




น้ำมันมะกอก Extra Virgin หรือ Extra Virgin Olive Oil เป็นน้ำมันพืชชนิดหนึ่งที่ใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู โดยเฉพาะเมนูที่ไม่ต้องผ่านความร้อนสูง เช่น น้ำสลัดหรือซอสต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังจัดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อสุขภาพ ด้วยคุณสมบัติของไขมันที่เป็นไขมันดี มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูงและช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายได้
บทความนี้เราได้รวบรวมวิธีการเลือกExtra Virgin Olive Oil เบื้องต้นให้เหมาะสมกับการรับประทานและดีต่อสุขภาพ พร้อมคำแนะนำจากคุณรัชรี แสงบุดดี นักกำหนดอาหารวิชาชีพ และยังมี 10 Extra Virgin Olive Oil ยี่ห้อยอดนิยมที่สามารถกินสดหรือประกอบอาหารความร้อนต่ำได้ รวมทั้งยังมีสูตรออร์แกนิกมาแนะนำให้เลือกอีกด้วย
Top 5 น้ำมันมะกอก Extra Virgin ยอดนิยม
Clemente

มีกลิ่นหอมของผลมะกอกชัดเจน อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

คุณรัชรี แสงบุดดี เป็นนักกำหนดอาหารวิชาชีพที่มีประสบการณ์ในด้านการให้คำปรึกษาและความรู้ด้านอาหารและโภชนาการมามากกว่า 7 ปี ซึ่งเป็นประสบการณ์โดยตรงจากการทำงานในสายโรงพยาบาลและบริษัทเกี่ยวกับธุรกิจอาหาร จึงมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำด้านอาหารเพื่อการบำบัดโรค การลดน้ำหนักและเทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพเป็นพิเศษ คุณว่านชอบนำเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารและโภชนาการที่ถูกต้องเผยเเพร่ออกมาให้กับบุคคลทั่วไปให้เข้าใจได้ง่าย จึงรับงานเป็นวิทยากรให้ความรู้ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ อยู่เสมอ รวมทั้งยังมีความสนใจที่จะนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับโภชนาการที่ถูกต้องในรูปแบบอื่น ๆ ด้วย เช่น การเขียนบทความ เพราะเชื่อว่าโภชนาการนั้นเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก หากทุกคนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแล้วจะสามารถส่งเสริมให้สุขภาพของตนเองแข็งแรงได้อย่างยั่งยืน

คุณออมเป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์เขียนบทความด้านสุขภาพ อาหารเสริม และอุปกรณ์เพื่อสุขภาพมากว่า 4 ปี โดยทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ แพทย์ และเภสัชกร ทำให้มีโอกาสศึกษาข้อมูลเฉพาะทางเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพอย่างลึกซึ้ง นอกจากความสนใจในเรื่องสุขภาพแล้ว คุณออมยังหลงใหลในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ทั้งอาหาร การใช้ชีวิต และภาษาญี่ปุ่น โดยเคยเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยในจังหวัดมิเอะเป็นเวลา 1 ปี ประสบการณ์นี้ทำให้เธอได้เรียนรู้แนวคิดด้านสุขภาพของชาวญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารที่สมดุล วัฒนธรรมการดื่มชา หรือการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทำให้คุณออมสนุกกับการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับโภชนาการและการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน โดยเชื่อว่าการเลือกกินที่ดีและการปรับไลฟ์สไตล์ให้เหมาะสมเป็นสิ่งที่ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นอย่างยั่งยืน คุณออมจึงมุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อ่านสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
Extra Virgin Olive Oil เป็นน้ำมันมะกอกที่ได้มาจากวิธีการกดหรือบดในครั้งแรก ซึ่งกระบวนการนี้จะเรียกว่าการสกัดเย็น โดยไม่ผ่านความร้อน ตัวทำละลาย และสารเคมี ทำให้ยังคงมีกลิ่นมะกอกหลงเหลืออยู่ชัดเจน คงรสชาติดั้งเดิมมากที่สุด รวมทั้งจะมีสีเขียวเข้มมากกว่าน้ำมันมะกอกชนิดอื่น ๆ ด้วย
ในด้านคุณประโยชน์ที่แตกต่างจากน้ำมันมะกอกชนิดอื่น คือ จะมีปริมาณของสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่า อีกทั้งยังคงคุณค่าและสารอาหารทางโภชนาการที่มีประโยชน์ไว้มากกว่า ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระที่พบในน้ำมันมะกอกชนิดนี้มีฤทธิ์ช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ
อย่างไรก็ตาม Extra Virgin Olive Oil เป็นน้ำมันมะกอกที่มีจุดเกิดควันที่ค่อนข้างต่ำ จึงไม่นิยมนำมาใช้ประกอบอาหารที่ต้องผ่านความร้อนสูง เพราะหากนำมาใช้อาจจะสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการของน้ำมัน และสามารถก่อให้เกิดสารก่อมะเร็งขึ้นมาได้ จึงเหมาะกับการประกอบอาหารที่ไม่ต้องผ่านความร้อน เพื่อคงคุณค่าทางโภชนาการไว้ เช่น การทำน้ำสลัด น้ำซอสต่าง ๆ หยดในซุปหรือทานคู่กับขนมปัง และยังสามารถกินแบบสด ๆ โดยไม่ต้องรับประทานร่วมกับอาหารชนิดอื่นได้เช่นเดียวกัน แต่ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อการได้รับพลังงานจากไขมันมากจนเกินไป
ก่อนการตัดสินใจซื้อน้ำมันมะกอก เราขอแนะนำให้ทุกคนตรวจสอบองค์ประกอบสำคัญเพื่อนำไปพิจารณาก่อนการเลือกซื้อน้ำมันมะกอกทุกครั้ง เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานและดีต่อสุขภาพมากที่สุด
เนื่องจากน้ำมันมะกอก Extra Virgin จะผ่านกระบวนการผลิตที่ไม่ผ่านความร้อน ตัวทำละลายหรือสารเคมีต่าง ๆ จึงยังคงคุณค่าทางโภชนาการและสารต้านอนุมูลอิสระไว้สูงมาก ทำให้ในการผลิตน้ำมันมะกอก Extra Virgin บางยี่ห้อมีการเติมสารอนุมูลอิสระลงไปเพื่อช่วยป้องกันน้ำมันเหม็นหืน เช่น วิตามินอี เพราะน้ำมันมะกอก Extra Virgin มีความบริสุทธิ์สูงจึงเกิดปฏิกิริยาต่อแสงและอากาศ เหม็นหืนได้ง่าย แต่สารอนุมูลอิสระเหล่านี้ไม่มีอันตรายกับร่างกาย
ทั้งนี้ จุดที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม คือ บางยี่ห้ออาจมีการเติมสารแต่งสีสังเคราะห์ต่าง ๆ ด้วยความที่น้ำมันมะกอกชนิดนี้จะต้องมีสีเขียวเข้มของน้ำมันมะกอก จึงอาจจะมีการปลอมปนในน้ำมันมะกอกโดยการเติมสีให้ใกล้เคียง นอกจากนี้ ยังอาจมีการเจือจางด้วยน้ำมันมะกอกเกรดต่ำ หรือน้ำมันพืชอื่น ๆ เช่น น้ำมันถั่วเหลืองหรือน้ำมันคาโนล่า ซึ่งอาจทำให้ไม่ได้รับคุณประโยชน์ของน้ำมันมะกอก Extra Virgin ตามจุดประสงค์ที่ต้องการใช้งานได้
ดังนั้น ขอแนะนำให้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและได้รับการรับรองจากมาตรฐาน เช่น อย. รวมทั้งเลือกยี่ห้อที่ระบุว่าเป็นน้ำมันมะกอกสกัดเย็นบริสุทธิ์แท้ ไม่มีการฟอกสีของน้ำมันหรือเติมสีเพิ่มใด ๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ถ้าเป็นแบรนด์ที่มีมาตรฐานก็จะมั่นใจได้ในระดับนึงอยู่แล้ว
นอกจากนี้ ยังอาจจะเลือกน้ำมันมะกอก Extra Virgin ที่ไม่ใช้มะกอกที่ผ่านการดัดแปลงทางพันธุกรรมหรือ GMOs เนื่องจากการดัดแปลงทางพันธุกรรมของพืชอาจทำให้เราได้รับคุณค่าทางโภชนาการที่แตกต่างไปจากเดิม หรือเป็นไปได้ว่าสารที่มีคุณประโยชน์ต่าง ๆ จากน้ำมันมะกอกชนิดนี้ อย่างเช่น สารต้านอนุมูลอิสระ อาจจะลดน้อยลงได้

ในปัจจุบันอาจจะมีน้ำมันมะกอกที่ผลิตจากผลมะกอก GMOs ซึ่งหากเป็นพืชที่มีการดัดแปลงพันธุกรรมเช่นนี้ อาจจะส่งผลต่อประสิทธิภาพทางด้านการต้านอนุมูลอิสระของน้ำมันมะกอกชนิดนี้น้อยลงได้ อีกทั้งพืชที่ผ่านการ GMOs นั้นก็ยังไม่ได้ถูกการรับรองว่าปลอดภัย 100 % สำหรับทุกวัยด้วย หากเป็นไปได้แนะนำให้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมายการรับรองว่าเป็น Non - GMO จะดีที่สุด
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการรับประทานน้ำมันมะกอก Extra Virgin เป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ต้องการทานแบบเดี่ยว ๆ หรือใส่สลัด อาจจะพิจารณาแหล่งผลิตของผลิตภัณฑ์ หรือสายพันธุ์ของมะกอกประกอบในการเลือกซื้อด้วย เพราะน้ำมันมะกอกที่มาจากแต่ละประเทศจะแตกต่างกันทั้งด้านรสชาติ กลิ่น และสี เนื่องด้วยความแตกต่างทางสายพันธุ์
สำหรับน้ำมันมะกอกจากประเทศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจะเป็นน้ำมันมะกอกจากประเทศสเปน รองลงมาคือประเทศอิตาลี โปรตุเกส และกรีซ ตามลำดับ เนื่องจากประเทศสเปนเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันมะกอกรายใหญ่ที่สุดในโลก และยังได้รับการรางวัลน้ำมันมะกอกที่ดีมากที่สุด ซึ่งน้ำมันมะกอกจากสเปนจะโดดเด่นตรงที่ให้รสสัมผัสเข้มข้นและมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์
อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงในด้านคุณค่าทางโภชนาการส่วนใหญ่จะอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน น้ำมันมะกอก Extra Virgin ของแต่ละประเทศไม่ได้แตกต่างกันมาก กล่าวคือ ยังคงอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (MUFA) สูงที่มีบทบาทช่วยลดคอเลสเตอรอลในร่างกายและป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจได้
หากน้ำมันมะกอกแบบ Extra Virgin บรรจุวัสดุอื่น ๆ เช่น พลาสติก อาจจะส่งผลให้น้ำมันมะกอกเสื่อมคุณภาพ อีกทั้งสารต้านอนุมูลอิสระที่จะได้รับจากน้ำมันมะกอกอาจลดน้อยลงได้ เพราะพลาสติกเป็นวัสดุที่น้ำมันมะกอกมีโอกาสเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันได้สูง เนื่องจากมีความเสี่ยงที่อากาศจะแพร่ผ่านบรรจุภัณฑ์ อีกทั้งแสงยังสามารถที่จะลอดเข้าไปและทำปฏิกิริยาออกซิเดชันได้อีกด้วย

ควรเลือกซื้อน้ำมันมะกอกที่มีปริมาณไม่เยอะจนเกินไปสำหรับการใช้งาน เพื่อที่หลังจากเปิดฝาขวดแล้วจะได้ใช้ให้หมดเร็วที่สุด เพราะเมื่อเปิดฝาใช้งานแล้ว ก๊าซออกซิเจนจะไหลเข้าไปในขวดและเร่งให้น้ำมันมะกอกเกิดการเสื่อมสภาพเร็วหรือเกิดการเหม็นหืนได้
การเลือกน้ำมันมะกอกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานที่น่าเชื่อถือนั้นจะช่วยให้เราได้รับคุณประโยชน์จากน้ำมันมะกอก Extra Virgin คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป เพราะน้ำมันมะกอกชนิดนี้จะมีราคาที่สูงมากกว่าชนิดอื่นและมั่นใจได้ว่าน้ำมันมะกอกมีความปลอดภัยสูง ได้มาตรฐาน ไม่มีการปลอมปน และมีความบริสุทธื์ 100%
โดยน้ำมันมะกอก Extra Virgin ที่ดีนั้นควรได้รับการรับรองหรือผ่านมาตรฐานของ International Olive Council (IOC) หรือสภาน้ำมันมะกอกนานาชาติ ซึ่งมีมาตรฐานสากลที่จะตรวจสอบทางประสาทสัมผัส (รสชาติและกลิ่น) และการทดสอบทางเคมีเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์
นอกจากนี้ มาตรฐานที่เห็นบ่อย ๆ อีกมาตรฐานหนึ่งก็คือ มาตรฐาน California Olive Oil Council (COOC) ที่มีการทดสอบทางประสาทสัมผัสเบื้องต้นและทดสอบทางเคมีเช่นเดียวกัน อีกทั้งในประเทศไทยเอง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ก็มีการตรวจสอบและกำหนดคุณภาพของน้ำมันมะกอก ที่จำหน่ายในไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อให้ควบคู่ไปด้วยกันอีกด้วย
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | รายละเอียด | |||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
ปริมาณบรรจุ | มาตรฐานรับรอง | บรรจุภัณฑ์สีทึบ | ออร์แกนิก | Non - GMO | |||||
1 | RAWGANIQ Organic Extra Virgin Olive Oil | ![]() | ผลิตจากผลมะกอกออร์แกนิค ผ่านมาตรฐานจาก USDA และ EU | 275 มล. | USDA, อย., BSI, CE-OS | ||||
2 | Borges Extra Virgin Olive Oil | ![]() | น้ำมันมะกอกออร์แกนิกสกัดเย็น มีสมดุลระหว่างโน้ตผลไม้ | 250 มล. | USDA Organic, Non-GMO Project, ISO14001, Kosher | ||||
3 | Clemente Italian Extra Virgin Olive Oil (Cold Pressed) | ![]() | มีกลิ่นหอมของผลมะกอกชัดเจน อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ | 500 มล. | ไม่ระบุ | ไม่ระบุ | ไม่ระบุ | ||
4 | Bertolli Extra Virgin Olive Oil | ![]() | มีสารต้านอนุมูลอิสระ รับประทานสดหรือนำไปผ่านความร้อนได้ | 500 มล. | อย. | ไม่ระบุ | |||
5 | Fiordelisi Extra Virgin Olive Oil | ![]() | สกัดด้วยวิธีดั้งเดิมโดยไม่ผ่านความร้อน มีสารต้านอนุมูลอิสระ | 3,000 มล. | ไม่ระบุ | ไม่ระบุ | ไม่ระบุ | ||
6 | Ybarra Extra Virgin Olive Oil | ![]() | น้ำมันสีเหลืองทอง กลิ่นหอมมะกอกอย่างเด่นชัด วิตามินอีสูง | 500 มล. | อย. | ไม่ระบุ | |||
7 | La Rambla Extra Virgin Olive Oil | ![]() | ผสมผสานมะกอก 4 สายพันธุ์ ฝาขวดช่วยป้องกันอากาศเข้าได้ | 250 มล. | อย. | ไม่ระบุ | |||
8 | Planeta Olive Oil Extra Virgin from Sicily | ![]() | ใช้มะกอกหลายสายพันธุ์ ผ่านกระบวนการสกัดเย็นต่อเนื่อง | 500 มล. | IGP Sicilia | ไม่ระบุ | |||
9 | Cere Extra Virgin Olive Oil | ![]() | ใช้มะกอกสุก โดยวิธีแบบดั้งเดิม ในอุณหภูมิไม่เกิน 30 องศา | 5,000 มล. | ไม่ระบุ | ไม่ระบุ | ไม่ระบุ | ||
10 | ROMULO Extra Virgin Olive Oil - Organic | ![]() | ผลิตด้วยกรรมวิธีสกัดเย็นจากวัตถุดิบธรรมชาติออร์แกนิค 100% | 500 มล. | Kosher Dietary Law, อย. | ||||
| ปริมาณบรรจุ | 275 มล. |
|---|---|
| มาตรฐานรับรอง | USDA, อย., BSI, CE-OS |
| บรรจุภัณฑ์สีทึบ | |
| ออร์แกนิก | |
| Non - GMO |
| ปริมาณบรรจุ | 250 มล. |
|---|---|
| มาตรฐานรับรอง | USDA Organic, Non-GMO Project, ISO14001, Kosher |
| บรรจุภัณฑ์สีทึบ | |
| ออร์แกนิก | |
| Non - GMO |
| ปริมาณบรรจุ | 500 มล. |
|---|---|
| มาตรฐานรับรอง | ไม่ระบุ |
| บรรจุภัณฑ์สีทึบ | |
| ออร์แกนิก | ไม่ระบุ |
| Non - GMO | ไม่ระบุ |
| ปริมาณบรรจุ | 500 มล. |
|---|---|
| มาตรฐานรับรอง | อย. |
| บรรจุภัณฑ์สีทึบ | |
| ออร์แกนิก | |
| Non - GMO | ไม่ระบุ |
| ปริมาณบรรจุ | 3,000 มล. |
|---|---|
| มาตรฐานรับรอง | ไม่ระบุ |
| บรรจุภัณฑ์สีทึบ | |
| ออร์แกนิก | ไม่ระบุ |
| Non - GMO | ไม่ระบุ |
| ปริมาณบรรจุ | 500 มล. |
|---|---|
| มาตรฐานรับรอง | อย. |
| บรรจุภัณฑ์สีทึบ | |
| ออร์แกนิก | |
| Non - GMO | ไม่ระบุ |
| ปริมาณบรรจุ | 250 มล. |
|---|---|
| มาตรฐานรับรอง | อย. |
| บรรจุภัณฑ์สีทึบ | |
| ออร์แกนิก | |
| Non - GMO | ไม่ระบุ |
| ปริมาณบรรจุ | 500 มล. |
|---|---|
| มาตรฐานรับรอง | IGP Sicilia |
| บรรจุภัณฑ์สีทึบ | |
| ออร์แกนิก | |
| Non - GMO | ไม่ระบุ |
| ปริมาณบรรจุ | 5,000 มล. |
|---|---|
| มาตรฐานรับรอง | ไม่ระบุ |
| บรรจุภัณฑ์สีทึบ | |
| ออร์แกนิก | ไม่ระบุ |
| Non - GMO | ไม่ระบุ |
| ปริมาณบรรจุ | 500 มล. |
|---|---|
| มาตรฐานรับรอง | Kosher Dietary Law, อย. |
| บรรจุภัณฑ์สีทึบ | |
| ออร์แกนิก | |
| Non - GMO |
เรายังมีบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเพื่อสุขภาพประเภทต่าง ๆ ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีวิธีการเลือกซื้อที่แตกต่างกันออกไป โดยสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความด้านล่างนี้
อันดับที่ 1: RAWGANIQ|Organic Extra Virgin Olive Oil
อันดับที่ 2: Borges |Extra Virgin Olive Oil
อันดับที่ 3: Clemente |Italian Extra Virgin Olive Oil (Cold Pressed)
อันดับที่ 4: Bertolli |Extra Virgin Olive Oil
อันดับที่ 5: Fiordelisi |Extra Virgin Olive Oil
คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับคำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































