10 เนยจืด ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ใช้ทำเบเกอรี่ ทำอาหาร
เนยเป็นส่วนผสมสำคัญในการประกอบอาหารหรือเบเกอรี่หลากหลายชนิด ซึ่งมักใช้ทดแทนน้ำมัน โดยทั่วไปแล้วจะนิยมใช้เนยจืดที่มีรสอ่อน เพราะสามารถควบคุมรสชาติอาหารได้ง่าย อีกทั้งกลิ่นหอมและความมันอันเป็นเอกลักษณ์ของเนยจืดนั้นจะช่วยให้อาหารหรือขนมมีรสชาติดี นุ่มนวล กลิ่นหอมและน่ารับประทานมากขึ้น
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกเนยจืดให้เหมาะสมกับการทำอาหารหรือเบเกอรี่ พร้อมคำแนะจากคุณพีรภัทร ศรีทอง เชฟเบเกอรี่ เพื่อให้คุณเลือกใช้เนยได้ง่ายและเข้าใจมากขึ้น นอกจากนี้ เรายังได้รวบรวม 10 เนยจืด จากยี่ห้อยอดนิยมในหมู่คนชอบทำอาหารและทำขนมหวาน มีความหอมมันและใช้วัตถุดิบคุณภาพมาแนะนำเพิ่มเติมด้วย

คุณอุ๊ยเป็นเจ้าของร้าน เธอ-ra-py Heartmade Bakery ร้านขนมโฮมเมดที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2016 ขายเฉพาะช่องทางออนไลน์ เน้นขนมอบสดใหม่ตามออเดอร์ ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงและออร์แกนิก ปราศจากสารเสริมคุณภาพ ในอดีตจบการศึกษาด้านจุลชีววิทยา จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ แต่ด้วยความหลงใหลในขนม คุณอุ๊ยจึงศึกษาต่อด้านการทำขนมที่ Le Cordon Bleu Dusit ฝึกฝนจนสามารถเปิดร้านของตัวเอง และยังคงเรียนเพิ่มเติมจากเชฟแชมป์โลก อีกทั้งยังศึกษาดูงานด้านขนมปังที่ไต้หวันมาอย่างสม่ำเสมอ ต่อมาในปี 2020 คุณอุ๊ยเริ่มศึกษาและทำงานด้าน Technical Sale & Marketing เกี่ยวกับเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับขนมอบ และในปี 2023 ได้ร่วมงานวิจัยกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒและทีม Coffee Innovation Research Unit พัฒนา Cascara Biscuit จากเปลือกกาแฟ เพื่อลดขยะในอุตสาหกรรมกาแฟ คุณอุ๊ยจึงมีความเชี่ยวชาญในการผสานศาสตร์ของจุลชีววิทยากับศิลปะการทำขนม ทำให้สามารถแนะนำการเลือกวัตถุดิบ กระบวนการทำขนมที่ถูกต้อง และอุปกรณ์ที่เหมาะสมได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังเข้าใจแนวโน้มและนวัตกรรมขนมในระดับสากลอีกด้วย

คุณพีทเป็นเจ้าของ Blackkat Café ร้านที่โดดเด่นด้านเครื่องดื่มและเบเกอรี่ โดยให้ความสำคัญกับวัตถุดิบคุณภาพและการสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ ที่ผสมผสานรสชาติได้อย่างลงตัว ด้วยความหลงใหลในอาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม ทำให้คุณพีทใส่ใจตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ กระบวนการทำ ไปจนถึงการตกแต่งเมนูให้มีเอกลักษณ์ และพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมจากมหาวิทยาลัยเนชั่น ยังส่งเสริมให้คุณพีทเข้าใจศาสตร์ของอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้ลูกค้า ตั้งแต่การพัฒนาเมนูตามฤดูกาล การอบเบเกอรี่สดใหม่ ไปจนถึงการจับคู่เครื่องดื่มกับขนมให้อร่อยลงตัว โดยนอกจากบริหารร้าน คุณพีทยังติดตามเทรนด์อาหาร ทดลองวัตถุดิบใหม่ ๆ และแบ่งปันความรู้ผ่านบทความด้านอาหาร เบเกอรี่ และการพัฒนาเมนูต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถนำไปต่อยอดได้อีกด้วย
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ

Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
เนยจืดคืออะไร ต่างจากเนยเค็มอย่างไร

เนย คือ ส่วนของไขมันสัตว์ที่แยกออกมาจากครีมหรือน้ำนมของสัตว์ เช่น วัว ควาย แพะ แกะ เป็นต้น ส่วนใหญ่ที่ขายในท้องตลาดจะเป็นเนยที่ผลิตมาจากน้ำนมวัว ตามประกาศของกระทรวงสาธารณะสุขประเทศไทย โดยองค์การอาหารและยาระบุว่า เนยแท้นั้นจะต้องมีปริมาณไขมันเนยไม่น้อยกว่า 80% ของน้ำหนัก และมีปริมาณของน้ำได้ไม่เกิน 16% ของน้ำหนัก ซึ่งในแต่ละประเทศก็จะมีข้อกำหนดกฎหมายที่แตกต่างกันไป โดยหากเป็นทางยุโรปจะกำหนดปริมาณไขมันเนยมากกว่า 82% ส่วนอเมริกา นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และแคนาดา จะมาตราฐานเดียวกับประเทศไทย คือที่ 80% เนยสามารถแบ่งได้กว้าง ๆ 2 ชนิด คือ เนยจืดและเนยเค็ม
- เนยจืด คือเนยที่ไม่เติมเกลือ ซึ่งมักใช้ในการทำขนม
- เนยเค็ม คือ เนยที่มีการเติมเกลือลงไป 1.5 - 2% ซึ่งเกลือจะช่วยให้เก็บรักษาเนยได้นานขึ้น
โดยรวมแล้วเนยเค็มจึงมีอายุการเก็บรักษาที่นานกว่า แต่มีปริมาณมันเนยน้อยกว่าเนยจืด นิยมใช้ทาขนมปังหรือใช้ทำอาหาร ทั้งนี้ การใช้งานเนยจืดและเนยเค็ม มีข้อแนะนำ คือ ไม่ควรใช้เนยเค็มมาทดแทนเนยจืด เนื่องจากปรับรสชาติได้ยาก แต่สามารถใช้เนยจืดแทนได้ โดยใส่เกลือเพิ่มลงไปในส่วนผสม 1 - 2% ของน้ำหนักเนยแทน
วิธีการเลือกเนยจืด
เนยเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่จะส่งผลให้กับรสชาติของอาหารหรือเบเกอรี่ที่ต้องการความหอมเนย รสสัมผัสละมุน ซึ่งเนยเองก็มีวิธีการผลิตหลายแบบ การเลือกใช้ประเภทของเนยให้เหมาะนั้น จะส่งผลให้อาหารและเบเกอรี่ที่ทำมีความอร่อยถูกปาก รสสัมผัสตามต้องการได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น
เลือกเนยจืดแท้หากต้องการทำอาหารหรือเบเกอรี่ที่มีรสชาติเนยแท้หอม มัน
สำหรับผู้ที่อยากทำอาหารคาวหรืออาหารหวานโดยเลือกใช้ส่วนผสมที่ดี มีคุณภาพ เพื่อให้อาหารที่คุณทำออกมานั้นมีรสชาติที่อร่อย หอม มัน ควรเลือกเนยจืดที่เป็นเนยแท้ เราไปดูกันว่าการเลือกเนยจืดแท้ต้องพิจารณาอะไรบ้าง
เลือกเนยจืดแท้ที่มีส่วนผสมของไขมันนมมากกว่า 80% ขึ้นไป

กรรมวิธีการผลิตเนย โดยทั่วไปแล้วทำมาจากการเอาน้ำนมดิบมาแยกครีมออก นำครีมที่ได้ไปปั่น (Churning) เพื่อให้ไขมันเกาะตัวซึ่งกันและกัน แยกน้ำออก แล้วนำไขมันไปล้าง ต่อด้วยนวดเพื่อให้ได้เนยที่เนื้อเนียน
หากต้องการทำอาหารหรือเบเกอรี่ที่เน้นความหอมมันของเนยตามธรรมชาติ การเลือกเนยจืดที่มีส่วนของไขมันเนยตั้งแต่ 80% ขึ้นไป จะเป็นเนยที่ให้รสชาติ รสสัมผัสของเนยแท้ ๆ จะมีความเนียนนุ่ม มีกลิ่นหอม มีรสมันหวานติดปลายลิ้นตามธรรมชาติ และละลายง่ายเมื่อรับประทาน ไม่รู้สึกถึงความมันเคลือบในช่องปาก ความนุ่มและรสสัมผัสความครีมมี่ก็จะมีมากกว่า ละมุนและอร่อยมากกว่าเนยที่มีไขมันเนยน้อย แต่ก็มีราคาสูงกว่าด้วย เนยประเภทนี้เหมาะกับขนมเบเกอรี่ และเพรสทรีทุกประเภท รวมถึงสามารถนำไปใช้ทำอาหารคาวได้ด้วย
หากต้องการทำขนมหรือเบเกอรี่ที่ต้องใช้ไขมันเนยสูง ๆ เช่น ครัวซองต์ พัฟ พาย จะมีเนยที่เรียกว่า Dry Butter (Pastry butter) เป็นเนยที่มีมันเนยสูงกว่าเนยปกติทั่วไป (84 - 96%) เนยชนิดนี้จะแห้งกว่าเนยปกติเพราะมีส่วนของน้ำน้อย มีความชื้นต่ำ ส่วนมากจำหน่ายในรูปแบบแผ่น
เลือกเนยจืดแท้ผลิตโดยกรรมวิธีหมัก เพื่อรสชาติที่เข้มข้น กลิ่นเนยชัด

เนยจืดแท้ที่ผ่านการหมักจะมีรสเปรี้ยวจาง ๆ ที่ปลายลิ้น มีกลิ่นหอมมาก และมีรสชาติที่นุ่มลึก เข้มข้น สามารถทานเปล่า ๆ หรือใช้ทาขนมปังและทำขนมได้ทุกประเภท โดยเฉพาะขนมประเภทที่ใช้เนยเป็นหลักจะนิยมมาก เช่น คุ้กกี้ พัฟเพรสทรี พาย ครัวซองต์ ความหอมจะโดดเด่น ขนมชุ่มฉ่ำ รสชาติอร่อยมาก แต่ราคาก็สูงด้วยเช่นกัน เนื่องจากกรรมวิธีการผลิตที่ซับซ้อนมากกว่าและใช้ระยะเวลาในการหมักบ่มทำให้ใช้เวลานานกว่ากระบวนการผลิตเนยปกติ
เนยจืดแท้ผลิตโดยกรรมวิธีหมัก สามารถใช้ได้ทั้งอาหารคาวและการทำขนม แต่ในส่วนของอาหารคาวจะมีกลิ่นของวัตถุดิบอื่น ๆ หรือเครื่องเทศที่ต้องการชูให้โดดเด่นมากกว่าจนกลบรสและกลิ่นของการหมักเนย ดังนั้น อาจไม่จำเป็นต้องใช้เนยชนิดนี้ก็ได้เพราะราคาสูงกว่าเนยแท้ชนิดอื่น ๆ จะแตกต่างจากขนมหรือการใช้เนยแบบไม่ผ่านกระบวนการความร้อนอย่างการทาบนขนมปัง การรับประทานด้วยวิธีนี้จะทำให้รับรสชาติและกลิ่นของเนยหมักได้ชัดเจนมากกว่า
เลือกเนยจืดแท้ที่ไม่ใส่สารกันบูด ปราศจากการแต่งสี แต่งกลิ่น

นอกจากนี้ เนยยังมีการแบ่งเกรดความพรีเมียมด้วยสัญลักษณ์ AOC/AOP (Appellation d’Origine Contrôlée หรือ Protected Designation of Origin) ซึ่งยี่ห้อเนยที่มีป้าย AOP คือเนยที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานควบคุมผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของประเทศฝรั่งเศส โดยมีแหล่งวัตถุดิบที่เฉพาะพื้นที่และใช้วิธีการผลิตแบบดั้งเดิม ผลิตในจำนวนไม่มาก เป็นเนยที่ได้คุณภาพสูง มีสีเหลืองนวลสวย มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ มีความหอมหวานตามธรรมชาติของหญ้าที่ให้วัวกินในแหล่งพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งทำให้ได้รสชาติที่นุ่มและหอมมากเป็นพิเศษ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีเนยที่มีสัญลักษณ์ Extra Fine / Fine โดย Extrafine คือ เนยที่ผลิตจากน้ำนมที่ไม่ผ่านการแช่แข็งมาก่อน ส่วน Fine คือ เนยที่ผลิตจากน้ำนมไม่ผ่านการแช่แข็ง 70% และนมที่ผ่านการแช่แข็ง 30% เนื่องด้วยปกติเวลาผลิตเนยในระบบอุตสาหกรรมจะเป็นการเก็บรวบรวมนมจากหลากหลายแหล่งมารวมกันและแช่งแข็งรวบรวมไว้ก่อนแล้วจึงค่อยนำไปผลิต จึงเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงความสดใหม่ของน้ำนมที่นำมาผลิต
เลือกเนยจืดแบบผสมหรือเนยเทียมสำหรับคนที่ต้องการทำอาหารหรือเบเกอรี่ในราคาย่อมเยา

สำหรับคนไหนที่เป็นมือใหม่อยากหัดลองทำขนมหรือต้องการเนยจืดไว้ทำอาหารคาวหวานในต้นทุนที่ต่ำกว่าการเลือกใช้เนยจืดแท้ การเลือกใช้เนยจืดแบบผสมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถรักษารสชาติความอร่อย ความหอมมันได้ใกล้เคียงกับเนยแท้ หรือเนยเทียมแบบปราศจากไขมันสัตว์ที่เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่แพ้นมวัวได้ โดยเนยผสม Butter Blend และ Spread Butter คือ เนยที่จะมีส่วนผสมของไขมันเนยครึ่งหนึ่งหรือมากกว่านำมาผสมกับไขมันพืช โดยมีไขมันรวมอยู่ที่ 50%- 80%
ส่วนเนยเทียม ผลิตจากครีมหรือน้ำนมที่ถูกแยกไขมันเนยนำมาผสมกับไขมันพืช (มาการีน) หรือผลิตจากไขมันพืชเพียงอย่างเดียวก็มี (เนยขาว) แต่ปริมาณไขมันรวมจะไม่ต่ำกว่า 80% และมีไขมันเนยน้อยกว่า 3% กระบวนการ คือ นำไขมันพืชมาผ่านกระบวนการไฮโดรจีเนชั่น ซึ่งเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและคุณสมบัติของน้ำมันทำให้เนยคงตัวในอุณหภูมิห้องได้ จุดหลอมละลายสูงขึ้นทำให้ไม่ละลายในอุณหภูมิห้อง ช่วยให้เกิดกลิ่นหืนได้ช้าลง และนำน้ำมันที่ผ่านกระบวนการแล้วนำไปแต่งกลิ่น แต่งสี เติมนมผงให้กลิ่น สี และรสชาติใกล้เคียงกับเนยแท้
เนยผสมหรือเนยเทียมเหมาะกับผู้ที่ต้องการอาหารและขนม ที่ต้องการรสชาติ กลิ่น รสสัมผัสที่คล้ายเนย การเก็บรักษาขนมที่ไม่ต้องอยู่ในตู้เย็นตลอดเวลา มีราคาต้นทุนการผลิตที่ย่อมเยา ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับในการเลือกใช้
ในปัจจุบันนี้หลาย ๆ แบรนด์ได้ผลิตเนยผสมหรือเนยเทียมที่มีคุณภาพได้ใกล้เคียงกับเนยแท้ มีไขมันเนยมากกว่าไขมันพืช แต่อาจยังมีข้อแตกต่างบางประการ เช่น อาจยังมีสัมผัสของน้ำมันเคลือบอยู่ในปาก และสิ่งที่แยกได้อย่างชัดเจนระหว่างเนยแท้และเนยเทียม คือ กลิ่นหอมของเนยแท้และรสชาติขนมที่เนยแท้สามารถทำได้ดีกว่าในทุกมิติ
เลือกเนยจืดแท้จากน้ำนมวัว Grass Fed สำหรับสายสุขภาพและออร์แกนิก

หากคุณเป็นผู้ที่รักและเน้นหนักเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพ การเลือกเนยสำหรับนำมาใช้ทำอาหารหรือเบเกอรี่ก็ล้วนส่งผลต่อสุขภาพด้วยทั้งนั้น เนยที่ผลิตมาจากน้ำนมวัวที่มีคุณภาพ ปราศจากสารเติมแต่งก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับการเลือกนำไปบริโภคอีกทางหนึ่ง
เนยแท้ที่ทำมาจากน้ำนมวัว Grass Fed คือเนยที่ผลิตจากน้ำนมวัวหรือครีมที่วัวกินหญ้าเพียงอย่างเดียว ไม่มีสารเร่ง ยาปฏิชีวนะ หากเป็นน้ำนมจากวัวทั่วไป อาจให้อาหารชนิดอื่น ๆ หรืออาหารสำเร็จหรือธัญพืชผสม ที่ไม่ใช่หญ้าเพียงอย่างเดียว โดยน้ำนมที่ได้จะมีคุณภาพที่ดีกว่าน้ำนมทั่วไป แต่สำหรับในส่วนของไขมันเนย จะขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิต ถ้าหากเป็นเนยที่ผลิตแบบกระบวนการ Culture Butter จะให้ไขมันเนยที่สูงกว่า กระบวนการผลิตแบบ Sweet Cream Butter
นอกจากนี้หากเป็นเนยที่ได้รับมาตราฐาน AOP รสชาติ กลิ่น สัมผัส และคุณภาพจะดีกว่าเนยทั่วไปแต่ราคาก็สูงกว่าเช่นกันหากเทียบกับเนยแท้ทั่วไป เนื่องจากทั้งคุณภาพของน้ำนมที่ได้รวมถึงกระบวนการผลิตที่แตกต่างจึงเป็นเนยที่อุดมไปด้วยคุณภาพปราศจากสารเร่งหรืออาหารสำเร็จรูปเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการบริโภคผลิตภัณฑ์คุณภาพ เนยชนิดนี้เหมาะกับการใช้งานทุกประเภท ทั้งเมนูคาวและหวาน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้ผลิตว่าต้องการคุณภาพ รสชาติ และราคาขนมแบบใด

10 เนยจืด ยี่ห้อไหนดี ใช้ทำเบเกอรี่ ทำอาหาร
สินค้า | รูปภาพ | ช่องทางซื้อสินค้า | รายละเอียด | |||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
ส่วนประกอบสำคัญ | ผลิตจากประเทศ | น้ำหนักสุทธิ | ผลิตโดยกรรมวิธีหมัก | Grass-fed | ปราศจากการแต่งกลิ่น | ปราศจากการแต่งสี | มาตรฐานฮาลาล | มาตรฐาน อย. | ||||
1 | Allowrie เนยแท้ รสจืด | ![]() | น้ำมันเนย, นมผง | ออสเตรเลีย | 200 กรัม | |||||||
2 | Elle & Vire Butter เนยแท้ รสจืด | ![]() | ครีมนมวัวพาสเจอไรซ์, จุลินทรีย์กรดแล็กติก | ฝรั่งเศส | 200 กรัม | |||||||
3 | Imperial เนยผสมรสจืด | ![]() | น้ำมันเนย, น้ำมันปาล์ม, นมผง | ฝรั่งเศส | 200 กรัม | |||||||
4 | Le Gall Butter เนยจืด | ![]() | ครีม | ฝรั่งเศส | 250 กรัม | |||||||
5 | Home Fresh เนยจืด | ![]() | ไขมันเนย, ไขมันจากครีม, น้ำนมจากครีมสด | ไทย | 1,000 กรัม | |||||||
6 | Anchor เนยจืด | ![]() | ครีมนมวัวพาสเจอไรซ์ | นิวซีแลนด์ | 227 กรัม | |||||||
7 | Westgold Butter เนยจืด Unsalted Butter | ![]() | ครีม | นิวซีแลนด์ | 250 กรัม | |||||||
8 | EMBORG เนยแท้ จืด | ![]() | ครีม, จุลินทรีย์กรดแล็กติก | เดนมาร์ก | 200 กรัม | |||||||
9 | Mealmate เนยจืด Original Pure Butter | ![]() | น้ำมันเนย | นิวซีแลนด์ | 1,000 กรัม | |||||||
10 | LURPAK เนยจืด | ![]() | นมวัว, จุลินทรีย์กรดแล็กติก | เดนมาร์ก | 200 กรัม | |||||||

| ส่วนประกอบสำคัญ | น้ำมันเนย, นมผง |
|---|---|
| ผลิตจากประเทศ | ออสเตรเลีย |
| น้ำหนักสุทธิ | 200 กรัม |
| ผลิตโดยกรรมวิธีหมัก | |
| Grass-fed | |
| ปราศจากการแต่งกลิ่น | |
| ปราศจากการแต่งสี | |
| มาตรฐานฮาลาล | |
| มาตรฐาน อย. |

| ส่วนประกอบสำคัญ | ครีมนมวัวพาสเจอไรซ์, จุลินทรีย์กรดแล็กติก |
|---|---|
| ผลิตจากประเทศ | ฝรั่งเศส |
| น้ำหนักสุทธิ | 200 กรัม |
| ผลิตโดยกรรมวิธีหมัก | |
| Grass-fed | |
| ปราศจากการแต่งกลิ่น | |
| ปราศจากการแต่งสี | |
| มาตรฐานฮาลาล | |
| มาตรฐาน อย. |
| ส่วนประกอบสำคัญ | น้ำมันเนย, น้ำมันปาล์ม, นมผง |
|---|---|
| ผลิตจากประเทศ | ฝรั่งเศส |
| น้ำหนักสุทธิ | 200 กรัม |
| ผลิตโดยกรรมวิธีหมัก | |
| Grass-fed | |
| ปราศจากการแต่งกลิ่น | |
| ปราศจากการแต่งสี | |
| มาตรฐานฮาลาล | |
| มาตรฐาน อย. |
| ส่วนประกอบสำคัญ | ครีม |
|---|---|
| ผลิตจากประเทศ | ฝรั่งเศส |
| น้ำหนักสุทธิ | 250 กรัม |
| ผลิตโดยกรรมวิธีหมัก | |
| Grass-fed | |
| ปราศจากการแต่งกลิ่น | |
| ปราศจากการแต่งสี | |
| มาตรฐานฮาลาล | |
| มาตรฐาน อย. |
| ส่วนประกอบสำคัญ | ไขมันเนย, ไขมันจากครีม, น้ำนมจากครีมสด |
|---|---|
| ผลิตจากประเทศ | ไทย |
| น้ำหนักสุทธิ | 1,000 กรัม |
| ผลิตโดยกรรมวิธีหมัก | |
| Grass-fed | |
| ปราศจากการแต่งกลิ่น | |
| ปราศจากการแต่งสี | |
| มาตรฐานฮาลาล | |
| มาตรฐาน อย. |
| ส่วนประกอบสำคัญ | ครีมนมวัวพาสเจอไรซ์ |
|---|---|
| ผลิตจากประเทศ | นิวซีแลนด์ |
| น้ำหนักสุทธิ | 227 กรัม |
| ผลิตโดยกรรมวิธีหมัก | |
| Grass-fed | |
| ปราศจากการแต่งกลิ่น | |
| ปราศจากการแต่งสี | |
| มาตรฐานฮาลาล | |
| มาตรฐาน อย. |
| ส่วนประกอบสำคัญ | ครีม |
|---|---|
| ผลิตจากประเทศ | นิวซีแลนด์ |
| น้ำหนักสุทธิ | 250 กรัม |
| ผลิตโดยกรรมวิธีหมัก | |
| Grass-fed | |
| ปราศจากการแต่งกลิ่น | |
| ปราศจากการแต่งสี | |
| มาตรฐานฮาลาล | |
| มาตรฐาน อย. |
| ส่วนประกอบสำคัญ | ครีม, จุลินทรีย์กรดแล็กติก |
|---|---|
| ผลิตจากประเทศ | เดนมาร์ก |
| น้ำหนักสุทธิ | 200 กรัม |
| ผลิตโดยกรรมวิธีหมัก | |
| Grass-fed | |
| ปราศจากการแต่งกลิ่น | |
| ปราศจากการแต่งสี | |
| มาตรฐานฮาลาล | |
| มาตรฐาน อย. |
| ส่วนประกอบสำคัญ | น้ำมันเนย |
|---|---|
| ผลิตจากประเทศ | นิวซีแลนด์ |
| น้ำหนักสุทธิ | 1,000 กรัม |
| ผลิตโดยกรรมวิธีหมัก | |
| Grass-fed | |
| ปราศจากการแต่งกลิ่น | |
| ปราศจากการแต่งสี | |
| มาตรฐานฮาลาล | |
| มาตรฐาน อย. |
| ส่วนประกอบสำคัญ | นมวัว, จุลินทรีย์กรดแล็กติก |
|---|---|
| ผลิตจากประเทศ | เดนมาร์ก |
| น้ำหนักสุทธิ | 200 กรัม |
| ผลิตโดยกรรมวิธีหมัก | |
| Grass-fed | |
| ปราศจากการแต่งกลิ่น | |
| ปราศจากการแต่งสี | |
| มาตรฐานฮาลาล | |
| มาตรฐาน อย. |
การเก็บรักษาเนยจืดให้อยู่ได้นาน

เนยเป็นผลิตภัณฑ์จากนมที่มีจุดหลอมเหลวต่ำและละลายได้ง่าย หากอุณหภูมิมากกว่า 27 องศาเซลเซียส
ขึ้นไป เนยก็เริ่มอ่อนตัวลงแล้ว ควรเก็บเนยในตู้เย็นช่องปกติหรือในที่อุณหภูมิไม่เกิน 0 - 8 องศาเซลเซียส เพื่อรักษาสภาพและคุณภาพของเนย
สำหรับเนยที่แกะห่อใช้งานแล้วนั้น ควรแร็ปเนยชั้นแรกด้วยฟิล์มถนอมอาหารให้ฟิล์มแนบสนิทกับผิวของเนย
เพื่อเป็นการป้องกันเนยดูดกลิ่นอาหารหรือกลิ่นในตู้เย็นเข้าไปทำให้เนยเสียเร็วกว่าเดิมและมีผลต่อกลิ่นและรส
เมื่อนำไปทำขนมหรืออาหาร โดยกลิ่นหืน เกิดขึ้นมาจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น เมื่อเนยสัมผัสกับออกซิเจนในอากาศ
ต่อจากนั้นควรห่อด้วยฟอยล์เพื่อป้องกันแสงที่อาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนสีของเนยและช่วยรักษาอุณหภูมิของเนยที่ต้องควบคุมอุณหภูมิอยู่ตลอด
ในกรณีที่มีเนยในตู้เย็นเป็นจำนวนมากแล้วใช้งานไม่ทัน สามารถเก็บรักษาเนยโดยนำเนยนำไปแช่ในช่องแช่แข็งได้สำหรับเนยจืดที่เก็บไว้ในช่องแช่แข็งจะสามารถอยู่ได้นาน 3 - 6 เดือน และเนยเค็มสามารถเก็บได้นาน 1 ปีนับจากวันผลิตหากเมื่อต้องการใช้งานก็นำมาใส่ในช่องแช่เย็นปกติก่อน และควรใช้ให้หมดภายในหนึ่งเดือนแต่ถ้าเนยมีกลิ่นหืนหรือรสเปลี่ยนไปไม่ควรนำมาใช้ควรทิ้งทันที นอกจากนี้หากสามารถทำได้ สำหรับเนยที่ทำขนมหวานควรแยกตู้เก็บกับอาหารคาวเพื่อป้องกันกลิ่นที่เกิดขึ้นและทำให้เนยเสียง่าย
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ



































