10 น้ำมันคีโต ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ดีต่อสุขภาพ
ในปัจจุบันมีน้ำมันเพื่อสุขภาพออกมาจำหน่ายหลายประเภทเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยประเภทของน้ำมันที่กำลังอยู่ในเทรนด์ขณะนี้นั่นก็คือ น้ำมันคีโต ซึ่งเป็นน้ำมันที่ใช้ในการปรุงอาหารของผู้ที่ทานคีโตเจนิคไดเอท โดยการดูแลสุขภาพแบบคีโตเจนิคไดเอทจะเน้นทานอาหารประเภทไขมันดีในปริมาณที่มากขึ้น เพื่อให้ร่างกายนำไขมันที่รับประทานเข้าไปมาใช้ในการเผาผลาญ
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกน้ำมันคีโตเบื้องต้นมาฝากกัน พร้อมคำแนะนำจากนักกำหนดอาหาร และยังมี 10 น้ำมันคีโต จากหลายแบรนด์ เช่น BERTOILLI, คิง, หยกที่เหมาะกับคนลดน้ำหนักแบบคีโตเจนิคไดเอทโดยเฉพาะมาให้คุณได้ลองพิจารณากันด้วย เพราะหากคุณเลือกน้ำมันคีโตที่มีความน่าเชื่อถือ การไดเอทก็จะยิ่งได้ประสิทธิภาพโดยไม่ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพได้อย่างแน่นอน

คุณรัชรี แสงบุดดี เป็นนักกำหนดอาหารวิชาชีพที่มีประสบการณ์ในด้านการให้คำปรึกษาและความรู้ด้านอาหารและโภชนาการมามากกว่า 7 ปี ซึ่งเป็นประสบการณ์โดยตรงจากการทำงานในสายโรงพยาบาลและบริษัทเกี่ยวกับธุรกิจอาหาร จึงมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำด้านอาหารเพื่อการบำบัดโรค การลดน้ำหนักและเทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพเป็นพิเศษ คุณว่านชอบนำเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารและโภชนาการที่ถูกต้องเผยเเพร่ออกมาให้กับบุคคลทั่วไปให้เข้าใจได้ง่าย จึงรับงานเป็นวิทยากรให้ความรู้ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ อยู่เสมอ รวมทั้งยังมีความสนใจที่จะนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับโภชนาการที่ถูกต้องในรูปแบบอื่น ๆ ด้วย เช่น การเขียนบทความ เพราะเชื่อว่าโภชนาการนั้นเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก หากทุกคนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแล้วจะสามารถส่งเสริมให้สุขภาพของตนเองแข็งแรงได้อย่างยั่งยืน

คุณนิวเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ที่โรงเรียนประจำอำเภอในภาคอีสาน แต่มีความหลงใหลในการทำอาหารตั้งแต่วัยเด็ก เนื่องจากเติบโตมาในครอบครัวที่เคยเปิดร้านอาหาร ทำให้มีความชำนาญด้านการเลือกวัตถุดิบ การใช้เครื่องปรุง และการสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ ที่ลงตัว ด้วยความรักในอาหารและการแบ่งปันความรู้ คุณนิวจึงเริ่มเขียนบทความเกี่ยวกับเคล็ดลับการทำอาหาร เทคนิคการเลือกวัตถุดิบ และการใช้อุปกรณ์ครัวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นถ่ายทอดจากประสบการณ์จริง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น ซึ่งนอกจากความอร่อยแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการทำอาหารที่สะดวกและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เพื่อให้ทุกคนสนุกกับการทำอาหารได้อย่างเต็มที่
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
น้ำมันคีโตมีอะไรบ้าง และเหมาะกับใคร

ไขมันที่ควรเลือกคือ กลุ่มไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated fatty acid : MUFA) จำพวกน้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนล่า น้ำมันรำข้าว น้ำมันอะโวคาโด และกลุ่มไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsatutated fatty acid : PUFA) เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันทานตะวัน น้ำมันงา เพราะไขมันกลุ่มนี้มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้มากกว่ากลุ่มไขมันอิ่มตัว อย่างน้ำมันหมู น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว เนย หรือไขมันจากสัตว์
น้ำมันคีโตนั้นเหมาะทั้งกับชาวคีโตและผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ โดยมีรายละเอียดดังนี้
・ชาวคีโต สามารถที่จะเลือกใช้กลุ่มน้ำมันที่ประกอบไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวได้เลย เพราะสัดส่วนของไขมันอิ่มตัวจะน้อย นอกจากการควบคุมอาหารแบบคีโตจะช่วยลดน้ำหนักแล้ว ก็ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาวได้
・ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ สามารถที่จะเลือกใช้กลุ่มน้ำมันเดียวกับชาวคีโตได้เช่นเดียวกัน เพราะส่วนใหญ่แล้วกลุ่มน้ำมันจำพวกนี้จะไม่มีไขมันทรานส์ และยังเป็นกลุ่มไขมันที่จะช่วยส่งเสริมสุขภาพ ไม่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคกลุ่มไม่ติดต่อเรื้อรัง (์NCDs) อยู่ก่อนแล้ว เช่น โรคเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง ในเชิงการแพทย์จะไม่แนะนำให้รับประทานอาหารแบบคีโต เนื่องจากต้องมีการรับประทานยาเป็นประจำ อีกทั้งการกินคีโตต้องควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัดและมีสัดส่วนไขมันที่เยอะ ทำให้มีผลต่อการออกฤทธิ์ยา หากจะกินแนะนำให้ตรวจสุขภาพก่อน เพื่อเช็กความพร้อมของร่างกาย ซึ่งหากพบความเสี่ยงอย่างความดัน ไขมันในเลือดสูง อาจจะหลีกเลี่ยงการกินคีโต เพราะอาจจะไปกระตุ้นให้เกิดอาการดังกล่าวมากขึ้นได้
วิธีการเลือกน้ำมันคีโต
สิ่งสำคัญในการทำอาหารสำหรับชาวคีโตคือ จะต้องพิถีพิถันเลือกวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงอาหาร รวมไปถึงเครื่องปรุงรสและปริมาณที่ต้องบริโภคในแต่ละมื้อ โดยเฉพาะน้ำมันคีโตนั้นจำเป็นจะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ดังนั้น เราจึงได้นำวิธีการเลือกน้ำมันคีโตที่น่าสนใจมาให้ได้ลองประกอบการตัดสินใจกันค่ะ
เลือกน้ำมันที่เหมาะกับคนลดน้ำหนักแบบคีโตเจนิคไดเอทโดยเฉพาะ
สำหรับชาวคีโต การเลือกน้ำมันจะต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ เพราะไขมันจากน้ำมันถือเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญ และจำเป็นต้องได้รับในสัดส่วนที่มาก จึงควรเลือกโดยพิจารณาตามหลักการดังต่อไปนี้
เน้นน้ำมันประเภทไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว หรือไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน

ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว คือ ไขมันที่มีโมเลกุลพันธะคู่อยู่ตำแหน่งเดียว โดยบทบาทของไขมันชนิดนี้จะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี และลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง พบได้ในกลุ่มน้ำมันดังต่อไปนี้
・น้ำมันมะกอก
・น้ำมันคาโนล่า
・น้ำมันรำข้าว
・น้ำมันอะโวคาโด
ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน คือ ไขมันที่มีโมเลกุลพันธะคู่อยู่หลายตำแหน่ง ซึ่งไขมันชนิดนี้จะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี และลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองได้เช่นเดียวกับไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว นอกจากนี้ ยังมีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ได้แก่ โอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 พบได้มากในน้ำมันดังนี้
・น้ำมันถั่วเหลือง
・น้ำมันงา
・น้ำมันทานตะวัน
・น้ำมันดอกคำฝอย
กลุ่มไขมันไม่อิ่มตัวทั้ง 2 ชนิดนี้ถือว่าเป็นทางเลือกในการเลือกนำมาประกอบอาหาร เพราะชาวคีโตต้องบริโภคสัดส่วนไขมันปริมาณมากต่อวัน การเลือกน้ำมันที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพมากกว่าเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคก็จะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเรามากกว่า สำหรับสัดส่วนการบริโภคคีโตที่แนะนำ ได้แก่ ไขมันที่เป็นไขมันดี 70% ขึ้นไป, โปรตีน 20 - 30% และคาร์โบไฮเดรต 5 - 10% ค่ะ
ลองน้ำมัน MCT Oil สำหรับคนที่ต้องการเร่งการเผาผลาญ ลดไขมัน

MCT Oil (Medium Chain Triglyceride) เป็นกรดไขมันอิ่มตัวสายกลาง ซึ่งเป็นหนึ่งในกรดไขมันชนิดหนึ่ง ด้วยความยาวที่น้อย ทำให้ MCT Oil มีความสามารถในการดูดซึมได้เร็วกว่า ซึ่งจะไม่เกิดการสะสมในร่างกาย จึงจะเห็นว่ากรดไขมันชนิดนี้จะใช้กับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการย่อยและดูดซึม โดย MCT Oil สามารถสกัดมาจากน้ำมันที่มีองค์ประกอบของกรดไขมันชนิดนี้สูง ๆ ส่วนใหญ่แล้วจะถูกสกัดมาจากน้ำมันมะพร้าว เนื่องมาจากมีกรดไขมัน MCT สูงที่สุด เมื่อเทียบกับน้ำมันชนิดอื่น ๆ
คุณสมบัติของ MCT Oil ในด้านการช่วยลดน้ำหนัก ได้แก่
・มีส่วนช่วยให้อิ่มไว เนื่องจากมีผลต่อการควบคุมฮอร์โมนความหิว ทำให้ฮอร์โมนความหิวลดลง จึงส่งผลให้กินได้น้อย อิ่มนานมากขึ้น
・ช่วยเร่งขบวนการคีโตซิสในผู้ที่กำลังควบคุมอาหารแบบคีโต เนื่องจากมีกรดคาไพรลิกที่ช่วยเร่งปฏิกิริยาการเผาผลาญไขมันให้กลายเป็นกรดคีโตนได้เร็วมากขึ้น
・สามารถดูดซึมเข้าสู่ตับได้โดยตรง โดยไม่ต้องการน้ำย่อยสำหรับไขมันหรือไลเปส ทำให้สามารถที่จะนำไปใช้เป็นพลังงานได้รวดเร็ว ไม่เกิดไขมันส่วนเกิน
MCT Oil เหมาะทั้งกับกลุ่มคนลดน้ำหนัก คนที่ดูแลสุขภาพ และคนที่เป็นโรค NCDs ในส่วนของวิธีการกิน MCT Oil เพื่อให้ได้ทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยต่อร่างกาย คือ ค่อย ๆ เริ่มกินในปริมาณน้อย ๆ เนื่องจากในช่วงแรกสำหรับคนที่ไม่เคยกินอาจจะมีผลทำให้ท้องเสียได้ และไม่ควรบริโภคเกินวันละ 2 ช้อนโต๊ะต่อวัน เพราะอาจจะส่งผลต่อระดับฮอร์โมนความหิวและกระตุ้นให้หิวมากกว่าเดิมได้
เลือกน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันอะโวคาโด สำหรับคนชอบทานสลัด

น้ำมันมะกอกเป็นน้ำมันที่จัดได้ว่ามีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (MUFA) สูง ซึ่งแน่นอนว่า สำหรับชาวคีโตน้ำมันมะกอกเป็นกรดไขมันที่ดี หากรับประทานในระยะยาวก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ อีกทั้งน้ำมันมะกอกก็ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สูง ซึ่งก็มีส่วนช่วยในเรื่องการชะลอวัยอีกด้วย แต่เนื่องจากน้ำมันมะกอกมีวิตามินอีสูง ถ้าบริโภคมากเกินไปอาจจะไปเร่งการสูบฉีดเลือดได้ จึงไม่เหมาะกับคนที่จะต้องผ่าตัดภายใน 2 สัปดาห์ เพราะจะทำให้เลือดไหลไม่หยุด
ส่วนน้ำมันอะโวคาโดเป็นน้ำมันที่ได้มาจากการสกัดเย็นของอะโวคาโด ซึ่งอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (MUFA) โอเมก้า 9 และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีส่วนช่วยในเรื่องการดูแลหัวใจและหลอดเลือด ก็จะเหมาะสมกับชาวคีโตที่ต้องรับประทานปริมาณไขมันในสัดส่วนที่เยอะ ทั้งนี้ สำหรับบางคนอาจจะแพ้ยางจากอะโวคาโด ทั้งจากส่วนของน้ำมันและลูกอะโวคาโดได้ จึงควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจก่อนตัดสินใจรับประทาน
เลือกน้ำมันคีโตที่สกัดจากธรรมชาติ ไม่มีสารเติมแต่ง

นอกจากนี้ ชาวคีโตควรหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์ ซึ่งสามารถพบได้จากมาการีน เนยขาว ครีมเทียม ที่มักจะนำมาประกอบอาหารประเภทเบเกอรี่ เช่น คุกกี้ โดนัท เค้ก พาย อาหารฟาสต์ฟู้ดต่าง ๆ ส่วนเหตุผลที่ไขมันทรานส์อันตรายต่อชาวคีโตนั้น เนื่องจากหากบริโภคกลุ่มไขมันนี้เยอะมากจนเกินไป จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดได้มากขึ้นกว่าเดิม
ในกรณีที่ชาวคีโตต้องการบริโภคเนยหรือครีมเทียม แนะนำให้เลือกซื้อเนยคีโตที่มีส่วนประกอบของไขมันจากนม 80% ขึ้นไป ส่วนครีมเทียมนั้น ให้เลือกใช้นมจากถั่วเปลือกแข็งมาทดแทน และสำหรับมาการีน ไม่แนะนำในกลุ่มผู้กินอาหารแบบคีโตเจนิคไดเอทค่ะ
เลือกน้ำมันคีโต สำหรับสายกินคลีนหรือคนรักสุขภาพ แต่ไม่ได้ลดน้ำหนัก
สำหรับกลุ่มผู้กินคลีนหรือคนรักสุขภาพทั่วไปที่ไม่ได้มุ่งเน้นในเรื่องของการลดน้ำหนักก็สามารถเลือกซื้อน้ำมันคีโตมารับประทานได้เช่นกัน โดยมีหลักการเลือกง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ
เลือกน้ำมันคีโตที่ปรุงอาหารได้หลายเมนู

สำหรับคนที่กินคลีน หรือต้องการดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ สามารถที่จะเลือกประเภทน้ำมันมาใช้ได้เหมือนกับชาวคีโตเลยค่ะ แต่อาจจะต้องเลือกใช้น้ำมันให้ถูกประเภทกับการประกอบอาหาร เพื่อให้ได้คุณประโยชน์ที่เต็มที่มากขึ้น แต่สำหรับ MCT Oil นั้น คนที่ไม่ได้ต้องการลดน้ำหนักอาจจะไม่จำเป็นต้องนำมาใช้ในการบริโภคประจำ เนื่องจากการได้รับน้ำมันจากการรับประทานอาหารชนิดอื่น ๆ เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง หรือน้ำมันทานตะวัน ก็เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว
หลีกเลี่ยงน้ำมันที่มีไขมันทรานส์

นอกจากชาวคีโตที่ต้องหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์แล้ว กลุ่มคนทั่วไปที่ใส่ใจในเรื่องของสุขภาพก็ควรหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์เช่นเดียวกัน เพราะเป็นไขมันที่เกิดจากกระบวนการอุตสาหกรรม เกิดจากการปรับโครงสร้างของน้ำมัน โดยการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partially Hydrogenated Oil) เพื่อให้น้ำมันสามารถที่จะแข็งตัวในอุณหภูมิห้องอยู่ได้นานมากขึ้น ไม่มีกลิ่นเหม็นหืน แต่หากบริโภคไขมันกลุ่มนี้มากเกินไปก็อาจก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาได้ เช่น โรคหลอดเลือด โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด รวมถึงเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้อีกด้วย
อย่าลืมตรวจสอบวิธีการใช้งานของน้ำมันคีโต

น้ำมันแต่ละประเภทมีจุดเกิดควันที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่องค์ประกอบของกรดไขมันในแต่ละน้ำมัน ซึ่งจุดเกิดควัน (Smoke Point) คือระดับอุณหภูมิหนึ่งที่น้ำมันชนิดนั้นจะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นควันขึ้นมา ซึ่งน้ำมันที่มีจุดเกิดควันสูงจะปลอดภัยต่อสุขภาพมากกว่าน้ำมันที่มีจุดเกิดควันต่ำ เนื่องจากจะลดความเสี่ยงต่อการได้รับสารก่อมะเร็งจากควันน้ำมันที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นแล้วการเลือกประเภทน้ำมันมาปรุงประกอบอาหารให้สัมพันธ์กับจุดเกิดควัน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งได้
・น้ำมันที่เหมาะกับการทอดอุณหภูมิสูง ได้แก่ น้ำมันรำข้าว, น้ำมันอะโวคาโด
・น้ำมันที่เหมาะกับการผัด ได้แก่ น้ำมันถั่วเหลือง, น้ำมันคาโนล่า, น้ำมันทานตะวัน, น้ำมันดอกคำฝอย, น้ำมันมะกอก Light Olive Oil หรือ Refined Olive Oil
・น้ำมันที่ไม่เหมาะกับการผ่านความร้อน ได้แก่ น้ำมันงา, น้ำมันมะกอก Extra virgin
10 น้ำมันคีโต ยี่ห้อไหนดี ดีต่อสุขภาพ
| สินค้า | รูปภาพ | ช่องทางซื้อสินค้า | ความนิยม | |
|---|---|---|---|---|
1 | น้ำมันคีโต น้ำมันมะกอก Extra Virgin BERTOLLI | ![]() | No.1 | |
2 | น้ำมันคีโต น้ำมันถั่วเหลืองธรรมชาติ Plearn(เพลิน) | ![]() | No.2 | |
3 | น้ำมันคีโต Extra Virgin Olive Oil La Rambla | ![]() | No.3 | |
4 | น้ำมันคีโต น้ำมันรำข้าว 8,000 PPM KING | ![]() | No.4 | |
5 | น้ำมันคีโต น้ำมันมะกอก Extra Virgin Romulo | ![]() | No.5 | |
6 | น้ำมันคีโต Extra Light Tasting Olive Oil Bertolli | ![]() | No.6 | |
7 | น้ำมันคีโต น้ำมันคาโนล่า Naturel | ![]() | No.7 | |
8 | น้ำมันคีโต Sesame Oil Cold Pressed Lemon Farm | ![]() | No.8 | |
9 | น้ำมันคีโต EXTRA VIRGIN YBARRA | ![]() | No.9 | |
10 | น้ำมันคีโต น้ำมันอะโวคาโด Agrilife | ![]() | No.10 |

สำหรับชาวคีโตที่จำเป็นต้องรับประทานไขมันให้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด น้ำมันที่มีคุณภาพและคุณประโยชน์เป็นสิ่งจำเป็น โดยหนึ่งในน้ำมันที่หลายคนเลือกรับประทานก็คือน้ำมันมะกอก โดย Bertolli เป็นแบรนด์ยอดนิยมที่ไม่ว่าจะร้านอาหารหรือครอบครัวทั่วไปต่างเลือกใช้เพราะผลิตขึ้นมาอย่างมีมาตรฐาน มีคุณประโยชน์สูง และที่สำคัญคือไม่มีไขมันทรานส์แน่นอนค่ะ
โดยในสูตร Extra Virgin นี้เอง เป็นน้ำมันมะกอกที่ผ่านกรรมวิธีสกัดด้วยการบีบเย็นแบบครั้งแรก ไม่ผ่านกรรมวิธีที่มีความร้อน ทำให้ในน้ำมันยังคงมีสารอาหารของมะกอกอย่างครบถ้วน อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามิน มีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอล นอกจากนี้จุดเด่นของ Extra Virgin คือกลิ่นหอมเด่นชัด แต่มีข้อแนะนำคือไม่ควรใช้น้ำมันชนิดนี้ในการปรุงอาหารที่มีความร้อนสูงเด็ดขาดเพราะจะทำให้สูญเสียสารอาหารภายในได้ค่ะ
น้ำมันถั่วเหลืองธรรมชาติ จาก Plearn(เพลิน) เป็นน้ำมันคีโตที่เหมาะกับคนที่ชื่นชอบการทำอาหาร สามารถนำไปประกอบอาหารได้ทุกเมนูโดยเฉพาะเมนูผัดหรือการนำไปใช้ทำสลัด และเมนูที่ใช้ความร้อนระดับกลาง กลิ่นของน้ำมันไม่แรง โดยในสูตรนี้ใช้ถั่วเหลืองธรรมชาติผ่านกรรมวิธีที่มีมาตรฐานรับรองไม่ว่าจะ GMP, HACCP หรือ ISO ปลอดภัยต่อสุขภาพ ไร้ไขมันทรานส์แบบ 0% เลยค่ะ
นอกจากนี้น้ำมันถั่วเหลืองยังมีวิตามินช่วยบำรุงร่างกายอีกหลายชนิด เช่น วิตามิน E ที่มีส่วนช่วยเรื่องการบำรุงสุขภาพผิว, วิตามิน A ช่วยบำรุงสุขภาพกระดูก ฯลฯ มีเครื่องหมายของฮาลาลรองรับ บรรจุในขวดที่ปิดฝาได้แน่นช่วยทำให้เก็บได้ยาวนานถึง 1 ปี โดยสามารถเช็ควันผลิตได้ที่ข้างบรรจุภัณฑ์ มีข้อแนะนำคือหากนำไปใช้ทำเมนูประเภททอดที่มีความร้อนสูงอาจจะทำให้คุณค่าทางอาหารลดลงได้ค่ะ
La Rambla เป็นน้ำมันคีโตแบบพรีเมียมที่ผลิตขึ้นมาโดยกรรมวิธีที่ไม่ผ่านความร้อน ช่วยคงคุณค่าทางอาหารเอาไว้ได้ ใส่ใจในการผลิตทุกขั้นตอนแม้กระทั่งการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดูน่าใช้ แน่นหนาไม่ทำให้อากาศเข้าไปภายในด้วยฝาผิดแบบเกลียว เป็นน้ำมันมะกอกแบบ Extra Virgin ที่เหมาะกับเมนูที่ผ่านความร้อนต่ำ เช่น สลัด หรือการทำซอส หรือจะนำมาปรุงรับประทานคู่กับขนมปังคีโตก็อร่อยค่ะ
โดยรสชาติของน้ำมันจะมีความเป็นเอกลักษณ์ กลิ่นมะกอกชัดเจนจากการผสมผสานสายพันธุ์มะกอกถึง 4 สายพันธุ์จากประเทศสเปนเข้าไว้ด้วยกัน เหมาะกับชาวคีโตที่ต้องการไขมันชนิดดีซึ่งเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว มีคุณสมบัติช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอล อีกทั้งยังมีวิตามินอีกหลายชนิดที่ช่วยบำรุงร่างกาย หากไม่ได้ใช้สำหรับประกอบอาหาร ชาวคีโตก็สามารถทานน้ำมันชนิดนี้ได้ตามสัดส่วนที่เหมาะสมเพื่อบำรุงได้ค่ะ
KING เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่หลายครอบครัวหรือร้านอาหารหลายแห่งเลือกใช้ เพราะนอกจากจะมีราคาย่อมเยาแล้ว ยังปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้รับประทานด้วย มีมาตรฐานการผลิตอีกทั้งยังได้รับสัญลักษณ์อาหารรักษ์หัวใจ ที่เพิ่มความมั่นใจได้ว่าน้ำมันสูตรนี้จะไม่ส่งผลให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด กลิ่นหอมไม่เหม็นหืนจากการใช้วัตถุดิบรำข้าวและจมูกข้าว ทนทานต่อความร้อนใช้ในเมนูทอดได้
ซึ่งภายในน้ำมันมีสารโอรีซานอลที่เสริมคุณสมบัติช่วยควบคุมปริมาณคอเลสเตอรอล มีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินหลายชนิดรวมไปถึงกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดียวในปริมาณที่เหมาะสม สำหรับสายคีโตคนไหนที่ไม่ได้เน้นเรื่องการลดน้ำหนักมากแต่ต้องการน้ำมันที่ไม่เป็นโทษต่อร่างกาย สูตรนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว มีข้อแนะนำคือน้ำมันรำข้าวมีสัมผัสหนืดและกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมาะกับการรับประทานโดยไม่ผ่านการปรุงค่ะ
สำหรับน้ำมันคีโตจาก Romulo เป็นน้ำมันมะกอกสกัดเย็นที่คัดเลือกสายพันธุ์เป็น Arbequina มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่เด่นชัด เก็บเกี่ยวในฤดูที่เหมาะสมทำให้เหมาะกับการใช้ประกอบอาหารในเมนูที่ไม่ผ่านความร้อนเช่น สลัด หรือการรับประทานเพื่อบำรุงสุขภาพ หรือหากนำมาใช้ในการปรุงซอสก็จะทำให้ตัวซอสมีกลิ่นหอมแฝงและมีรสสัมผัสความมันเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้เพราะทางแบรนด์ใช้กรรมวิธีสกัดแบบเย็น ทำให้น้ำมันมะกอกไม่สูญเสียสารอาหารจำเป็นจากมะกอก มีวิตามินครบถ้วน รวมไปถึงมีคุณสมบัติในการช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอล ได้ ปริมาณที่ให้มา 500 ml. สามารถแบ่งใช้ได้หลายครั้ง แต่มีข้อแนะนำคือเมื่อใช้งานเสร็จแล้วควรปิดฝาให้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันสัมผัสอากาศเพราะจะทำให้เกิดกลิ่นหืนได้ค่ะ
สำหรับน้ำมันคีโตสูตร Extra Light Tasting Olive Oil จาก Bertolli เรียกได้ว่าเหมาะสำหรับชาวคีโตมือใหม่ที่ไม่ชอบกลิ่นของมะกอกที่มีความแรงเด่นชัด อีกทั้งสามารถนำไปประกอบอาหารได้ยาก เพราะในสูตรนี้ทางแบรนด์ได้นำไปผ่านกรรมวิธีพิเศษที่ช่วยสกัดเอากลิ่นและรสชาติของมะกอกออกไป น้ำมันมีสีใสเป็นพิเศษ ที่สำคัญคือทนทานต่อความร้อนสูงสามารถนำไปใช้ในเมนูทอดได้ค่ะ
ซึ่งถึงแม้น้ำมันมะกอกสูตรนี้จะผ่านกรรมวิธีไปแล้ว แต่คุณค่าทางสารอาหารก็ยังคงอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม และไม่มีส่วนผสมของไขมันทรานส์ หรือไขมันชนิดที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย มีวิตามิน E ช่วยบำรุงสายตารวมไปถึงสุขภาพผิว สามารถประกอบอาหารในเมนูไทย ๆ ที่รับประทานในชีวิตประจำวันได้ ไม่มีสารปรุงแต่ง มั่นใจในคุณภาพได้เพราะถือเป็นแบรนด์อิตาลีชื่อดังที่คนทั่วโลกยอมรับค่ะ
Naturel สูตรนี้เป็นน้ำมันคีโตชนิดที่ผลิตขึ้นมาจากคาโนล่า ผ่านกรรมวิธีที่มีมาตรฐานปลอดภัย ตัวน้ำมันมีสีเหลืองใสน่าใช้อีกทั้งยังทนความร้อนได้ ทำให้นำมาประกอบอาหารได้ทุกเมนูร้อน ไม่มีไขมันชนิดที่ส่งผลเสียต่อร่างกายเพราะจัดเป็นน้ำมันแบบไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ไม่มีกลิ่นและรสชาติ บรรจุในขวดพลาสติกที่แน่นหนาเปิดใช้งานหรือจัดเก็บง่าย หรือถ้าหากต้องการพกไปใช้งานต่างสถานที่ก็ไม่มีปัญหาค่ะ
ซึ่งภายใต้สีเหลืองใสของน้ำมันชนิดนี้อุดมไปด้วยโอเมก้า 3, 6, 9 ที่มีคุณสมบัติในการบำรุงร่างกาย ปราศจากไขมันทรานส์ รวมไปถึงมีวิตามิน E เสริมอยู่ด้วย ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพสมอง ดวงตา รวมไปถึงผิวพรรณ ที่สำคัญคือทางแบรนด์มีความใส่ใจต่อผู้บริโภคเพราะฉลากผลิตภัณฑ์ได้ระบุส่วนผสมภายในไว้ครบถ้วนเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถศึกษาและตัดสินใจก่อนใช้ค่ะ
น้ำมันงาเป็นหนึ่งในน้ำมันที่ผู้รับประทานอาหารแบบคีโตสามารถนำมาใช้สำหรับปรุงอาหารได้เพราะเป็นน้ำมันที่มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน มีส่วนช่วยบำรุงร่างกายลดคอเลสเตอรอล ที่สำคัญคือเพราะแบรนด์ Lemon Farm ใช้กรรมวิธีสกัดแบบเย็นทำให้ภายในน้ำมันมี วิตามิน E สารต้านอนุมูลอิสระ รวมไปถึงสารอาหารจากธรรมชาติหลงเหลืออยู่แบบครบถ้วนเลยค่ะ
ซึ่งจุดเด่นของน้ำมันงาสูตรนี้คือกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ เหมาะกับการนำมาประกอบอาหารในเมนูที่ผ่านความร้อนระดับต่ำเช่น ผัดได้ หรืออาจจะนำมาเป็นส่วนผสมในการหมักก็จะทำให้เนื้อสัตว์มีกลิ่นหอมของงาเด่นชัดขึ้น ผลิตขึ้นมาแบบมีมาตรฐาน ปลอดภัย ที่สำคัญนอกจากจะนำมาประกอบอาหารแล้ว หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยในการบำรุงเส้นผม น้ำมันงาขวดนี้ก็สามารถนำมาใช้นวดเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและความนุ่มให้กับเส้นผมได้ด้วย
น้ำมันคีโตจาก YBARRA เป็นน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ที่ใช้วัตถุดิบนำเข้าจากประเทศสเปน คุณภาพสูงและมีความเป็นเอกลักษณ์ สีของน้ำมันเหลืองเงา กลิ่นหอมเหมาะสำหรับผู้รับประทานคีโตที่ต้องการควบคุมน้ำหนักโดยเฉพาะ สามารถใช้ได้กับเมนูที่ไม่ผ่านความร้อนหรือผ่านความร้อนต่ำเช่น การหมัก การผัดสไตล์อาหารอิตาลี หรือนำมาผสมกับซอสราดบนสลัดก็อร่อยค่ะ
ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีและยังอุดมไปด้วยวิตามินชนิดต่าง ๆ เช่น วิตามิน E ที่มีส่วนช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ไขมันชนิดดีมีคุณสมบัติลดระดับคอเลสเตอรอลลงได้ ไม่มีกลิ่นเหม็นหืนด้วยกรรมวิธีการบรรจุในขวดแก้วแบบแนบชิด มีระยะการเก็บรักษาที่ยาวนานยิ่งขึ้น หรือสำหรับใครที่ใช้การคำนวณปริมาณไขมันที่ควรได้รับในแต่ละวัน ก็สามารถรับประทานน้ำมันชนิดนี้ทดแทนส่วนที่ขาดให้เหมาะสมได้โดยไม่ต้องผ่านการปรุงค่ะ
หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักน้ำมันอะโวคาโดกันมากนัก แต่น้ำมันชนิดนี้ถือเป็นน้ำมันคีโตที่มีคุณภาพสูง มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนน้ำมันชนิดอื่นโดยเฉพาะเรื่องของกลิ่นและรสสัมผัส ผ่านกรรมวิธีสกัดแบบเย็นทำให้คงคุณค่าทางสารอาหารเอาไว้ อีกทั้งยังผลิตขึ้นภายใต้มาตรฐานออร์แกนิคจากสหภาพยุโรปและอเมริกา ไร้สารเคมี ปลอดภัยต่อผู้ที่รับประทานแน่นอน
น้ำมันชนิดนี้เป็นน้ำมันที่มีกรดไขมัน oleic acid หรือไขมันที่ดีต่อสุขภาพ มีส่วนประกอบของวิตามิน A, E และ Omega-3 รวมไปถึงสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ สุขภาพ เส้นผม มีคุณสมบัติที่ทนทานต่อความร้อนได้ดีดังนั้นจึงสามารถนำมาใช้ปรุงอาหารได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ทอด ผัด หรือการนำเอามาราดสลัดก็ได้ ด้วยกรรมวิธีการปลูกที่ต้องรอถึง 8 เดือน จนกระทั่งผ่านการสกัดออกมาเป็นขวด แม้ราคาจะสูงแต่ถือว่าคุ้มค่าค่ะ
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ


































