




โยเกิร์ตรสธรรมชาติ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการนำหัวเชื้อแบคทีเรียกลุ่มที่ผลิตกรดแลกติกไปหมักในนมและทำปฏิกิริยากับโปรตีนในนมจนโปรตีนเสียสภาพและจับตัวเป็นก้อน จึงมีเนื้อสัมผัสหนืดขึ้นและมีรสชาติอมเปรี้ยว อุดมไปด้วยโปรตีน แบคทีเรียดีและมีประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายอีกด้วย
ในปัจจุบัน มีหลากหลายแบรนด์ที่ผลิตโยเกิร์ตรสธรรมชาติออกมาวางจำหน่าย แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นโยเกิร์ตรสธรรมชาติเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างทั้งในเรื่องของเนื้อสัมผัสและปริมาณน้ำตาล ในบทความนี้ ได้รวบรวมข้อมูลวิธีการเลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพมาฝากกัน พร้อมแนะนำ 10 โยเกิร์ตรสธรรมชาติจาก ยี่ห้อยอดนิยม ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบกรีกโยเกิร์ต โยเกิร์ตพร้อมดื่ม ทั้งสูตรดั้งเดิม สูตรไขมัน 0% โยเกิร์ตสูตรออร์แกนิก สำหรับผู้ที่ดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ มาแนะนำเพิ่มเติมด้วย
Top 5 โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ยอดนิยม
Meiji

โยเกิร์ตเนื้อเนียน รสเข้มข้น มีเชื้อจุลินทรีย์สายพันธุ์แท้จากบัลแกเรีย
DUTCHIE

โยเกิร์ตปราศจากไขมัน 0 % รับประทานง่าย สำหรับคนรักสุขภาพ
Yolida

ผลิตจากนมโคพาสเจอร์ไรส์ รสเปรี้ยว คอเลสเตอรอลและไขมันต่ำ
DUTCHIE

โยเกิร์ตกรีกสไตล์ เนื้อแน่น ไขมันต่ำ ให้โปรตีนสูงขึ้น 2 เท่า

คุณพีทเป็นเจ้าของ Blackkat Café ร้านที่โดดเด่นด้านเครื่องดื่มและเบเกอรี่ โดยให้ความสำคัญกับวัตถุดิบคุณภาพและการสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ ที่ผสมผสานรสชาติได้อย่างลงตัว ด้วยความหลงใหลในอาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม ทำให้คุณพีทใส่ใจตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ กระบวนการทำ ไปจนถึงการตกแต่งเมนูให้มีเอกลักษณ์ และพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมจากมหาวิทยาลัยเนชั่น ยังส่งเสริมให้คุณพีทเข้าใจศาสตร์ของอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้ลูกค้า ตั้งแต่การพัฒนาเมนูตามฤดูกาล การอบเบเกอรี่สดใหม่ ไปจนถึงการจับคู่เครื่องดื่มกับขนมให้อร่อยลงตัว โดยนอกจากบริหารร้าน คุณพีทยังติดตามเทรนด์อาหาร ทดลองวัตถุดิบใหม่ ๆ และแบ่งปันความรู้ผ่านบทความด้านอาหาร เบเกอรี่ และการพัฒนาเมนูต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถนำไปต่อยอดได้อีกด้วย
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
อย่างที่ทราบกันดีว่า ในโยเกิร์ตนั้นมีจุลินทรีย์ชนิดดีที่มีชีวิต ซึ่งผู้ผลิตตามท้องตลาดมักเลือกใช้จุลินทรีย์แล็กโทบาซิลลัส บัลการิคัสและสเตรพโตค็อกคัส เทอร์โมฟิลัส มาเป็นกล้าเชื้อหมักในนม เพราะให้กลิ่นและรสชาติที่ดี บางยี่ห้อก็ได้เลือกใช้แบคทีเรียชนิดอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่มโพรไบโอติก เพราะมีคุณสมบัติในเรื่องของการช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานอย่างปกติ ปรับสภาวะภายในระบบลำไส้ให้เป็นกรดเล็กน้อย เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ชนิดไม่ดี แถมยังเป็นการเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงขึ้นด้วยค่ะ
และด้วยความที่โยเกิร์ตผลิตจากนมซึ่งเป็นแหล่งของโปรตีน การรับประทานโยเกิร์ตจึงมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตและซ่อมแซ่มส่วนที่สึกหรอของร่างกาย แต่อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้คุณเลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาตินะคะ เพราะมีปริมาณน้ำตาลน้อยและไม่มีการปรุงแต่งเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังควรทานคู่กันกับแหล่งอาหารประเภทอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ธัญพืชหรือผลไม้ เป็นต้น เพื่อช่วยให้ได้คุณรับคุณประโยชน์สูงสุดนั่นเองค่ะ
เมื่อทุกคนได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับประโยชน์ของโยเกิร์ตกันไปแล้ว ต่อไป เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า จะมีปัจจัยใดที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อโยเกิร์ตรสธรรมชาติบ้าง เพราะถึงแม้จะดูเหมือนไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็มีสิ่งสำคัญที่คุณควรรู้ก่อนหยิบด้วยนะคะ ดังนั้น ไปติดตามกันเลยดีกว่าค่ะ
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับโยเกิร์ตที่มีลักษณะเป็นของเหลวข้น ๆ ที่จัดเป็นโยเกิร์ตชนิดกวน แต่นอกเหนือจากนี้แล้วยังมีโยเกิร์ตชนิดคงตัวและโยเกิร์ตพร้อมดื่มอีกด้วยนะคะ ซึ่งทั้ง 3 ชนิดจะมีกรรมวิธีการผลิตและลักษณะเนื้อสัมผัสเป็นอย่างไร ตามมาอ่านกันค่ะ
เชื่อว่าหลายคนคงเริ่มเห็นโฆษณาโยเกิร์ตชนิดนี้ผ่านตากันบ้างแล้ว โดยเป็นรูปแบบของโยเกิร์ตที่มีผิวหน้าเรียบ ลักษณะคล้ายเนื้อพุดดิ้งที่เวลาตักขึ้นมาจะยังคงจับตัวเป็นก้อนอยู่ค่ะ สำหรับกรรมวิธีการผลิตจะเป็นการหมักในบรรจุภัณฑ์โดยตรง หลังจากการเติมหัวเชื้อแบคทีเรียลงน้ำนม จะถูกนำเข้าไปบ่มความร้อนให้เกิดการหมักและเซ็ตตัวในภาชนะที่บรรจุ แล้วทำให้เย็นเพื่อหยุดกระบวนการหมัก จนได้เนื้อโยเกิร์ตที่มีลักษณะกึ่งแข็งกึ่งเหลว ให้รสสัมผัสที่นุ่มลิ้น จะเปิดทานเดี่ยว ๆ หรือจะโรยธัญพืชเพิ่มความกรุบกรอบก็ดีค่ะ
จัดเป็นโยเกิร์ตอีกหนึ่งประเภทที่ผู้คนนิยมค่ะ สำหรับโยเกิร์ตชนิดกวนที่มีกรรมวิธีการผลิตที่คล้ายกับโยเกิร์ตชนิดคงตัว เพียงแต่แบบกวนนั้นหลังจากขั้นตอนการทำให้เย็นเพื่อหยุดกระบวนการหมักแล้ว จะมีการกวนเนื้อโยเกิร์ตให้เข้ากันก่อนที่จะทำการเทลงบรรจุภัณฑ์ โยเกิร์ตชนิดกวนจึงมีผิวหน้าที่ไม่เรียบ มีเนื้อสัมผัสค่อนข้างเหลว นิยมนำมาใช้เป็นน้ำสลัดใส่ในผลไม้ หรือนำมาปั่นกับผลไม้เป็นสมูทตี้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเมนูยอดฮิตค่ะ
ถือเป็นโยเกิร์ตอีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยม เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเอาโยเกิร์ตหมักแล้วมาทำการเจือจางและปรุงแต่งกลิ่น รสและสี จึงทำให้เนื้อโยเกิร์ตมีลักษณะเหลวจนสามารถดื่มได้ มักอยู่ในรูปแบบของรสผลไม้เพื่อดึงดูดใจผู้บริโภค ซึ่งเรามักจะพบเห็นโยเกิร์ตพร้อมดื่มชนิดปรุงแต่งมากกว่าแบบรสธรรมชาติ แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีโยเกิร์ตพร้อมดื่มอีกหลายยี่ห้อ ที่มีโยเกิร์ตพร้อมดื่มรสธรรมชาติเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะกลุ่มอยู่ด้วยเช่นกันค่ะ
อีกสิ่งสำคัญที่ควรใส่ใจในการเลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ คือ การเลือกสูตรที่เน้นชัดเจนว่ามีไขมันต่ำ มีน้ำตาลน้อยหรือไม่มีน้ำตาลเลยจะดีที่สุดค่ะ เพราะหลายคนอาจจะคิดว่า การเลือกรับประทานโยเกิร์ตรสธรรมชาติก็เพียงพอต่อการดูแลสุขภาพแล้ว แต่รู้หรือไม่คะว่า บางยี่ห้อนั้นแอบมีปริมาณน้ำตาลที่สูงมาก หากทานติดต่อกันเป็นประจำอาจทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลที่เกินความจำเป็น จนส่งผลให้เกิดเป็นโรคเบาหวานได้โดยที่เราไม่รู้ตัวได้
ซึ่งสำหรับเด็กและผู้สูงอายุนั้นไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกิน 16 g ต่อวัน วัยรุ่นในช่วงอายุ 14 - 15 ปี ไม่ควรเกิน 24 g ต่อวัน และชายหญิงที่ใช้พลังงานมาก ไม่ควรเกิน 32 g ต่อวันค่ะ ดังนั้น สิ่งแรกที่อยากให้ทุกคนสังเกตก่อนเลยก็คือ ปริมาณของส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตรสธรรมชาตินั่นเองค่ะ เพราะถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยคัดกรองอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ด้วยนะคะ
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | |
|---|---|---|---|---|
1 | Meiji โยเกิร์ตรสธรรมชาติ บัลแกเรีย | ![]() | โยเกิร์ตเนื้อเนียน รสเข้มข้น มีเชื้อจุลินทรีย์สายพันธุ์แท้จากบัลแกเรีย | |
2 | DUTCHIE โยเกิร์ตรสธรรมชาติ DUTCHIE รสธรรมชาติ สูตรไขมัน 0% | ![]() | โยเกิร์ตปราศจากไขมัน 0 % รับประทานง่าย สำหรับคนรักสุขภาพ | |
3 | Yolida โยเกิร์ตรสธรรมชาติ โยลิดา สูตรไขมันต่ำ | ![]() | ผลิตจากนมโคพาสเจอร์ไรส์ รสเปรี้ยว คอเลสเตอรอลและไขมันต่ำ | |
4 | DUTCHIE โยเกิร์ตรสธรรมชาติ DUTCHIE กรีกสไตล์ | ![]() | โยเกิร์ตกรีกสไตล์ เนื้อแน่น ไขมันต่ำ ให้โปรตีนสูงขึ้น 2 เท่า | |
5 | Richesse โยเกิร์ตรสธรรมชาติ Richesse แบบพร้อมดื่ม | ![]() | โยเกิร์ตชนิดพร้อมดื่ม ลดน้ำตาลลง 37% อุดมไปด้วยแคลเซียม | |
6 | แดรี่โฮม โยเกิร์ตรสธรรมชาติ แดรี่โฮม โยเกิร์ตออร์แกนิก | ![]() | สูตรออร์แกนิก รสเข้มข้น ไม่หวาน ปราศจากเคมีและวัตถุกันเสีย | |
7 | Caroline โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ปราศจากไขมัน | ![]() | โยเกิร์ตเนื้อเข้มข้น สูตรไม่มีไขมัน รสชาติเปรี้ยวนำ ไม่หวาน | |
8 | AMBROSIAL โยเกิร์ตรสธรรมชาติ AMBROSIAL แบบพร้อมดื่ม | ![]() | โยเกิร์ตเนื้อเนียนนุ่ม ชนิดพร้อมดื่ม มีจุลินทรีย์ที่ดีต่อระบบลำไส้ | |
9 | Farmers Union โยเกิร์ตรสธรรมชาติ Farmers Union กรีกสไตล์ | ![]() | รสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นนม โปรตีนสูง 2 เท่า ผลิตจากนมวัวแท้ ๆ | |
10 | Yolida โยเกิร์ตรสธรรมชาติ โยลิดา โพรไบโอ ไม่หวาน | ![]() | ได้คุณประโยชน์จากโพรไบโอติก วิตามิน แคลเซียม ดีต่อสุขภาพ |
เมจิบัลแกเรีย ถือเป็นโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่ขายดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ด้วยรสชาติที่อร่อยกลมกล่อม รสชาติเข้มข้น แต่ไม่หวานจัดจนเกินไป เนื้อสัมผัสเนียน ตามแบบฉบับของโยเกิร์ตชนิดคงตัว โดยทางแบรนด์ได้ใช้กรรมวิธีการผลิตที่พิถีพิถัน ซึ่งจะเลือกนมโคสด ๆ และใช้จุลินทรีย์ LB81 สายพันธุ์แท้จากบัลแกเรีย ที่เข้ามาเพิ่มคุณประโยชน์ให้โยเกิร์ตตัวนี้ดีต่อระบบลำไส้
นอกจากนี้ ยังมีปริมาณแคลอรีต่อหน่วยบริโภคเพียง 60 กิโลแคลอรีเท่านั้น อีกทั้งยังมีน้ำตาลน้อย และมีไขมันต่ำ ทำให้คนที่กำลังควบคุมน้ำหนักหรือต้องการดูแลไม่ให้น้ำตาลในเลือดสูงจนเกินไปก็สามารถรับประทานได้ แนะนำให้เก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 8 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม โยเกิร์ตตัวนี้มีรสเปรี้ยวกว่าทั่วไป สำหรับคนที่ชอบทานหวาน แนะนำให้เติมน้ำผึ้งเพื่อให้กลมกล่อมขึ้นได้ค่ะ
เชื่อว่าคนที่ชอบดื่มผลิตภัณฑ์จากนม ต้องคุ้นชื่อยี่ห้อ DUTCHIE กันอย่างแน่นอน เพราะถือเป็นแบรนด์แรก ๆ ในไทยที่ผลิตผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับนมโคออกมาเพื่อคนไทยอย่างมากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือโยเกิร์ตรสธรรมชาติ สูตรไขมัน 0% ตัวนี้ ที่เป็นโยเกิร์ตชนิดกวน เนื้อเข้มข้น รสชาติอร่อย และที่สำคัญคือ ปราศจากไขมัน รวมถึงมีวิตามินและแคลเซียมสูง
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีคุณค่าทางสารอาหารอื่น ๆ เช่น วิตามินดี แอลคาร์นิทีนและจุลินทรีย์แลคโตบาซิลัสที่ดีต่อระบบลำไส้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่กำลังมองหาของว่างรับประทาน แต่กำลังดูแลรูปร่างและสุขภาพ เพราะนอกจากจะมีไขมันน้อยแล้ว ยังมีน้ำตาลน้อยอีกด้วย หลายคนชื่นชอบเพราะหาซื้อง่าย รสชาติอร่อย คนที่ไม่ชอบรสหวานน่าจะชอบค่ะ
โยเกิร์ตจากนมโคแท้จากแบรนด์ Yolida สูตรนี้ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกโยเกิร์ตคุณภาพที่หลายคนตามหา โดยทางแบรนด์จะเลือกใช้นมโคที่มาจากฟาร์มของตัวเอง นำมาผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรส์จนได้นมที่สดใหม่ สะอาด พร้อมนำมาทำโยเกิร์ต ซึ่งโยเกิร์ตของโยลิดาจะมีเพียงโยเกิร์ตชนิดคงตัวเท่านั้น ทำให้ได้โยเกิร์ตที่เนื้อแน่นและรสชาติเปรี้ยว ไม่หวานจัด
โดยโยเกิร์ตชนิดคงตัวนี้จะมีประโยชน์ตรงที่ทำให้จุลินทรีย์สามารถเจริญเติบโตได้ดี นอกจากนี้ ยังมีคุณค่าของสารอาหารต่าง ๆ เช่น แคลเซียม วิตามินบี และโปรตีน รวมถึงมีคอเลสเตอรอลและไขมันต่ำ คนที่ควบคุมน้ำหนักหรือออกกำลังกายเป็นประจำสามารถรับประทานเป็นของว่างได้ รีวิวจากคนที่ได้ลองกล่าวว่าโยเกิร์ตมีรสชาติเปรี้ยวจัด อาจไม่เหมาะกับคนที่ไม่ชอบรสเปรี้ยวสักเท่าไรนักค่ะ
สำหรับใครที่กำลังมองหาโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่เนื้อเนียนแน่น ให้รสชาติเข้มข้น ทั้งยังมาพร้อมโปรตีนสูงกว่าโยเกิร์ตตัวอื่น ๆ โยเกิร์ต DUTCHIE แบบกรีกสไตล์ยอดฮิตตัวนี้น่าจะตอบโจทย์คุณได้อย่างดี เพราะนอกจากจะมีโปรตีนสูงกว่าสูตรอื่นถึง 2 เท่าแล้ว ยังมาพร้อมกราโนลาที่จะช่วยให้คุณได้รับสัมผัสกรุบกรอบ เคี้ยวสนุกยิ่งขึ้น ทั้งยังได้สารอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแคลเซียม ใยอาหาร หรือวิตามิน
นอกจากนี้ ยังเป็นโยเกิร์ตที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อคนที่แพ้อาหารและต้องการดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ เนื่องจากมีปริมาณไขมันต่ำและน้ำตาลไม่สูงมาก ซึ่งหนึ่งถ้วยจะให้พลังงานเพียง 110 กิโลแคลอรีเท่านั้น จากรีวิวของหลายคนที่ได้ลองชิมต่างชื่นชอบในเนื้อโยเกิร์ตที่มีรสเข้มข้น ไม่เปรี้ยวจัดหรือหวานจัดจนเกินไป สามารถรับประทานเป็นอาหารว่างหรืออาหารเช้าได้ค่ะ
หากคุณกำลังมองหาโยเกิร์ตที่สามารถพกพาไปดื่มได้ทุกที่ทุกเวลา แนะนำให้ลองโยเกิร์ตแบบพร้อมดื่มจาก Richesse รสธรรมชาติขวดนี้ ที่มาพร้อมคุณประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นจุลินทรีย์แลคโตบาซิลัส โปรตีนและแคลเซียมสูง อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมของวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายอีกด้วย และอีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจนั่นก็คือเป็นสูตรที่มีปริมาณไขมันต่ำเพียง 2.5 กรัมเท่านั้น
โดยสูตรนี้จะลดปริมาณการใช้น้ำตาลลงมากถึง 37% ดังนั้น ใครที่กำลังดูแลสุขภาพหรือควบคุมน้ำหนัก ก็สามารถดื่มได้ เื่องจากให้พลังงานเพียง 90 กิโลแคลอรีเท่านั้น ในส่วนของบรรจุภัณฑ์ก็มาในรูปแบบขวด ที่ช่วยให้คุณเปิด-ปิดง่าย สามารถดื่มเป็นเครื่องดื่มหรือของว่างได้ จากเสียงของคนที่ได้ลองชิมกล่าวว่าคล้ายนมเปรี้ยว แต่มีความเข้มข้นมากกว่า ไม่เปรี้ยวจัดจนฝาด ดื่มง่ายค่ะ
จุดเด่นของโยเกิร์ตรสธรรมชาติจากแดรี่โฮมนั้น อยู่ที่การผลิตแบบออร์แกนิก ซึ่งไม่ใช้สารเคมี ทำได้ได้โยเกิร์ตจากนมโคสดแท้ ๆ ได้คุณภาพ มีรสชาติเปรี้ยวและไม่หวาน อีกทั้งยังมีพลังงานต่ำและอุดมไปด้วยประโยชน์จากโปรตีน แคลเซียม และจุลินทรีย์ที่ดีต่อลำไส้ เช่น แลคโทบาซิลัส บัลแกริคัสและสเตรปโทคอกรัม เทอร์โมฟิลัส นอกจากนี้ ยังปราศจากการเติมแต่งสีและกลิ่นอีกด้วย
ในส่วนของบรรจุภัณฑ์ก็มาในรูปแบบถ้วย เพียงแค่ฉีกฝาออกก็รับประทานได้ันที อย่างไรก็ตาม โยเกิร์ตจากแบรนด์นี้อาจบูดเสียง่าย เนื่องจากผลิตวันต่อวัน ทำให้มีความสดใหม่ หากสั่งซื้อมาแล้วควรรับประทานทันที หรือถ้าหากยังไม่รับประทานแนะนำให้แช่ตู้เย็นในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 8 องศาเซลเซียส และสำหรับใครที่ไม่ชอบโยเกิร์ตรสเปรี้ยวจัด แนะนำให้เติมน้ำผึ้งเพื่อเพิ่มความหวานค่ะ
อีกหนึ่งโยเกิร์ตรสธรรมชาติสูตร Fat Free ที่มีความสดใหม่ โดยทางแบรนด์จะเลือกใช้นมโคสดปราศจากไขมันและนมผงขาดมันเนย นำมาผลิตด้วยเชื้อจุลินทรีย์แลคโทบาซิลัส บัลการิคัสและสเตรปโตคอกคัส เทอร์โมฟิลัส ซึ่งเชื้อจุลินทรีย์ทั้งสองตัวนี้มีประโยชน์ต่อลำไส้ จนได้โยเกิร์ตเนื้อเข้มข้น เนียนละเอียด โดยไม่มีการใส่สารให้ความหวานอยู่เลย
ด้วยเหตุนี้ รสชาติของโยเกิร์ตจึงมีความเปรี้ยวฝาด ไม่มีรสหวาน อีกทั้งยังเป็นสูตรปราศจากไขมัน ทำให้คนที่ควบคุมน้ำหนักหรือดูแลสุขภาพเป็นพิเศษสามารถรับประทานได้ เหมาะกับการรับประทานเป็นของว่างหรือรับประทานคู่กับกราโนลา แต่ใครที่ชอบรสหวาน แนะนำให้เติมน้ำผึ้งหรือทำเมนูโยเกิร์ตผสมน้ำผึ้งมะนาวก็ได้เช่นกัน จากเสียงคนที่ได้ลองชิมกล่าวว่าโยเกิร์ตเปรี้ยวกว่ายี่ห้ออื่น และหาซื้อยากเล็กน้อยค่ะ
ใครที่ชอบโยเกิร์ตเนื้อเนียน เข้มข้น และมีรสชาติหวานอมเปรี้ยวกลมกล่อมกำลังดี น่าจะชอบกรีกโยเกิร์ตรสธรรมชาติจาก Ambrosial กล่องนี้ค่ะ ด้วยวัตถุดิบและวิธีการผลิตที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แห่งประเทศกรีซ ทำให้นอกจากจะเป็นกรีกโยเกิร์ตที่มีโปรตีนสูงแล้ว ยังอุดมไปด้วยจุลินทรีย์แลคโทบาซิลัสที่ดีต่อระบบลำไส้ ทั้งยังมีแคลเซียมและวิตามินอีกด้วย
อีกหนึ่งจุดเด่นของโยเกิร์ตยี่ห้อนี้นั่นก็คือ เป็นโยเกิร์ตแบบกล่องพร้อมดื่ม ปริมาณ 205 กรัม เหมาะสำหรับดื่มเป็นของว่าง สามารถพกพาใส่กระเป๋าไปรับประทานได้ทุกที่ อย่างไรก็ตาม โยเกิร์ตยี่ห้อนี้มีรสหวานและแคลอรีสูงกว่ายี่ห้ออื่น ๆ อาจไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบรับประทานหวาน และไม่แนะนำให้บริโภคในปริมาณมาก เพราะมีปริมาณของน้ำตาลมากกว่ายี่ห้ออื่น ๆ ค่ะ
มาต่อกันที่โยเกิร์ตอีกตัวหนึ่งที่มีโปรตีนสูงกว่าโยเกิร์ตทั่วไปถึง 2 เท่า ให้ความเข้มข้นของรสโยเกิร์ต มีกลิ่นครีมชีสบ้างเล็กน้อย เนื่องจากส่วนผสมหลักสำคัญที่ใช้ในการผลิตโยเกิร์ตตัวนี้คือนมโค เนื้อนม และครีม ทำให้คุณได้กลิ่นของความเป็นนมที่แรงกว่าตัวอื่น ๆ ในส่วนของคุณค่าทางสารอาหารก็มีมากมาย ซึ่งนอกจากโปรตีนแล้ว ยังมีแคลเซียมและจุลินทรีย์ที่ดีต่อลำไส้ รวมถึงปราศจากเจลาตินอีกด้วย
ในส่วนของบรรจุภัณฑ์ก็มาในรูปแบบถ้วยขนาดใหญ่ ปริมาณ 500 กรัม มีฝาฟอยล์ปิดเพื่อรักษาคุณภาพ แนะนำให้แบ่งรับประทาน 5 ครั้ง โดยจะใช้รับประทานเป็นของว่างหรือทำเมนูต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นโยเกิร์ตผสมน้ำผึ้งมะนาว หรือรับประทานคู่กับกราโนลา อย่างไรก็ตาม อาจไม่เหมาะกับคนที่เพิ่งลองรับประทานโยเกิร์ต เพราะมีรสเปรี้ยวและไม่หวานจัด ทั้งยังมีกลิ่นนมแรงค่ะ
โยเกิร์ตรสธรรมชาติที่ผลิตด้วยนมพร่องมันเนย ทำให้เป็นโยเกิร์ตที่ไขมันและคอเลสเตอรอลต่ำ หลังจากนำนมโคไปผ่านกรรมวิธีพาสเจอร์ไรส์แล้ว จะนำมาเติมเชื้อจุลินทรีย์โพรไบโอติกมากกว่า 1 สายพันธุ์ เพื่อเพิ่มคุณประโยชน์ให้โยเกิร์ตมายิ่งขึ้น เป็นโยเกิร์ตชนิดคงตัวไม่เหลว ให้เนื้อสัมผัสที่แน่นและเนียนละเอียด อีกทั้งยังเป็นสูตรปราศจากน้ำตาล
นอกจากนี้ ยังมีแคลเซียมและวิตามินบี 2 สูง รวมถึงไม่มีการใส่วัตถุกันเสียหรือสารปรุงแต่งสังเคราะห์อีกด้วย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักหรือดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ในส่วนของรสชาตินั้นไม่มีความหวานอยู่เลย คนที่ไม่ชอบโยเกิร์ตที่มีรสเปรี้ยวอย่างเดียว อาจต้องเติมผลไม้ กราโนลา น้ำตาลหรือสารให้ความหวานอื่น ๆ เช่น น้ำผึ้ง เพื่อเพิ่มความอร่อยและรับประทานง่ายยิ่งขึ้นนะคะ
เห็นโยเกิร์ตหลากหลายชนิดแบบนี้ เชื่อว่าหลายคนอาจจะสงสัยว่า เราควรทานโยเกิร์ตเวลาไหนถึงจะดีต่อร่างกายมากที่สุดใช่ไหมคะ จริง ๆ แล้วคำตอบก็คือ เลือกรับประทานตามความเหมาะสมของไลฟ์สไตล์แต่ละคนค่ะ ตัวอย่างเช่น การทานโยเกิร์ตตอนเช้าหรือตอนท้องว่าง ร่างกายจะดูดซึมสารอาหารได้ดีและยังเป็นการกระตุ้นระบบขับถ่าย แก้อาการท้องผูกได้ค่ะ อีกทั้งยังเหมาะเป็นมื้อเช้าสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก เพราะสามารถเติมผลไม้หรือธัญพืชเข้าไปเพิ่มไฟเบอร์ให้รู้สึกอิ่มท้องมากขึ้นได้นั่นเอง
นอกจากนี้ การทานโยเกิร์ตหลังอาหารในช่วงกลางวันถึงเย็น จะช่วยปรับสมดุลในลำไส้ ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สุดท้ายนี้การทานโยเกิร์ตเป็นประจำนั้นจะทำให้ลำไส้ของเราได้รับการปรับสมดุลอยู่เสมอ จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ได้ด้วยอีกด้วย ดังนั้น โยเกิร์ตจึงเป็นสิ่งที่รับประทานได้ทุกที่ทุกเวลา ขึ้นอยู่กับความต้องการของตัวเราเองค่ะ
อันดับที่ 1: Meiji|โยเกิร์ตรสธรรมชาติ บัลแกเรีย
อันดับที่ 2: DUTCHIE|โยเกิร์ตรสธรรมชาติ DUTCHIE รสธรรมชาติ สูตรไขมัน 0%
อันดับที่ 3: Yolida|โยเกิร์ตรสธรรมชาติ โยลิดา สูตรไขมันต่ำ
อันดับที่ 4: DUTCHIE|โยเกิร์ตรสธรรมชาติ DUTCHIE กรีกสไตล์
อันดับที่ 5: Richesse|โยเกิร์ตรสธรรมชาติ Richesse แบบพร้อมดื่ม
คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับคำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































