อาการปวดศีรษะไมเกรน (Migraine) เป็นอาการที่เกิดจากความผิดปกติของเคมีในสมอง ทำให้มีการบีบและคลายตัวของหลอดเลือดในเยื่อหุ้มสมองมากกว่าปกติ ส่งผลให้รู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง และมีอาการคลื่นไส้หรือแพ้แสงร่วมด้วย ซึ่งมักเกิดเมื่อผู้ป่วยมีภาวะเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือมีการทานยาปรับประจำเดือน โดยอาจเกิดเพียงข้างเดียวของศีรษะหรือทั้งสองข้างได้
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกยาแก้ปวดไมเกรนเบื้องต้นให้ปลอดภัยต่อการใช้งาน สำหรับอาการปวดไมเกรนในระยะเริ่มต้น อาการปวดในระดับปานกลางถึงมาก และอาการปวดไมเกรนในระดับรุนแรง รวมถึงสำหรับกลุ่มเด็กและกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ประกอบกับคำแนะนำจากภก.ธนกร วานิจจะกูล เภสัชกร มาแนะนำเพิ่มเติมด้วย

คุณกรจบการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และเรียนต่อปริญญาโทด้าน MBA มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งหลังจากจบการศึกษาคุณกรได้มีประสบการณ์การทำงานในโรงพยาบาลรัฐบาลที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งมากว่า 5 ปี โดยปฏิบัติงานในแผนกที่คอยให้คำปรึกษากับทั้งคนไข้ พยาบาล และแพทย์ จึงมีโอกาสได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาเพื่อให้แนะนำที่เหมาะสมกับปัญหาของผู้มารับบริการที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ คุณกรยังมีประสบการณ์การทำงานในร้านยาแห่งหนึ่งในกรุงเทพมามากกว่า 5 ปี โดยเป็นผู้ให้คำแนะนำด้านยาและผลิตภัณฑ์อาหารเสริมต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างและป้องกันสุขภาพของผู้มาใช้บริการ

mybest คือเว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการที่มุ่งนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่าการเลือกสินค้าและบริการที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เนื้อหาจากทุกบทความของ mybest จึงผ่านกระบวนการค้นคว้า วิเคราะห์ และเรียบเรียงโดยทีมบรรณาธิการ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ทีมบรรณาธิการของ mybest ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่การเปรียบเทียบคุณสมบัติ วิธีการเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงมุ่งนำเสนอคำแนะนำที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด
ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฎหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
อาการปวดหัวจากไมเกรนมักจะมีลักษณะการปวดที่เริ่มจากปวดเล็กน้อยและค่อย ๆ เพิ่มจนมีอาการปวดมากขึ้นและอาจถึงขั้นรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้ แต่หากถามว่าอาการปวดไมเกรนหายเองได้ไหม อันที่จริงแล้วการปวดหัวไมเกรนนั้นสามารถหายได้เอง เพียงแต่ผู้ป่วยจะต้องปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ การรับประทานยาแก้ปวดตั้งแต่เริ่มมีอาการจะช่วยให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีกว่าการปล่อยทิ้งไว้จนปวดมาก ๆ แล้วค่อยไปรับประทานภายหลัง หากปล่อยทิ้งไว้จนมีอาการเยอะ ๆ แล้วไปกินยาตัวเดิมมักจะไม่ค่อยได้ผล เพราะการตอบสนองต่อยาอาจลดลงได้ ซึ่งยาแก้ปวดไมเกรนจะมีให้เลือกตามความรุนแรงของอาการหลายระดับ ซึ่งผู้ป่วยสามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับอาการปวดของตนเองได้อย่างปลอดภัย
โดยหลัก ๆ แล้วยาแก้ปวดไมเกรนสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
1. ยาแก้ปวดทั่วไป เช่น Paracetamol, ยาแก้ปวดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID)
2. ยาแก้ปวดเฉพาะไมเกรน เช่น ยากลุ่มทริปแทน, ยากลุ่ม Ergot

เพื่อความปลอดภัยสูงสุด การใช้ยาแก้ปวดทั้งแบบทั่วไปหรือแก้ปวดเฉพาะไมเกรน ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง เนื่องจากยาหลาย ๆ ชนิดมีข้อควรระวังในการใช้ที่แตกต่างกัน หากใช้ยาไม่เหมาะสมอาจจะเกิดอันตรายหรือผลข้างเคียงอื่น ๆ ตามมาได้
อันที่จริงแล้วการไปพบแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุด แต่คนส่วนใหญ่จะไม่สามารถไปพบแพทย์ได้ทุกครั้ง ดังนั้น การทานยาแก้ปวดหัวไมเกรนจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อบรรเทาอาการเบื้องต้นได้
อาการปวดหัวไมเกรนนั้นสามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการรับประทานยา ทั้งนี้ อาการปวดหัวไมเกรนก็มีหลายระดับ จึงควรเลือกยาแก้ปวดหัวไมเกรนที่เหมาะสมกับระดับอาการ เพื่อความปลอดภัยและลดผลข้างเคียง
โดยทั่วไปแล้วอาการปวดหัวไมเกรนในระดับที่ไม่รุนแรงหรือระยะเริ่มต้น คือมีอาการปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลที่เป็นยาสามัญประจำบ้านเพื่อบรรเทาอาการได้ โดยควรทานในขนาด 1,000 มิลลิกรัม และรับประทานทุก ๆ 6 ชั่วโมงหากอาการไม่ดีขึ้น แต่ไม่ควรติดต่อกันนานเกิน 5 วัน
นอกจากนี้ สามารถใช้ยากลุ่มต้านการอักเสบ NSAIDs ในการบรรเทาอาการปวดได้ ซึ่งจะแก้ปวดได้ดีกว่าพาราเซตามอล เช่น กลุ่มยา Ibuprofen 400 มิลลิกรัม โดยแนะนำให้รับประทานวันละ 3 ครั้ง หลังอาหารทันทีเนื่องจากยากลุ่มนี้อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหาร หรือยา Naproxen 500 มิลลิกรัม โดยรับประทานวันละ 2 ครั้ง หลังอาหารทันทีเช่นกัน
หมายเหตุ - ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
หมายเหตุ - ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

สิ่งสำคัญอย่างในการใช้ยากลุ่มเออร์กอตคือ ควรแจ้งยาที่รับประทานในปัจจุบันให้กับแพทย์และเภสัชกรก่อนด้วย เนื่องจากยากลุ่มนี้มักมีอันตรกิริยาหรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า "ยาตีกัน" (Drug Interaction) ระหว่างยากลุ่มเออร์กอตและยาอื่น ๆ ซึ่งนำไปสู่อาการข้างเคียงที่รุนแรงได้ ดังนั้น ยากลุ่มเออร์กอตจึงไม่เหมาะกับผู้มีโรคประจำตัวที่ต้องมีการกินยาประจำ
หมายเหตุ - ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
อาการปวดหัวไมเกรนนั้นสามารถเกิดในเด็กได้เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ โดยเริ่มมีอาการได้ตั้งแต่ช่วงวัยอนุบาล ซึ่งยาแก้ปวดหัวไมเกรนที่ใช้ในเด็กจะเป็นยากลุ่มเดียวกับผู้ใหญ่ เพียงแต่รูปแบบของยาจะเป็นยาน้ำเชื่อม เพราะต้องมีการแต่งกลิ่นและรสชาติให้เหมาะสำหรับเด็ก
โดยทั่วไปยาแก้ปวดสำหรับเด็กจะเน้นการใช้กลุ่มยาแก้ปวดทั่วไป คือ พาราเซตามอล (Paracetamol) โดยต้องคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัวของเด็ก คือ 10 - 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม และต้องรับประทานทุก 4 - 6 ชั่วโมงหากอาการไม่ดีขึ้น หรือยากลุ่ม NSAIDs เช่น Ibuprofen ขนาด 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อรอบ และรับประทานทุก 8 ชั่วโมงหากอาการไม่ดีขึ้น รวมทั้งต้องพิจารณาขนาดยาสูงสุดต่อรอบการรับประทานให้ไม่เกิน 400 มิลลิกรัม และไม่ควรเกิน 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน
สำหรับกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ควรเลือกใช้ยาแก้ปวดไมเกรนในกลุ่มยาพาราเซตามอลจะปลอดภัยที่สุด ซึ่งสามารถใช้ได้ทุกไตรมาสในการตั้งครรภ์ โดยขนาดยาที่เหมาะสม ได้แก่ 1,000 มิลลิกรัม และรับประทานซ้ำได้ทุก 6 ชั่วโมง แต่หากปวดมากขึ้นในระดับที่ยาพาราเซตามอลไม่สามารถบรรเทาอาการได้ดีก็สามารถเลือกใช้ยากลุ่ม NSAIDs ได้เป็นทางเลือกอันดับสอง โดยสามารถใช้ได้ในการตั้งครรภ์ไตรมาส 1 และ 2 เช่น Ibuprofen 400 มิลลิกรัม รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารทันที
สำหรับการใช้ยากลุ่มทริปแทน (Triptans) นั้นควรใช้ยาแบบพ่นจมูกมากกว่ารูปแบบรับประทาน เพียงแต่ยารูปแบบพ่นในประเทศไทยยังไม่มีวางจำหน่าย ส่วนยากลุ่มเออร์กอต (Ergot) จะไม่ควรใช้ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ทุกไตรมาส

นอกจากกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และผู้มีโรคประจำตัวแล้ว กลุ่มหญิงให้นมบุตรหรือผู้มีการแพ้ยาควรพบแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง รวมไปถึงกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัวก็ควรคำนึงถึงข้อควรระวังด้วย โดยขอแนะนำดังนี้
・ยาพาราเซตามอล : ควรระวังในผู้ป่วยโรคตับ
・ยากลุ่ม NSAIDs : ควรระวังในผู้ป่วยโรคไต โรคกระเพาะอาหาร หรือแผลในกระเพาะอาหาร
・ยากลุ่มทริปแทน และกลุ่มเออร์กอต : ควรระวังในผู้ที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคทางหลอดเลือด หรือโรคความดันโลหิตสูงที่คุมอาการไม่ได้ และสำหรับผู้ที่มีการรับประทานยาหลายชนิดร่วมกัน ควรพิจารณาการใช้ยากลุ่มเออร์กอตอย่างถี่ถ้วนและปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฎหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย
ไม่พบสินค้าหรือบริการตามเงื่อนไขที่ระบุ
กรุณาเปลี่ยนเงื่อนไขตัวกรอง
ยาแก้ปวดหัวไมเกรนนั้นมีข้อควรระวังและผลข้างเคียงไม่ต่างจากยาทั่วไป โดยสามารแบ่งได้คร่าว ๆ ดังต่อไป
ยาแก้ปวดทั่วไป
1. ยาพาราเซตามอล จัดเป็นยาสามัญประจำบ้านและเป็นยาที่ค่อนข้างปลอดภัยในการใช้ยา ใช้กับกรณีที่มีการปวดไมเกรนในระดับเล็กน้อย ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร นอกจากนี้ การใช้ยาพาราเซตามอลควรระวังในผู้ป่วยโรคตับ และไม่ควรรับประทานติดต่อกันเกิน 5 วัน
2. ยาแก้ปวดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น Ibuprofen หรือ Naproxen เป็นยาแก้ปวดที่ออกฤทธิ์แรงกว่าพาราเซตามอล ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน แสบท้อง อีกทั้งการใช้ยากลุ่ม NSAIDs ยังต้องระวังในกลุ่มผู้ที่เคยมีประวัติเป็นโรคกระเพาะ แผลในกระเพาะ ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยโรคไต ที่สำคัญ ควรใช้ยาให้สั้นที่สุดเท่าที่จำเป็น หากอาการปวดหัวไมเกรนทุเลาแล้ว ควรงดยาทันที
ยาแก้ปวดเฉพาะไมเกรน
1. ยากลุ่มทริปแทน เป็นยาที่ใช้บรรเทาอาการปวดไมเกรนได้ดี ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ หน้าแดง การใช้ยากลุ่มนี้ควรหลีกเลี่ยงในผู้ที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูงที่คุมอาการไม่ได้ อีกทั้งควรใช้ยาให้สั้นที่สุดเท่าที่จำเป็น และไม่ควรเกิน 10 เม็ดในหนึ่งเดือน
2. ยากลุ่มเออร์กอต ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย เช่น ปวดท้อง เวียนศีรษะ และภาวะ Ergotism (ภาวะที่หลอดเลือดหดตัวอย่างมาก ทำให้อวัยวะส่วนปลายขาดเลือด) ถึงแม้อาการนี้จะพบได้ไม่บ่อย แต่เป็นอาการข้างเคียงที่รุนแรง ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาในกลุ่มคนที่มีปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับโรคทางหลอดเลือด และห้ามใช้ร่วมกับยากลุ่มทริปแทน นอกจากนี้ ผู้ที่ใช้ยากลุ่มนี้ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนใช้ เนื่องจากมักมีปัญหาในผู้ที่รับประทานยาหลายชนิดร่วมกัน ซึ่งยาบางชนิดจะทำให้ยา Ergotamine ออกฤทธิ์มากขึ้น จนเกิดอันตรายได้
ในการเลือกใช้ยารักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนนั้น เนื่องจากตัวยาออกฤทธิ์ของยาแต่ละยี่ห้อนั้นแตกต่างกัน ผลข้างเคียงนั้นก็แตกต่างกันไปด้วย จึงควรเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับเงื่อนไขสุขภาพของคุณ นอกจากนี้ การดูแลรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงสิ่งเร้าที่กระตุ้นให้เกิดอาการไมเกรนควบคู่กันไป จะช่วยลดและป้องกันอาการของไมเกรนได้ดียิ่งขึ้
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































