เป็นต้น
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของกองทุนนั้นมีมูลค่ามากกว่าตัวชี้วัดซึ่งก็คือ ดัชนี SET TRI ได้ในบางปี และผลการดำเนินงานก็เป็นบวกอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลา 1 ปี 5 ปี 10 ปี ไปจนถึงตั้งแต่จัดตั้ง ทางกองทุนจะไม่จ่ายเงินปันผล ดังนั้นผู้ถือหน่วยลงทุนจะสร้างผลตอบแทนผ่านกำไรที่เกิดขึ้นจากการขายหน่วยลงทุน โดยจะขายได้เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์เพื่อไม่ให้ผิดเงื่อนไขลดหย่อนภาษี
ทอง เป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่ป้องกันเงินเฟ้อได้ เนื่องจากสินทรัพย์อื่น ๆ มักจะอิงตามมูลค่าของเงิน หากคุณมีเงินลงทุนไม่มาก ก็สามารถเลือกลงทุนในกองทุนที่เกี่ยวกับทองได้ เช่นเดียวกับกองทุนบัวหลวงตัวนี้ที่นอกจากจะมีการลงทุนในทองเป็นหลักแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ในการหักลดหย่อนภาษี หากคุณถือครบกำหนดตามเงื่อนไข จะมีการลงทุนในต่างประเทศ โดยมีกองทุนหลักอย่าง SPDR Gold Trust
ทางกองทุนจะป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการ และไม่มีการจ่ายเงินปันผล มีกลยุทธ์การบริหารแบบ Passive Management ให้ผลการดำเนินงานมีความใกล้เคียงกับดัชนีราคาทองคำในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งที่ผ่านมามีความใกล้เคียงแต่อาจจะมีส่วนต่างที่เกิดขึ้นจากอัตราแลกเปลี่ยน จะมีช่วงระยะเวลาที่ผลการดำเนินงานนั้นติดลบ แต่เมื่อเทียบกับตอนจัดตั้งแล้วนับว่ามีมูลค่าเพิ่มขึ้น


คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

เครื่องดื่ม

วัสดุก่อสร้าง, เครื่องมือและอุปกรณ์ช่าง

สวนและอุปกรณ์ในสวน

ความงาม, ของใช้ส่วนตัว

โน้ตบุ๊ก, PC, อุปกรณ์ไอที

ของใช้ในบ้าน, อุปกรณ์ในบ้าน

เครื่องใช้ไฟฟ้า

กล้อง

เครื่องสำอาง, สกินแคร์

สุขภาพ

อาหาร

เครื่องใช้ในครัว

แฟชั่น

รองเท้า

นาฬิกา, เครื่องประดับ

แม่และเด็ก

เฟอร์นิเจอร์, อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน

งานอดิเรก

กิจกรรมกลางแจ้ง

DIY, เครื่องเขียน, อุปกรณ์สำนักงาน

กีฬา

สัตว์เลี้ยง

หนังสือ

เกม

รถยนต์, รถจักรยานยนต์, อุปกรณ์เสริม

ของขวัญ, ของฝาก

ท่องเที่ยว

สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, อุปกรณ์เสริม

เครือข่ายมือถือ

การลงทุน

เครดิตการ์ด, สินเชื่อ, ประกัน

ดนตรี, เครื่องเสียง

แอปพลิเคชัน, โปรแกรม

บริการ