10 โอเมก้า 3 ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 Fish Oil
โอเมก้า 3 หรือน้ำมันปลาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างสุขภาพแบบองค์รวมและดูแลระบบการทำงานภายในร่างกายด้วยสารสกัดเข้มข้นจากปลาทะเลน้ำลึก โดยมีจุดเด่นคือการเป็นแหล่งรวมกรดไขมันจำเป็นกลุ่มโอเมก้า 3 ที่ให้ค่า EPA และ DHA ในปริมาณสูง ช่วยบำรุงสมอง เสริมสร้างความจำ พร้อมทั้งดูแลระบบหัวใจและหลอดเลือด
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกโอเมก้า 3 สำหรับผู้สูงอายุ วัยเรียนและวัยทำงาน และสำหรับคนท้อง พร้อมคำแนะนำจาก ภก.ณัฐดนัย สุวัฑฒิต และ ภญ.ภาณิกา เพชระบูรณิน เภสัชกร และยังมี 10 โอเมก้า 3 ยี่ห้อยอดนิยม ที่มีทั้งโอเมก้า 3 6 9 และโอเมก้า 3 จากพืชมาแนะนำเพิ่มเติมด้วย
Top 5 โอเมก้า 3

ภก.ณัฐดนัย สุวัฑฒิต จบการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกำลังศึกษาต่อ MBA คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด ตำแหน่ง Product Manager (ผู้จัดการผลิตภัณฑ์) บริษัทยาแห่งหนึ่ง และเป็นเจ้าของร้านยา (หุ้นส่วน) และปฎิบัติงานในร้านยาทั้งทั่วไปและร้านยาเชน (Part-time) คุณบอสเคยทำงานทั้งด้านการขาย การตลาด และเภสัชกรร้านยา รวมทั้งงานอาสาปฏิบัติงานที่ Hospitel ช่วงสถานการณ์ COVID-19 ด้วย และนอกเหนือจากงานในสายอาชีพแล้ว คุณบอสยังมีประสบการณ์ด้านงานเขียนบทความลงในเพจและเว็บไซต์ร้านยาขณะที่ทำงานร้านยาอีกด้วย

คุณป่านจบการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีประสบการณ์การทำงานมา 5 ปี ทั้งในสายงานโรงพยาบาลและร้านขายยา จึงมีโอกาสได้ใช้ความรู้ทางด้านยาและด้านสุขภาพที่ได้เรียนมาเพื่อแนะนำให้แก่ผู้ป่วยหรือผู้ที่มีปัญหาภาวะสุขภาพต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ ปัจจุบันคุณป่านทำงานในบริษัทที่ให้บริการด้านสุขภาพและความงาม โดยมีหน้าที่คอยส่งเสริมและสนับสนุนการทำงานของพนักงานหน้าร้าน เพื่อส่งต่อข้อมูลดี ๆ แก่บุคคลทั่วไปให้มีคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น นอกจากอาชีพสายงานโรงพยาบาลและร้านยาแล้ว คุณป่านยังมีความสนใจเรื่องสุขภาพและอาหารเสริมเพื่อดูแลสุขภาพตนเองและคนในครอบครัวอีกด้วย

คุณออมเป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์เขียนบทความด้านสุขภาพ อาหารเสริม และอุปกรณ์เพื่อสุขภาพมากว่า 4 ปี โดยทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ แพทย์ และเภสัชกร ทำให้มีโอกาสศึกษาข้อมูลเฉพาะทางเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพอย่างลึกซึ้ง นอกจากความสนใจในเรื่องสุขภาพแล้ว คุณออมยังหลงใหลในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ทั้งอาหาร การใช้ชีวิต และภาษาญี่ปุ่น โดยเคยเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยในจังหวัดมิเอะเป็นเวลา 1 ปี ประสบการณ์นี้ทำให้เธอได้เรียนรู้แนวคิดด้านสุขภาพของชาวญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารที่สมดุล วัฒนธรรมการดื่มชา หรือการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทำให้คุณออมสนุกกับการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับโภชนาการและการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน โดยเชื่อว่าการเลือกกินที่ดีและการปรับไลฟ์สไตล์ให้เหมาะสมเป็นสิ่งที่ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นอย่างยั่งยืน คุณออมจึงมุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อ่านสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
โอเมก้า 3 ช่วยอะไร
น้ำมันปลาช่วยบำรุงสมอง บำรุงหัวใจและหลอดเลือด บำรุงผิวและสายตาและลดการอักเสบในร่างกาย จึงเหมาะกับคนทุกกลุ่มที่รับประทานอาหารอาหารไม่เพียงพอ หรือมีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

โอเมก้า 3 เป็นแหล่งสำคัญของกรดไขมันโอเมก้า 3 ทั้ง EPA และ DHA ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ในปริมาณที่เพียงพอ โดยมีประโยชน์ครอบคลุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ดังนี้
บำรุงระบบหัวใจและหลอดเลือด ช่วยลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมปรับสมดุลความดันโลหิตและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบรวมถึงภาวะหัวใจขาดเลือดในระยะยาว
เสริมสร้างการทำงานของสมอง โดยเฉพาะกรดไขมัน DHA ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์สมอง ซึ่งมีบทบาทหลักในการช่วยเพิ่มทักษะการเรียนรู้ กระตุ้นความจำ และช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์สมองในกลุ่มผู้สูงอายุได้ดี
บรรเทาอาการอักเสบในร่างกาย มีส่วนช่วยลดการอักเสบในระดับเซลล์ได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อต่ออักเสบหรือโรคหน้าหนาวอย่างรูมาตอยด์ ซึ่งจะช่วยลดอาการปวด บวม และตึงบริเวณข้อต่อให้เคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น
บำรุงสายตาและสุขภาพผิว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตาเพื่อลดอาการตาแห้งจากการใช้หน้าจอนานๆ พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผิวพรรณให้ดูมีสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก
ปรับสมดุลอารมณ์และจิตใจ มีงานวิจัยจำนวนมากพบว่าการได้รับโอเมก้า 3 อย่างเพียงพอ มีส่วนสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้า ช่วยลดความเครียดสะสม และทำให้สภาวะทางอารมณ์มีความคงที่และผ่อนคลายมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้น้ำมันปลาจะมีประโยชน์สูง แต่สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือต้องเข้ารับการผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน เนื่องจากน้ำมันปลาอาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
น้ำมันตับปลากับโอเมก้า 3 ต่างกันอย่างไร
หลัก ๆ แล้วต่างกันตรงแหล่งที่มา โดยน้ำมันปลาจะสกัดจากเนื้อเยื่อของปลา ส่วนน้ำมันตับปลาสกัดจากตับของปลา ซึ่งทั้งสองมีกรดไขมันโอเมก้า 3 เหมือนกัน แต่น้ำมันตับปลาจะมี EPA, DHA น้อยกว่า

โอเมก้า 3 และน้ำมันตับปลา (Cod Liver Oil) ต่างกันหลัก ๆ ตรงแหล่งที่มา โดยน้ำมันปลาจะสกัดจากเนื้อเยื่อของปลาทะเลน้ำลึก แต่น้ำมันตับปลาสกัดจากตับของปลาบางชนิด เช่น ปลาค็อด ซึ่งทั้งสองชนิดจะมีกรดไขมันโอเมก้า 3 เหมือนกัน แต่น้ำมันปลาจะมี DHA และ EPA สูงกว่าน้ำมันตับปลาเล็กน้อย ในขณะที่น้ำมันตับปลาจะมีวิตามินเอและวิตามินดีปริมาณสูง ซึ่งจะช่วยบำรุงสายตา กระดูกและระบบภูมิคุ้มกัน
โดยทั่วไปแล้วจะไม่แนะนำให้ทานโอเมก้า 3และน้ำมันตับปลาร่วมกัน เพราะทั้งสองชนิดมีผลข้างเคียงที่ทำให้เลือดออกง่ายจนเกิดอันตราย ทำให้ได้รับกรดไขมันมากเกินความจำเป็น นอกจากนี้ หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยงการทานน้ำมันตับปลาโดยเด็ดขาด เพราะมีวิตามินเอปริมาณสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดความผิดปกติของทารกได้
วิธีการเลือกโอเมก้า 3
ปัจจุบันมีโอเมก้า 3 ให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งแต่ละยี่ห้อจะมีส่วนผสมที่ต่างกันไป ทั้งวิตามินอีหรือวิตามินดีที่ได้รับความนิยมสูง ผู้บริโภคจึงควรเลือกสูตรที่เหมาะกับความต้องการด้านสุขภาพมากที่สุด โดยขอแนะนำวิธีการเลือกดังนี้
ตรวจสอบขนาดของโอเมก้า 3 และสัดส่วนของ DHA, EPA ที่ควรได้รับต่อวัน
ปริมาณของโอเมก้า 3 รวมไปถึง DHA และ EPA มีผลต่อประสิทธิภาพในการบำรุง จึงควรพิจารณาปริมาณให้เหมาะสมกับความต้องการทางด้านร่างกาย ดังต่อไปนี้
กลุ่มผู้สูงอายุ เลือกโอเมก้า 3 ที่มีสัดส่วน EPA สูงกว่า DHA (3:2)
ผู้สูงอายุควรได้รับ EPA สูงกว่า DHA เพื่อช่วยลดการอักเสบในร่างกาย ลดไขมันไม่ดี (LDL) ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่ยังคงต้องการ DHA บำรุงสมอง

สำหรับผู้สูงอายุ แนะนำให้เลือกโอเมก้า 3ที่มีสัดส่วน EPA สูงกว่า DHA ในอัตราส่วน 3:2 เพื่อเน้นการดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดเป็นหลัก โดย EPA จะทำหน้าที่สำคัญในการลดระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์และยับยั้งการอักเสบตามข้อต่อต่างๆ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและอาการปวดเมื่อยที่มักพบในวัยนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในด้านการรับประทาน ควรได้รับโอเมก้า 3ปริมาณ 1,000-2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อให้ได้สารอาหารรวมกันอย่างน้อย 500-1,000 มิลลิกรัม แม้จะเน้น EPA แต่สัดส่วนนี้ยังมี DHA ที่เพียงพอต่อการช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์สมองและลดความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์
แหล่งที่มา
อ้างอิง Cardiovascular Risk Reduction with Icosapent Ethyl for Hypertriglyceridemia, Bhatt, D. L. et al., 2019, Harvard Medical School, USA
วัยเรียนและวัยทำงาน เลือกโอเมก้า 3 ที่มีสัดส่วน EPA และ DHA เท่ากันได้ (1:1)
วัยเรียนและวัยทำงานควรได้รับ EPA:DHA ในสัดส่วนที่เท่า ๆ กันเพื่อดูแลระบบสมองและลดการอักเสบ โดยเน้นตามช่วงอายุ เพราะแต่ละช่วงวัยมีการทำกิจกรรมและใช้พลังงานต่างกัน

สำหรับวัยเรียนและทำงานที่ต้องใช้สมองหนัก แนะนำสัดส่วน EPA และ DHA เท่ากัน (1:1) เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้และบำรุงจอประสาทตาควบคู่กัน โดย DHA จะช่วยเรื่องความจำ ส่วน EPA จะลดการอักเสบของสมองและทำงานร่วมกับกลุ่ม โอเมก้า 3 6 9 เพื่อปรับสมดุลร่างกายให้พร้อมรับความเครียดจากการทำงานและช่วยให้การดูดซึมสารอาหารทำงานได้ดีขึ้น
ในวัย 12 ปีขึ้นไปควรได้รับปริมาณรวม 250-500 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อรักษาความสดชื่นและป้องกันความเหนื่อยล้าของสมองจากการใช้สายตานาน ๆ ส่วนผู้ที่ไม่ทานเนื้อสัตว์สามารถเลือกรับโอเมก้า 3 จากพืช เช่น สาหร่ายหรือเมล็ดแฟลกซ์ เพื่อเติมเต็มความต้องการของร่างกายได้เช่นกัน
แหล่งที่มา
อ้างอิง Cognitive and physiological effects of Omega-3 polyunsaturated fatty acid supplementation in healthy subjects, Fontani, G. et al., 2005, University of Siena, Italy
สำหรับคนท้อง เลือกโอเมก้า 3 สัดส่วน DHA สูงกว่า EPA (1:2 หรือ 1:3)
คนท้องควรเน้น DHA สูงกว่า EPA เพื่อพัฒนาสมองและระบบประสาทของทารกในครรภ์ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน แต่ยังคงต้องใช้ EPA เพื่อลดการอักเสบและบำรุงสุขภาพหัวใจ

สำหรับหญิงตั้งครรภ์ควรเน้นโอเมก้า 3 ที่มีสัดส่วน DHA สูงกว่า EPA (1:2 หรือ 1:3) เพื่อช่วยพัฒนาสมอง ระบบประสาท และสายตาของทารกในครรภ์ให้สมบูรณ์ พร้อมลดความเสี่ยงภาวะคลอดก่อนกำหนด ส่วน EPA จะช่วยลดการอักเสบและป้องกันภาวะซึมเศร้าหลังคลอดของคุณแม่ ซึ่งเป็นการสร้างพื้นฐานสุขภาพที่ดีให้ทั้งคู่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์
ปริมาณที่แนะนำคือ 500-1,000 มก. ต่อวัน โดยต้องมี DHA อย่างน้อย 300 มก. เพื่อให้เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของทารก ซึ่งการเริ่มทานตั้งแต่ช่วงวางแผนตั้งครรภ์จะช่วยลดภาวะมีบุตรยากและเตรียมความพร้อมของร่างกายได้ดียิ่งขึ้น การเลือกสัดส่วนที่เน้น DHA จึงเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลโภชนาการสำหรับคุณแม่ยุคใหม่
แหล่งที่มา
อ้างอิง DHA supplementation and pregnancy outcomes, Carlson, S. E. et al., 2013, University of Kansas, USA
ควรปรึกษาแพทย์เจ้าของครรภ์และแจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้งก่อนหรือในขณะที่ทานอาหารเสริมน้ำมันปลา รวมทั้งควรหยุดทานโอเมก้า 3 4 สัปดาห์ก่อนคลอด เพราะโอเมก้า 3 จะเพิ่มความเสี่ยงของภาวะเลือดไหลไม่หยุดและเลือดแข็งตัวช้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการเสียเลือดมากขณะคลอด
เลือกโอเมก้า 3 ที่สกัดจากปลาทะเลน้ำลึกในแหล่งน้ำธรรมชาติ
ปลาทะเลน้ำลึกจากแหล่งธรรมชาติจะมีกรดไขมันโอเมก้า 3ปริมาณสูง (ทั้ง EPA และ DHA) มีสารพิษและโลหะหนักในระดับต่ำ เพราะเป็นแหล่งน้ำทะเลที่สะอาดและมีสิ่งแวดล้อมที่ดี

สำหรับสายพันธุ์ปลาที่นิยมนำมาสกัดโอเมก้า 3 เช่น แซลมอน ทูน่า และแมคเคอเรล ซึ่งปลาทุกชนิดมีกรดไขมันชนิดโอเมก้า 3 ทั้ง EPA, DHA ที่สกัดออกมาได้ปริมาณไม่แตกต่างกัน แต่น้ำมันปลาแซลมอนจะมีส่วนผสมของ DPA (Docosapentaenoic Acid) ที่จะต่างจากน้ำมันปลาที่สกัดจากปลาชนิดอื่น ซึ่งช่วยให้การบำรุงระบบต่าง ๆ ของร่างกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แหล่งที่มา
อ้างอิง An Update on the Content of Fatty Acids, Dioxins, PCBs and Heavy Metals in Farmed, Escaped and Wild Atlantic Salmon (Salmo salar L.) in Norway, Jensen, I. J. et al., 2020, UiT The Arctic University of Norway, Norway
เลือกโอเมก้า 3 ที่มีส่วนผสมของวิตามินอีร่วมด้วย
วิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันไม่ให้โอเมก้า 3 เสื่อมสภาพจากการออกซิเดชัน จึงช่วยคงประสิทธิภาพ อีกทั้งยังทำงานร่วมกับโอเมก้า 3 ได้ดีในการเสริมสร้างสุขภาพหัวใจและภูมิคุ้มกัน

วิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่จะทำให้โอเมก้า 3 เสื่อมคุณภาพลง จึงช่วยป้องกันโอเมก้า 3 จากการเสื่อมสภาพ ทำให้สารอาหารต่าง ๆ ในโอเมก้า 3 ออกฤทธิ์ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการผสมวิตามินอีลงไปจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานกับโอเมก้า 3 เช่น ช่วยต้านการอักเสบในร่างกายด้วย นอกจากนี้แสงแดดหรือความร้อนอาจทำให้คุณภาพของโอเมก้า 3 เสื่อมลงด้วยเช่นกัน จึงแนะนำให้เลือกโอเมก้า 3 ยี่ห้อที่บรรจุอยู่ในขวดทึบที่ป้องกันแสงแดดได้ เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาของโอเมก้า 3 โดยไม่สูญเสียคุณค่าทางโภชนาการ
แหล่งที่มา
อ้างอิง Effect of omega-3 fatty acid plus vitamin E Co-Supplementation on oxidative stress parameters: A systematic review and meta-analysis, Sepidarkish, M. et al., 2019, Tehran University of Medical Sciences, Iran
เลือกโอเมก้า 3 สูตรที่ผสมสารอาหารอื่น ๆ ร่วมด้วย
โอเมก้า 3 ที่เสริมสารอาหารอื่น ๆ ด้วยจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบำรุงเฉพาะจุดมากขึ้นและส่งเสริมการทำงานของน้ำมันปลาด้วย จึงเหมาะกับคนที่ต้องการดูแลเฉพาะด้าน เช่น คนท้อง ผู้สูงอายุ

- วิตามินดี มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ในขณะที่โอเมก้า 3 ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย จึงเสริมประสิทธิภาพภูมิคุ้มกันร่างกายโดยรวม อีกทั้งวิตามินดียังช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมในร่างกาย ซึ่งส่งผลดีต่อกระดูกและฟัน โอเมก้า 3 ที่เสริมวิตามินดี จึงเหมาะกับกลุ่มคนท้องและผู้สูงอายุ
- เลซิติน ช่วยการเผาผลาญไขมัน ลดระดับคอเลสเตอรอล บำรุงสมอง และระบบประสาท เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือดสูง ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการบำรุงสมอง
เลือกรูปแบบของโอเมก้า 3 ที่ดูดซึมได้ดีและไม่มีกลิ่นคาว
แบบซอฟต์เจลผลิตจากเจลาตินนิ่ม จึงละลายในกระเพาะอาหารได้ง่าย สารอาหารถูกปล่อยออกมาได้เร็วกว่าแบบเม็ดแข็ง ร่างกายจึงดูดซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเจลาตินยังช่วยกลบกลิ่นคาวได้ดี

การเลือกรูปแบบของโอเมก้า 3 ที่เหมาะสมช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนโดยไม่มีปัญหาเรื่องกลิ่นคาวกวนใจ เนื่องจากน้ำมันปลาไวต่อแสงและความร้อนจนเกิดกลิ่นหืนได้ง่าย การเลือกรูปแบบที่ถูกต้องจึงสำคัญมาก ดังนี้
เลือกรูปแบบแคปซูลซอฟต์เจล (Softgel Capsule) ช่วยกลบกลิ่นและรสชาติคาวได้ดีที่สุด ทำให้รับประทานง่ายขึ้น พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันอากาศภายนอกไม่ให้ทำปฏิกิริยากับกรดไขมัน ซึ่งช่วยคงคุณภาพและสารอาหารสำคัญไว้ได้อย่างครบถ้วน
ประสิทธิภาพการดูดซึมที่รวดเร็ว เนื้อแคปซูลนิ่มสามารถละลายในกระเพาะอาหารได้ไวกว่ารูปแบบอื่น ช่วยให้ร่างกายนำสารอาหารไปใช้ได้ทันทีและช่วยลดอาการระคายเคืองกระเพาะอาหาร เหมาะสำหรับผู้ที่มีระบบย่อยอาหารบอบบางและต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
เลือกใช้สูตรไร้กลิ่นคาว (Odorless) แนะนำให้มองหาแบรนด์ที่มีนวัตกรรมการกำจัดกลิ่นโดยเฉพาะหรือแต่งกลิ่นธรรมชาติเพื่อความสบายใจสำหรับผู้ที่ไวต่อกลิ่นปลา ช่วยลดอาการเรอเป็นกลิ่นคาวหลังรับประทานและทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่น่ารื่นรมย์ยิ่งขึ้น
การป้องกันกระบวนการออกซิเดชัน แคปซูลซอฟต์เจลช่วยปกป้องกรดไขมันไม่อิ่มตัวจากการสัมผัสออกซิเจน แสง และความร้อนที่เป็นตัวการหลักทำให้เกิดกลิ่นหืน จึงช่วยรักษาความสดใหม่และประสิทธิภาพของน้ำมันปลาให้ยาวนานจนถึงวันที่คุณรับประทาน
เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย
10 โอเมก้า 3 ยี่ห้อไหนดี Fish Oil
สินค้า | รูปภาพ | ช่องทางซื้อสินค้า | รายละเอียด | |||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
รูปแบบอาหารเสริม | ปริมาณน้ำมันปลาต่อเม็ด | ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | ปริมาณวิตามินอีต่อเม็ด | จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | มาตรฐานรับรอง | ||||
Dr.PONG Daily Omega-3 Odourless Fish Oil | ![]() | แบบแคปซูล | 1,000 mg | 180 mg | 120 mg | 15 หน่วยสากล | 75 เม็ด | อย., ฮาลาล, GHPs, HACCP | ||
MEGA We care FISH OIL 1000 mg | ![]() | แบบแคปซูล | 1,000 mg | 180 mg | 120 mg | ไม่ระบุ | 100 เม็ด | อย., GMP | ||
Blackmores Fish Oil 1000 | ![]() | แบบแคปซูล | 1,000 mg | 180 mg | 120 mg | 10 หน่วยสากล | 80 เม็ด | อย. | ||
VISTRA OMEGA Concentrate x3 rTG | ![]() | แบบแคปซูลซอฟต์เจล | 1,150 mg | 552 mg | 368 mg | ไม่ระบุ | 30 เม็ด | อย., HACCP | ||
Biocap Fish Oil | ![]() | แบบแคปซูลซอฟต์เจล | 500 mg | 90 mg | 60 mg | 2.68 หน่วยสากล | 30 เม็ด | อย. | ||
CEO Factory Omega 3 Triple | ![]() | แบบแคปซูลซอฟต์เจล | 1.400 mg | 540 mg | 360 mg | 13.33 หน่วยสากล | 60 เม็ด | อย. | ||
Amsel Fish Oil Mini Caps 500 mg | ![]() | แบบแคปซูล | 500 mg | 180 mg | 120 mg | ไม่ระบุ | 75 เม็ด | อย., ฮาลาล | ||
Giffarine Fish Oil 1000 | ![]() | แบบแคปซูล | 1,000 mg | 180 mg | 120 mg | ไม่ระบุ | 90 เม็ด | อย., ฮาลาล | ||
Real Elixir FISH OIL | ![]() | แบบแคปซูลซอฟต์เจล | 1,000 mg | 180 mg | 120 mg | 6 หน่วยสากล | 30 เม็ด | อย. | ||
VIDA Fish Oil | ![]() | แบบแคปซูลซอฟต์เจล | 1,000 mg | 180 mg | 120 mg | 18.51 หน่วยสากล | 30 เม็ด | อย., GHPs | ||
Dr.PONG Daily Omega-3 Odourless Fish Oil
สูตร Odourless ไม่มีกลิ่นคาวปลา รูปแบบแคปซูลเจลนิ่ม
- น้ำมันปลาสูตร Odourless ไม่มีกลิ่นคาวปลา รูปแบบแคปซูลเจลนิ่ม ทำให้รับประทานได้ง่าย
- สกัดจากปลาทะเล 5 สายพันธุ์ เช่น Carangidae, Clupeidae, Engraulidae, Scombridae
- มีกรดไขมันจำเป็นกลุ่มโอเมก้า 3 ที่ประกอบไปด้วย EPA และ DHA ในปริมาณ 300 มิลลิกรัม
- มีส่วนประกอบของถั่วเหลือง ผู้มีอาการแพ้ควรหลีกเลี่ยง เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน
| รูปแบบอาหารเสริม | แบบแคปซูล |
|---|---|
| ปริมาณน้ำมันปลาต่อเม็ด | 1,000 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 180 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 120 mg |
| ปริมาณวิตามินอีต่อเม็ด | 15 หน่วยสากล |
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 75 เม็ด |
| มาตรฐานรับรอง | อย., ฮาลาล, GHPs, HACCP |
สกัดจากปลาแอนโชวี่ มีวิตามินอี ช่วยลดไตรกลีเซอไรด์
- น้ำมันปลาสกัดจากปลาแอนโชวี่ 1,000 มิลลิกรัม ในรูปแบบของแคปซูลซอฟต์เจล 30 แคปซูล
- บรรจุในขวดพลาสติกแบบทึบ ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพจากแสงแดด ตกแล้วไม่แตกง่าย
- สัดส่วนของปริมาณ EPA และ DHA อยู่ที่ 3:2 โดยมี EPA 180 มิลลิกรัม DHA 120 มิลลิกรัม
- ผู้ที่มีเลือดแข็งตัวช้าควรหลีกเลี่ยง ส่วนเด็ก สตรีมีครรภ์และผู้ที่แพ้ปลาทะเลห้ามรับประทาน
| รูปแบบอาหารเสริม | แบบแคปซูล |
|---|---|
| ปริมาณน้ำมันปลาต่อเม็ด | 1,000 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 180 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 120 mg |
| ปริมาณวิตามินอีต่อเม็ด | ไม่ระบุ |
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 100 เม็ด |
| มาตรฐานรับรอง | อย., GMP |
น้ำมันสกัดจากปลาทะเล อุดมด้วยโอเมก้า 3 และวิตามินอี
- สกัดจากปลาทะเล มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงถึง 300 มิลลิกรัมต่อแคปซูล บรรจุในขวดสีชา
- สัดส่วนของ EPA และ DPA อยู่ที่ 3:2 โดยมี EPA 180 มิลลิกรัม และ DHA 120 มิลลิกรัม
- มีส่วนผสมของวิตามินอี ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงสมอง เส้นผมและผิว ทั้งยังทำให้เลือดไหลเวียนดี
- เด็ก สตรีมีครรภ์และผู้ที่แพ้ปลาทะเลห้ามรับประทาน และควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้ที่เลือดแข็งตัวช้า
| รูปแบบอาหารเสริม | แบบแคปซูล |
|---|---|
| ปริมาณน้ำมันปลาต่อเม็ด | 1,000 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 180 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 120 mg |
| ปริมาณวิตามินอีต่อเม็ด | 10 หน่วยสากล |
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 80 เม็ด |
| มาตรฐานรับรอง | อย. |
แคปซูลนิ่ม น้ำมันปลาใกล้เคียงธรรมชาติ โอเมก้า 3 เข้มข้น
- บรรจุในขวดสีทึบ ป้องกันการเสื่อมสภาพของน้ำมันปลา และรักษาคุณภาพของสารอาหาร
- ใช้น้ำมันปลาแบบ rTG ใกล้เคียงน้ำมันปลาธรรมชาติ ทำให้ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้ได้ดี
- รูปแบบแคปซูลนิ่ม ช่วยให้กลืนง่าย ไม่ทำให้ระคายคอ และลดกลิ่นคาวปลาหลังรับประทาน
- เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีภาวะเลือดแข็งตัวช้า รวมถึงผู้ที่มีอาการแพ้ปลาทะเลห้ามรับประทาน
| รูปแบบอาหารเสริม | แบบแคปซูลซอฟต์เจล |
|---|---|
| ปริมาณน้ำมันปลาต่อเม็ด | 1,150 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 552 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 368 mg |
| ปริมาณวิตามินอีต่อเม็ด | ไม่ระบุ |
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 30 เม็ด |
| มาตรฐานรับรอง | อย., HACCP |
กลืนง่าย มีวิตามินอีรักษาคุณภาพน้ำมันปลา ลดการอักเสบ
- บรรจุในรูปแบบแคปซูลนิ่ม ช่วยลดกลิ่นคาวน้ำมันปลา และทำให้กลืนรับประทานได้สะดวก
- มี EPA ช่วยดูแลการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด และ DHA ช่วยบำรุงสมองและสายตา
- ส่วนผสมวิตามินอี ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำมันปลาเสื่อมสภาพ และลดอาการอักเสบในร่างกาย
- เด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้ที่แพ้ปลาทะเลไม่ควรทาน และผู้ที่เลือดแข็งตัวช้า ควรปรึกษาแพทย์
| รูปแบบอาหารเสริม | แบบแคปซูลซอฟต์เจล |
|---|---|
| ปริมาณน้ำมันปลาต่อเม็ด | 500 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 90 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 60 mg |
| ปริมาณวิตามินอีต่อเม็ด | 2.68 หน่วยสากล |
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 30 เม็ด |
| มาตรฐานรับรอง | อย. |
กลิ่นเลมอน สกัดแบบเอทิลเอสเทอร์ รักษาคุณภาพโอเมก้า 3
- ซอฟต์เจลช่วยให้กลืนง่าย ไม่ระคายคอ และแต่งกลิ่นเลมอนช่วยลดกลิ่นคาวของน้ำมันปลา
- ส่วนผสมดี - อัลฟ่า โทโคฟีรอล ช่วยป้องกันน้ำมันปลาเหม็นหืน และรักษาคุณภาพของโอเมก้า 3
- โอเมก้า 3 รูปแบบเอทิลเอสเทอร์ที่ผ่านการสกัด ทำให้มีความเข้มข้นสูง และช่วยให้ดูดซึมได้ดี
- เด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้แพ้อาหารทะเลไม่ควรทาน และผู้ที่เลือดแข็งตัวช้าควรระมัดระวังในการทาน
| รูปแบบอาหารเสริม | แบบแคปซูลซอฟต์เจล |
|---|---|
| ปริมาณน้ำมันปลาต่อเม็ด | 1.400 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 540 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 360 mg |
| ปริมาณวิตามินอีต่อเม็ด | 13.33 หน่วยสากล |
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 60 เม็ด |
| มาตรฐานรับรอง | อย. |
แคปซูลนิ่มกลืนง่าย กลิ่นคาวปลาน้อย ช่วยดูแลระบบหัวใจ
- ซอฟต์เจลขนาดเล็ก ช่วยให้เด็กโตและผู้สูงวัยที่ทานยาเม็ดลำบากสามารถกลืนได้ง่ายขึ้น
- สกัดจากปลาทะเลน้ำลึก ทำให้มีปริมาณน้ำมันปลารวมสูงสุด 500 มิลลิกรัมต่อแคปซูล
- มีสัดส่วนของ EPA ที่สูงกว่า DHA โดยมี EPA 180 มิลลิกรัม และ DHA 120 มิลลิกรัม
- เด็ก สตรีมีครรภ์และผู้แพ้อาหารทะเลไม่ควรทาน ผู้ที่เลือดแข็งตัวช้าควรใช้อย่างระมัดระวัง
| รูปแบบอาหารเสริม | แบบแคปซูล |
|---|---|
| ปริมาณน้ำมันปลาต่อเม็ด | 500 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 180 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 120 mg |
| ปริมาณวิตามินอีต่อเม็ด | ไม่ระบุ |
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 75 เม็ด |
| มาตรฐานรับรอง | อย., ฮาลาล |
สกัดจากปลาทะเล ลดไตรกลีเซอไรด์ บำรุงระบบประสาท
- บรรจุในขวดสีทึบ จำนวน 90 แคปซูล เพื่อช่วยป้องกันแสงที่ทำให้น้ำมันปลาเสื่อมคุณภาพ
- สกัดจากปลาทะเลในยุโรป อเมริกาใต้ และแอฟริกาเหนือ ให้น้ำมันปลา 1,000 มิลลิกรัม
- กรดไขมัน EPA ควบคุมระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ และบรรเทาอาการอักเสบตามข้อต่อได้
- ระวังการใช้สำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เด็กและสตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยง
| รูปแบบอาหารเสริม | แบบแคปซูล |
|---|---|
| ปริมาณน้ำมันปลาต่อเม็ด | 1,000 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 180 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 120 mg |
| ปริมาณวิตามินอีต่อเม็ด | ไม่ระบุ |
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 90 เม็ด |
| มาตรฐานรับรอง | อย., ฮาลาล |
จากปลาทะเลน้ำลึก มีโอเมก้า 3 และ 6 ช่วยดูแลหลอดเลือด
- สกัดจากปลาทะเลน้ำลึกในเขตหนาว ให้กรดไขมันบริสุทธิ์และให้สารอาหารที่มีความเข้มข้น
- กรดไขมันโอเมก้า 3 เช่น EPA และ DHA เสริมการทำงานของหัวใจ สมอง และระบบประสาท
- มีวิตามินอีช่วยคงคุณภาพของน้ำมันปลา บรรเทาการอักเสบ และทำให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้น
- มีส่วนช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ปรับสมดุลคอเลสเตอรอล ลดไขมันไม่ดีและเพิ่มไขมันดี
| รูปแบบอาหารเสริม | แบบแคปซูลซอฟต์เจล |
|---|---|
| ปริมาณน้ำมันปลาต่อเม็ด | 1,000 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 180 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 120 mg |
| ปริมาณวิตามินอีต่อเม็ด | 6 หน่วยสากล |
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 30 เม็ด |
| มาตรฐานรับรอง | อย. |
มีวิตามินอี บำรุงระบบประสาทและผิว ปราศจากสารปนเปื้อน
- สกัดจากปลาทะเลน้ำลึกประเทศนิวซีแลนด์ และผ่านการทดสอบสารปนเปื้อนและโลหะหนัก
- ผสมวิตามินอี ช่วยให้น้ำมันปลาไม่เสื่อมสภาพ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และทำให้ผิวดูชุ่มชื้น
- ช่วยดูแลการทำงานของระบบหัวใจ หลอดเลือด สมอง ระบบประสาท และสายตาให้เป็นปกติ
- เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ที่แพ้ปลาทะเล และถั่วเหลืองไม่ควรทาน ผู้ที่เลือดแข็งตัวช้าควรระมัดระวัง
| รูปแบบอาหารเสริม | แบบแคปซูลซอฟต์เจล |
|---|---|
| ปริมาณน้ำมันปลาต่อเม็ด | 1,000 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 180 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 120 mg |
| ปริมาณวิตามินอีต่อเม็ด | 18.51 หน่วยสากล |
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 30 เม็ด |
| มาตรฐานรับรอง | อย., GHPs |
โอเมก้า 3 กินตอนไหนดี
โอเมก้า 3 ไม่ควรกินคู่กับอะไร
ไม่ควรรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น Warfarin Aspirin หรือ Clopidogrel ซึ่งเมื่อรับประทานร่วมกับน้ำมันปลาที่มีฤทธิ์ต้านการเกาะตัวของเกล็ดเลือดเช่นกัน อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะเลือดออกผิดปกติได้ และควรหลีกเลี่ยงการรับประทานร่วมกับสมุนไพรหรืออาหารเสริมที่ฤทธิ์ต้านเกล็ดเลือด เช่น แปะก๊วย กระเทียม ขมิ้นชัน ขิง หรือวิตามิน E ขนาดสูง ซึ่งอาจเสริมฤทธิ์กันและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออก
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ
































































































