ยาไมเกรนให้ทุกการเลือกเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
mybest
ยาไมเกรนให้ทุกการเลือกเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

    ยาไมเกรน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 แก้ปวดไมเกรน

    อาการปวดศีรษะไมเกรน (Migraine) เป็นอาการที่เกิดจากความผิดปกติของเคมีในสมอง ทำให้มีการบีบและคลายตัวของหลอดเลือดในเยื่อหุ้มสมองมากกว่าปกติ ส่งผลให้รู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง และมีอาการคลื่นไส้หรือแพ้แสงร่วมด้วย ซึ่งมักเกิดเมื่อผู้ป่วยมีภาวะเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือมีการทานยาปรับประจำเดือน โดยอาจเกิดเพียงข้างเดียวของศีรษะหรือทั้งสองข้างได้


    บทความนี้เรามีวิธีการเลือกยาแก้ปวดไมเกรนเบื้องต้นให้ปลอดภัยต่อการใช้งาน สำหรับอาการปวดไมเกรนในระยะเริ่มต้น อาการปวดในระดับปานกลางถึงมาก และอาการปวดไมเกรนในระดับรุนแรง รวมถึงสำหรับกลุ่มเด็กและกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ประกอบกับคำแนะนำจากภก.ธนกร วานิจจะกูล เภสัชกร มาแนะนำเพิ่มเติมด้วย 

    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)
    ผู้เชี่ยวชาญ
    เภสัชกร
    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)

    คุณกรจบการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และเรียนต่อปริญญาโทด้าน MBA มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งหลังจากจบการศึกษาคุณกรได้มีประสบการณ์การทำงานในโรงพยาบาลรัฐบาลที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งมากว่า 5 ปี โดยปฏิบัติงานในแผนกที่คอยให้คำปรึกษากับทั้งคนไข้ พยาบาล และแพทย์ จึงมีโอกาสได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาเพื่อให้แนะนำที่เหมาะสมกับปัญหาของผู้มารับบริการที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ คุณกรยังมีประสบการณ์การทำงานในร้านยาแห่งหนึ่งในกรุงเทพมามากกว่า 5 ปี โดยเป็นผู้ให้คำแนะนำด้านยาและผลิตภัณฑ์อาหารเสริมต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างและป้องกันสุขภาพของผู้มาใช้บริการ

    ประวัติของ ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)
    …อ่านต่อ
    กองบรรณาธิการ mybest Thailand
    บรรณาธิการ
    กองบรรณาธิการ mybest Thailand

    mybest คือเว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการที่มุ่งนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่าการเลือกสินค้าและบริการที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เนื้อหาจากทุกบทความของ mybest จึงผ่านกระบวนการค้นคว้า วิเคราะห์ และเรียบเรียงโดยทีมบรรณาธิการ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ทีมบรรณาธิการของ mybest ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่การเปรียบเทียบคุณสมบัติ วิธีการเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงมุ่งนำเสนอคำแนะนำที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด

    ประวัติของ กองบรรณาธิการ mybest Thailand
    …อ่านต่อ
    ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฎหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
    ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
    เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย

    Why You Can Trust Us

    มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้

    ปวดหัวไมเกรนหายเองได้ไหม จำเป็นต้องกินยาหรือไม่

    ปวดหัวไมเกรนหายเองได้ไหม จำเป็นต้องกินยาหรือไม่

    อาการปวดหัวจากไมเกรนมักจะมีลักษณะการปวดที่เริ่มจากปวดเล็กน้อยและค่อย ๆ เพิ่มจนมีอาการปวดมากขึ้นและอาจถึงขั้นรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้ แต่หากถามว่าอาการปวดไมเกรนหายเองได้ไหม อันที่จริงแล้วการปวดหัวไมเกรนนั้นสามารถหายได้เอง เพียงแต่ผู้ป่วยจะต้องปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม 


    ทั้งนี้ การรับประทานยาแก้ปวดตั้งแต่เริ่มมีอาการจะช่วยให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีกว่าการปล่อยทิ้งไว้จนปวดมาก ๆ แล้วค่อยไปรับประทานภายหลัง หากปล่อยทิ้งไว้จนมีอาการเยอะ ๆ แล้วไปกินยาตัวเดิมมักจะไม่ค่อยได้ผล เพราะการตอบสนองต่อยาอาจลดลงได้ ซึ่งยาแก้ปวดไมเกรนจะมีให้เลือกตามความรุนแรงของอาการหลายระดับ ซึ่งผู้ป่วยสามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับอาการปวดของตนเองได้อย่างปลอดภัย


    โดยหลัก ๆ แล้วยาแก้ปวดไมเกรนสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

    1. ยาแก้ปวดทั่วไป เช่น Paracetamol, ยาแก้ปวดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID)
    2. ยาแก้ปวดเฉพาะไมเกรน เช่น ยากลุ่มทริปแทน, ยากลุ่ม Ergot

    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)
    เภสัชกร
    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)

    เพื่อความปลอดภัยสูงสุด การใช้ยาแก้ปวดทั้งแบบทั่วไปหรือแก้ปวดเฉพาะไมเกรน ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง เนื่องจากยาหลาย ๆ ชนิดมีข้อควรระวังในการใช้ที่แตกต่างกัน หากใช้ยาไม่เหมาะสมอาจจะเกิดอันตรายหรือผลข้างเคียงอื่น ๆ ตามมาได้

    วิธีการเลือกยาแก้ปวดหัวไมเกรน

    อันที่จริงแล้วการไปพบแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุด แต่คนส่วนใหญ่จะไม่สามารถไปพบแพทย์ได้ทุกครั้ง ดังนั้น การทานยาแก้ปวดหัวไมเกรนจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อบรรเทาอาการเบื้องต้นได้

    1

    ประเภทของยาแก้ปวดจะต้องเหมาะสมกับระดับอาการ เพื่อลดการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    อาการปวดหัวไมเกรนนั้นสามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการรับประทานยา ทั้งนี้ อาการปวดหัวไมเกรนก็มีหลายระดับ จึงควรเลือกยาแก้ปวดหัวไมเกรนที่เหมาะสมกับระดับอาการ เพื่อความปลอดภัยและลดผลข้างเคียง

    อาการปวดไมเกรนในระยะเริ่มต้น ใช้ยาพาราเซตามอลหรือยากลุ่ม NSAIDs ได้

    อาการปวดไมเกรนในระยะเริ่มต้น ใช้ยาพาราเซตามอลหรือยากลุ่ม NSAIDs ได้

    โดยทั่วไปแล้วอาการปวดหัวไมเกรนในระดับที่ไม่รุนแรงหรือระยะเริ่มต้น คือมีอาการปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลที่เป็นยาสามัญประจำบ้านเพื่อบรรเทาอาการได้ โดยควรทานในขนาด 1,000 มิลลิกรัม และรับประทานทุก ๆ 6 ชั่วโมงหากอาการไม่ดีขึ้น แต่ไม่ควรติดต่อกันนานเกิน 5 วัน


    นอกจากนี้ สามารถใช้ยากลุ่มต้านการอักเสบ NSAIDs ในการบรรเทาอาการปวดได้ ซึ่งจะแก้ปวดได้ดีกว่าพาราเซตามอล เช่น กลุ่มยา Ibuprofen 400 มิลลิกรัม โดยแนะนำให้รับประทานวันละ 3 ครั้ง หลังอาหารทันทีเนื่องจากยากลุ่มนี้อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหาร หรือยา Naproxen 500 มิลลิกรัม โดยรับประทานวันละ 2 ครั้ง หลังอาหารทันทีเช่นกัน


    หมายเหตุ - ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

    หากมีอาการปวดในระดับปานกลางถึงมากแนะนำให้ใช้ยาเออร์กอต (Ergot)

    หากมีอาการปวดในระดับปานกลางถึงมากแนะนำให้ใช้ยาเออร์กอต (Ergot)
    ยากลุ่มเออร์กอต (Ergot) เป็นยาที่ออกฤทธิ์ให้หลอดเลือดมีการหดตัว แต่มีความจำเพาะต่อหลอดเลือดในสมองที่น้อยกว่า จึงทำให้เกิดอาการข้างเคียงได้ โดยยากลุ่มนี้เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดไมเกรนในระดับปานกลางถึงมาก

    สำหรับยากลุ่มเออร์กอตนั้นจะเป็นยาผสม 2 ชนิด ระหว่าง Ergotamine 1 mg + Caffeine 100 mg ซึ่งควรรับประทานทันทีที่เริ่มมีอาการ 1 - 2 เม็ด และสามารถรับประทานซ้ำได้ 1 เม็ด ทุก 30 นาทีหากอาการไม่ดีขึ้น แต่ไม่ควรรับประทานเกิน 6 เม็ดต่อวัน และไม่ควรเกิน 10 เม็ดต่อสัปดาห์

    หมายเหตุ - ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)
    เภสัชกร
    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)

    สิ่งสำคัญอย่างในการใช้ยากลุ่มเออร์กอตคือ ควรแจ้งยาที่รับประทานในปัจจุบันให้กับแพทย์และเภสัชกรก่อนด้วย เนื่องจากยากลุ่มนี้มักมีอันตรกิริยาหรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า "ยาตีกัน" (Drug Interaction) ระหว่างยากลุ่มเออร์กอตและยาอื่น ๆ ซึ่งนำไปสู่อาการข้างเคียงที่รุนแรงได้ ดังนั้น ยากลุ่มเออร์กอตจึงไม่เหมาะกับผู้มีโรคประจำตัวที่ต้องมีการกินยาประจำ

    กรณีมีอาการปวดไมเกรนในระดับรุนแรงมากจะต้องใช้ยากลุ่มทริปแทน (Triptans)

    กรณีมีอาการปวดไมเกรนในระดับรุนแรงมากจะต้องใช้ยากลุ่มทริปแทน (Triptans)
    ยากลุ่มทริปแทน (Triptans) เป็นยาแก้ปวดที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจงต่อการรักษาไมเกรนและยังมีผลกับอาการอื่น ๆ ที่มาพร้อมการปวดหัวไมเกรนด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน โดยจะมีการออกฤทธิ์เหมือนกลุ่มยาเออร์กอต (Ergot) คือช่วยให้หลอดเลือดหดตัวจึงส่งผลให้อาการปวดลดลง แต่มีความจำเพาะที่มากกว่ายากลุ่ม Ergot ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่น้อยกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปวดไมเกรนในระดับที่รุนแรง แต่ผู้ป่วยจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยาเพื่อประเมินอาการก่อน

    นอกจากนี้ การใช้ยากลุ่มทริปแทนควรทานตั้งแต่เริ่มมีอาการ เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน การตอบสนองต่อยามักจะลดลง โดยยากลุ่มทริปแทนที่มีจำหน่ายในประเทศไทย ได้แก่

    ・Sumatriptan 50 mg รับประทานครั้งละ 1 เม็ด สามารถรับประทานซ้ำได้ทุก 2 ชั่วโมงหากอาการไม่ดีขึ้น แต่ไม่ควรรับประทานเกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน หรือ 4 เม็ด
    ・Eletriptan 40 mg รับประทานครั้งละ 1 เม็ด สามารถรับประทานซ้ำได้ทุก 2 ชั่วโมงหากอาการไม่ดีขึ้น แต่ไม่ควรรับประทานเกิน 80 มิลลิกรัมต่อวัน หรือ 2 เม็ด

    หมายเหตุ - ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
    2

    สำหรับกลุ่มเด็กที่มีอาการปวดหัวไมเกรน เลือกใช้ยารูปแบบน้ำเชื่อมที่เป็นกลุ่มยาแก้ปวดทั่วไป

    สำหรับกลุ่มเด็กที่มีอาการปวดหัวไมเกรน เลือกใช้ยารูปแบบน้ำเชื่อมที่เป็นกลุ่มยาแก้ปวดทั่วไป

    อาการปวดหัวไมเกรนนั้นสามารถเกิดในเด็กได้เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ โดยเริ่มมีอาการได้ตั้งแต่ช่วงวัยอนุบาล ซึ่งยาแก้ปวดหัวไมเกรนที่ใช้ในเด็กจะเป็นยากลุ่มเดียวกับผู้ใหญ่ เพียงแต่รูปแบบของยาจะเป็นยาน้ำเชื่อม เพราะต้องมีการแต่งกลิ่นและรสชาติให้เหมาะสำหรับเด็ก 


    โดยทั่วไปยาแก้ปวดสำหรับเด็กจะเน้นการใช้กลุ่มยาแก้ปวดทั่วไป คือ พาราเซตามอล (Paracetamol) โดยต้องคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัวของเด็ก คือ 10 - 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม และต้องรับประทานทุก 4 - 6 ชั่วโมงหากอาการไม่ดีขึ้น หรือยากลุ่ม NSAIDs เช่น Ibuprofen ขนาด 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อรอบ และรับประทานทุก 8 ชั่วโมงหากอาการไม่ดีขึ้น รวมทั้งต้องพิจารณาขนาดยาสูงสุดต่อรอบการรับประทานให้ไม่เกิน 400 มิลลิกรัม และไม่ควรเกิน 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน

    3

    ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ทุกไตรมาส แนะนำให้ใช้ยาพาราเซตามอลจะปลอดภัยที่สุด

    ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ทุกไตรมาส แนะนำให้ใช้ยาพาราเซตามอลจะปลอดภัยที่สุด

    สำหรับกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ควรเลือกใช้ยาแก้ปวดไมเกรนในกลุ่มยาพาราเซตามอลจะปลอดภัยที่สุด ซึ่งสามารถใช้ได้ทุกไตรมาสในการตั้งครรภ์ โดยขนาดยาที่เหมาะสม ได้แก่ 1,000 มิลลิกรัม และรับประทานซ้ำได้ทุก 6 ชั่วโมง แต่หากปวดมากขึ้นในระดับที่ยาพาราเซตามอลไม่สามารถบรรเทาอาการได้ดีก็สามารถเลือกใช้ยากลุ่ม NSAIDs ได้เป็นทางเลือกอันดับสอง โดยสามารถใช้ได้ในการตั้งครรภ์ไตรมาส 1 และ 2 เช่น Ibuprofen 400 มิลลิกรัม รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารทันที


    สำหรับการใช้ยากลุ่มทริปแทน (Triptans) นั้นควรใช้ยาแบบพ่นจมูกมากกว่ารูปแบบรับประทาน เพียงแต่ยารูปแบบพ่นในประเทศไทยยังไม่มีวางจำหน่าย ส่วนยากลุ่มเออร์กอต (Ergot) จะไม่ควรใช้ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ทุกไตรมาส

    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)
    เภสัชกร
    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)

    นอกจากกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และผู้มีโรคประจำตัวแล้ว กลุ่มหญิงให้นมบุตรหรือผู้มีการแพ้ยาควรพบแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง รวมไปถึงกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัวก็ควรคำนึงถึงข้อควรระวังด้วย โดยขอแนะนำดังนี้


    ・ยาพาราเซตามอล : ควรระวังในผู้ป่วยโรคตับ
    ・ยากลุ่ม NSAIDs : ควรระวังในผู้ป่วยโรคไต โรคกระเพาะอาหาร หรือแผลในกระเพาะอาหาร
    ・ยากลุ่มทริปแทน และกลุ่มเออร์กอต : ควรระวังในผู้ที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคทางหลอดเลือด หรือโรคความดันโลหิตสูงที่คุมอาการไม่ได้ และสำหรับผู้ที่มีการรับประทานยาหลายชนิดร่วมกัน ควรพิจารณาการใช้ยากลุ่มเออร์กอตอย่างถี่ถ้วนและปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

    วิธีการเลือกใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้หรือไม่ ?
    ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฎหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
    เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย

    ยาไมเกรน ที่ดีที่สุด

    แนะนำ ยาไมเกรน ยอดนิยมในรูปแบบการจัดอันดับ การจัดอันดับอ้างอิงจาก ความนิยมของผู้ใช้บริการในเว็บไซต์ E-Commerce และสื่อออนไลน์ (ณ วันที่ 16-01-2023) และได้รับการจัดอันดับโดยอิสระจากทีมบรรณาธิการ mybest
    เรียงจากความนิยม
    ตัวกรอง

    ไม่พบสินค้าหรือบริการตามเงื่อนไขที่ระบุ
    กรุณาเปลี่ยนเงื่อนไขตัวกรอง

    ข้อควรระวังในการใช้ยาแก้ปวดหัวไมเกรน

    ข้อควรระวังในการใช้ยาแก้ปวดหัวไมเกรน

    ยาแก้ปวดหัวไมเกรนนั้นมีข้อควรระวังและผลข้างเคียงไม่ต่างจากยาทั่วไป โดยสามารแบ่งได้คร่าว ๆ ดังต่อไป


    ยาแก้ปวดทั่วไป
    1. ยาพาราเซตามอล จัดเป็นยาสามัญประจำบ้านและเป็นยาที่ค่อนข้างปลอดภัยในการใช้ยา ใช้กับกรณีที่มีการปวดไมเกรนในระดับเล็กน้อย ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร นอกจากนี้ การใช้ยาพาราเซตามอลควรระวังในผู้ป่วยโรคตับ และไม่ควรรับประทานติดต่อกันเกิน 5 วัน
    2. ยาแก้ปวดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น Ibuprofen หรือ Naproxen เป็นยาแก้ปวดที่ออกฤทธิ์แรงกว่าพาราเซตามอล ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน แสบท้อง อีกทั้งการใช้ยากลุ่ม NSAIDs ยังต้องระวังในกลุ่มผู้ที่เคยมีประวัติเป็นโรคกระเพาะ แผลในกระเพาะ ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยโรคไต ที่สำคัญ ควรใช้ยาให้สั้นที่สุดเท่าที่จำเป็น หากอาการปวดหัวไมเกรนทุเลาแล้ว ควรงดยาทันที

    ยาแก้ปวดเฉพาะไมเกรน
    1. ยากลุ่มทริปแทน เป็นยาที่ใช้บรรเทาอาการปวดไมเกรนได้ดี ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ หน้าแดง การใช้ยากลุ่มนี้ควรหลีกเลี่ยงในผู้ที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูงที่คุมอาการไม่ได้ อีกทั้งควรใช้ยาให้สั้นที่สุดเท่าที่จำเป็น และไม่ควรเกิน 10 เม็ดในหนึ่งเดือน
    2. ยากลุ่มเออร์กอต ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย เช่น ปวดท้อง เวียนศีรษะ และภาวะ Ergotism (ภาวะที่หลอดเลือดหดตัวอย่างมาก ทำให้อวัยวะส่วนปลายขาดเลือด) ถึงแม้อาการนี้จะพบได้ไม่บ่อย แต่เป็นอาการข้างเคียงที่รุนแรง ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาในกลุ่มคนที่มีปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับโรคทางหลอดเลือด และห้ามใช้ร่วมกับยากลุ่มทริปแทน นอกจากนี้ ผู้ที่ใช้ยากลุ่มนี้ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนใช้ เนื่องจากมักมีปัญหาในผู้ที่รับประทานยาหลายชนิดร่วมกัน ซึ่งยาบางชนิดจะทำให้ยา Ergotamine ออกฤทธิ์มากขึ้น จนเกิดอันตรายได้

    บทส่งท้าย

    ในการเลือกใช้ยารักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนนั้น เนื่องจากตัวยาออกฤทธิ์ของยาแต่ละยี่ห้อนั้นแตกต่างกัน ผลข้างเคียงนั้นก็แตกต่างกันไปด้วย จึงควรเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับเงื่อนไขสุขภาพของคุณ นอกจากนี้ การดูแลรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงสิ่งเร้าที่กระตุ้นให้เกิดอาการไมเกรนควบคู่กันไป จะช่วยลดและป้องกันอาการของไมเกรนได้ดียิ่งขึ้

    TOP 0 ยาไมเกรน แนะนำ

    คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

    ยอดนิยม
    อันดับยอดนิยมที่เกี่ยวข้องกับ ยาไมเกรน

    ยาแก้ปวดประจําเดือน

    0 ผลิตภัณฑ์

    ค้นหาตามหมวดหมู่

    mybest

    ให้เราเป็นตัวช่วยในทุกการเลือกเพื่อให้ทุกคนได้รับสิ่งที่ดีที่สุด
    พร้อมคำแนะนำในการเลือกสินค้าจากผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ

    Copyright mybest All Rights Reserved.