
10 น้ำมันปลา ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 Fish Oil โอเมก้า 3 สูง
น้ำมันปลาหรือ Fish Oil เป็นสารสกัดจากเนื้อเยื่อของปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาทูน่า และปลาแซลมอน ซึ่งมีส่วนประกอบของโอเมก้า 3 (Omega 3) ที่ให้ EPA และ DHA ปริมาณสูง จึงช่วยบำรุงสมอง บำรุงหัวใจและลดการอักเสบในร่างกาย รวมถึงลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดได้ โดยมีทั้งแบบน้ำมันเหลวและแคปซูล
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกน้ำมันปลาให้เหมาะกับสุขภาพ พร้อมคำแนะนำจาก ภก.ณัฐดนัย สุวัฑฒิต และ ภญ.ภาณิกา เพชระบูรณิน เภสัชกร และยังมี 10 น้ำมันปลา ยี่ห้อยอดนิยม ซึ่งให้ DHA และ EPA สูงในสัดส่วนที่เหมาะสม ทั้งน้ำมันปลาผู้สูงอายุ น้ำมันปลาคนท้อง หรือน้ำมันปลาสูตรสำหรับวัยทำงานทั่วไปมาแนะนำเพิ่มเติมด้วย
Top 5 น้ำมันปลา

ภก.ณัฐดนัย สุวัฑฒิต จบการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกำลังศึกษาต่อ MBA คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด ตำแหน่ง Product Manager (ผู้จัดการผลิตภัณฑ์) บริษัทยาแห่งหนึ่ง และเป็นเจ้าของร้านยา (หุ้นส่วน) และปฎิบัติงานในร้านยาทั้งทั่วไปและร้านยาเชน (Part-time) คุณบอสเคยทำงานทั้งด้านการขาย การตลาด และเภสัชกรร้านยา รวมทั้งงานอาสาปฏิบัติงานที่ Hospitel ช่วงสถานการณ์ COVID-19 ด้วย และนอกเหนือจากงานในสายอาชีพแล้ว คุณบอสยังมีประสบการณ์ด้านงานเขียนบทความลงในเพจและเว็บไซต์ร้านยาขณะที่ทำงานร้านยาอีกด้วย

คุณป่านจบการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีประสบการณ์การทำงานมา 5 ปี ทั้งในสายงานโรงพยาบาลและร้านขายยา จึงมีโอกาสได้ใช้ความรู้ทางด้านยาและด้านสุขภาพที่ได้เรียนมาเพื่อแนะนำให้แก่ผู้ป่วยหรือผู้ที่มีปัญหาภาวะสุขภาพต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ ปัจจุบันคุณป่านทำงานในบริษัทที่ให้บริการด้านสุขภาพและความงาม โดยมีหน้าที่คอยส่งเสริมและสนับสนุนการทำงานของพนักงานหน้าร้าน เพื่อส่งต่อข้อมูลดี ๆ แก่บุคคลทั่วไปให้มีคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น นอกจากอาชีพสายงานโรงพยาบาลและร้านยาแล้ว คุณป่านยังมีความสนใจเรื่องสุขภาพและอาหารเสริมเพื่อดูแลสุขภาพตนเองและคนในครอบครัวอีกด้วย

คุณออมเป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์เขียนบทความด้านสุขภาพ อาหารเสริม และอุปกรณ์เพื่อสุขภาพมากว่า 4 ปี โดยทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ แพทย์ และเภสัชกร ทำให้มีโอกาสศึกษาข้อมูลเฉพาะทางเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพอย่างลึกซึ้ง นอกจากความสนใจในเรื่องสุขภาพแล้ว คุณออมยังหลงใหลในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ทั้งอาหาร การใช้ชีวิต และภาษาญี่ปุ่น โดยเคยเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยในจังหวัดมิเอะเป็นเวลา 1 ปี ประสบการณ์นี้ทำให้เธอได้เรียนรู้แนวคิดด้านสุขภาพของชาวญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารที่สมดุล วัฒนธรรมการดื่มชา หรือการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทำให้คุณออมสนุกกับการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับโภชนาการและการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน โดยเชื่อว่าการเลือกกินที่ดีและการปรับไลฟ์สไตล์ให้เหมาะสมเป็นสิ่งที่ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นอย่างยั่งยืน คุณออมจึงมุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อ่านสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
น้ำมันปลาช่วยอะไร

น้ำมันปลาช่วยบำรุงสมอง บำรุงหัวใจและหลอดเลือด บำรุงผิวและสายตาและลดการอักเสบในร่างกาย จึงเหมาะกับคนทุกกลุ่มที่รับประทานอาหารอาหารไม่เพียงพอ หรือมีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

น้ำมันปลา หรือ Fish Oil เป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 ชนิดสำคัญสองชนิดคือ EPA และ DHA จึงมีบทบาทสำคัญต่อหลายระบบของร่างกาย ได้แก่
- ช่วยบำรุงระบบหัวใจและหลอดเลือด มีส่วนช่วยลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือด
- บำรุงสมองและระบบประสาท โดย DHA มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสมองในเด็ก
- ชะลอความเสื่อมของสมอง
- ลดอาการอักเสบในร่างกาย
- เพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตาและผิวหนัง
ทั้งนี้ คนที่มีสุขภาพแข็งแรงและรับประทานอาหารอย่างเพียงพอในแต่ละวัน อาจไม่จำเป็นต้องรับประทานน้ำมันปลาเสริม แต่ในกรณีที่ร่างกายได้รับกรดไขมันโอเมก้า 3 ไม่เพียงพอ เช่น ผู้ที่รับประทานปลาน้อยหรือผู้ที่มีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มรับประทาน เพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัย
น้ำมันตับปลากับน้ำมันปลา ต่างกันอย่างไร

หลัก ๆ แล้วต่างกันตรงแหล่งที่มา โดยน้ำมันปลาจะสกัดจากเนื้อเยื่อของปลา ส่วนน้ำมันตับปลาสกัดจากตับของปลา ซึ่งทั้งสองมีกรดไขมันโอเมก้า 3 เหมือนกัน แต่น้ำมันตับปลาจะมี EPA, DHA น้อยกว่า

น้ำมันปลา (Fish Oil) และน้ำมันตับปลา (Cod Liver Oil) ต่างกันหลัก ๆ ตรงแหล่งที่มา โดยน้ำมันปลาจะสกัดจากเนื้อเยื่อของปลาทะเลน้ำลึก แต่น้ำมันตับปลาสกัดจากตับของปลาบางชนิด เช่น ปลาค็อด ซึ่งทั้งสองชนิดจะมีกรดไขมันโอเมก้า 3 เหมือนกัน แต่น้ำมันปลาจะมี DHA และ EPA สูงกว่าน้ำมันตับปลาเล็กน้อย ในขณะที่น้ำมันตับปลาจะมีวิตามินเอและวิตามินดีปริมาณสูง ซึ่งจะช่วยบำรุงสายตา กระดูกและระบบภูมิคุ้มกัน
โดยทั่วไปแล้วจะไม่แนะนำให้ทานน้ำมันปลาและน้ำมันตับปลาร่วมกัน เพราะทั้งสองชนิดมีผลข้างเคียงที่ทำให้เลือดออกง่ายจนเกิดอันตราย ทำให้ได้รับกรดไขมันมากเกินความจำเป็น นอกจากนี้ หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยงการทานน้ำมันตับปลาโดยเด็ดขาด เพราะมีวิตามินเอปริมาณสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดความผิดปกติของทารกได้
วิธีการเลือกน้ำมันปลา
ปัจจุบันมีน้ำมันปลาให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งแต่ละยี่ห้อจะมีส่วนผสมที่ต่างกันไป ทั้งวิตามินอีหรือวิตามินดีที่ได้รับความนิยมสูง ผู้บริโภคจึงควรเลือกสูตรที่เหมาะกับความต้องการด้านสุขภาพมากที่สุด โดยขอแนะนำวิธีการเลือกดังนี้
เลือกน้ำมันปลาที่สกัดจากปลาทะเลน้ำลึกในแหล่งน้ำธรรมชาติ

ปลาทะเลน้ำลึกจากแหล่งธรรมชาติจะมีกรดไขมันโอเมก้า 3ปริมาณสูง (ทั้ง EPA และ DHA) มีสารพิษและโลหะหนักในระดับต่ำ เพราะเป็นแหล่งน้ำทะเลที่สะอาดและมีสิ่งแวดล้อมที่ดี

สำหรับสายพันธุ์ปลาที่นิยมนำมาสกัดน้ำมันปลา เช่น แซลมอน ทูน่า และแมคเคอเรล ซึ่งปลาทุกชนิดมีกรดไขมันชนิดโอเมก้า 3 ทั้ง EPA, DHA ที่สกัดออกมาได้ปริมาณไม่แตกต่างกัน แต่น้ำมันปลาแซลมอนจะมีส่วนผสมของ DPA (Docosapentaenoic Acid) ที่จะต่างจากน้ำมันปลาที่สกัดจากปลาชนิดอื่น ซึ่งช่วยให้การบำรุงระบบต่าง ๆ ของร่างกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ตรวจสอบขนาดน้ำมันปลาและสัดส่วนของ DHA, EPA ที่ควรได้รับต่อวัน
ปริมาณของน้ำมันปลา รวมไปถึง DHA และ EPA มีผลต่อประสิทธิภาพในการบำรุง จึงควรพิจารณาปริมาณให้เหมาะสมกับความต้องการทางด้านร่างกาย ดังต่อไปนี้
กลุ่มผู้สูงอายุ เลือกน้ำมันปลาที่มีสัดส่วน EPA สูงกว่า DHA (3:2)

ผู้สูงอายุควรได้รับ EPA สูงกว่า DHA เพื่อช่วยลดการอักเสบในร่างกาย ลดไขมันไม่ดี (LDL) ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่ยังคงต้องการ DHA บำรุงสมอง

สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุนั้น EPA จะมีหน้าที่หลักในการช่วยลดการอักเสบ ลดไขมัน ไตรกลีเซอร์ไรด์ และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ ส่วน DHA จะช่วยชะลอการเสื่อมของสมอง และโรคอัลไซเมอร์ซึ่งเหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ
โดยทั่วไปแล้วผู้สูงอายุควรทานน้ำมันปลาขนาด 1,000 - 2,000 mg ต่อวัน โดยมีส่วนผสมของ EPA และ DHA อย่างน้อย 500 - 1,000 mg รวมทั้งเลือกน้ำมันปลาที่มีสัดส่วน EPA:DHA = 3:2 กล่าวคือ ควรมีสัดส่วน EPA สูงกว่า เพื่อเน้น EPA ช่วยลดการอักเสบ ลดอาการปวด และลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่ยังมี DHA ที่เพียงพอในการชะลอความเสื่อมของสมอง
วัยเรียนและวัยทำงาน เลือกน้ำมันปลาที่มีสัดส่วน EPA และ DHA เท่ากันได้ (1:1)

วัยเรียนและวัยทำงานควรได้รับ EPA:DHA ในสัดส่วนที่เท่า ๆ กันเพื่อดูแลระบบสมองและลดการอักเสบ โดยเน้นตามช่วงอายุ เพราะแต่ละช่วงวัยมีการทำกิจกรรมและใช้พลังงานต่างกัน

- อายุ 1 - 2 ปี ควรเลือกน้ำมันปลาที่มีส่วนผสมของ EPA และ DHA 100 - 150 mg ต่อวัน
- อายุ 2 - 12 ปี ควรเลือน้ำมันปลาที่มีส่วนผสมของ EPA และ DHA 200 - 250 mg ต่อวัน
- อายุ 12 ปีขึ้นไป จนถึงวัยทำงาน ควรเลือกน้ำมันปลาที่มีส่วนผสมของ EPA และ DHA 250 - 500 mg ต่อวัน
คนท้อง เลือกน้ำมันปลาสัดส่วน DHA สูงกว่า EPA (1:2 หรือ 1:3)

คนท้องควรเน้น DHA สูงกว่า EPA เพื่อพัฒนาสมองและระบบประสาทของทารกในครรภ์ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน แต่ยังคงต้องใช้ EPA เพื่อลดการอักเสบและบำรุงสุขภาพหัวใจ

น้ำมันปลามีประโยชน์ต่อหญิงตั้งครรภ์อย่างมาก โดย DHA จะช่วยพัฒนาสมอง ระบบประสาท และสายตาของทารกในครรภ์ ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนและการคลอดก่อนกำหนด ส่วน EPA จะมีส่วนช่วยลดการอักเสบของทั้งทารกและแม่ และช่วยป้องกันภาวะซึมเศร้าหลังคลอด
สำหรับหญิงตั้งครรภ์แนะนำให้ทานน้ำมันปลาขนาด 500 mg และไม่เกิน 1000 mg ต่อวัน และมี DHA อย่างน้อย 300 mg ต่อวัน (พิจารณา DHA เป็นหลัก ซึ่งมีความสำคัญสำหรับหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์) โดยแนะนำให้ทานตั้งแต่ช่วงเตรียมหรือวางแผนการตั้งครรภ์ เนื่องจากมีการศึกษาพบว่าสามารถช่วยลดภาวะมีบุตรยากได้ด้วย

ควรปรึกษาแพทย์เจ้าของครรภ์และแจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้งก่อนหรือในขณะที่ทานอาหารเสริมน้ำมันปลา รวมทั้งควรหยุดทานน้ำมันปลา 4 สัปดาห์ก่อนคลอด เพราะน้ำมันปลาจะเพิ่มความเสี่ยงของภาวะเลือดไหลไม่หยุดและเลือดแข็งตัวช้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการเสียเลือดมากขณะคลอด
เลือกน้ำมันปลาที่มีส่วนผสมของวิตามินอีเพื่อช่วยคงสภาพของโอเมก้า 3

วิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันไม่ให้โอเมก้า 3 เสื่อมสภาพจากการออกซิเดชัน จึงช่วยคงประสิทธิภาพ อีกทั้งยังทำงานร่วมกับโอเมก้า 3 ได้ดีในการเสริมสร้างสุขภาพหัวใจและภูมิคุ้มกัน

วิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่จะทำให้น้ำมันปลาเสื่อมคุณภาพลง จึงช่วยป้องกันน้ำมันปลาจากการเสื่อมสภาพ ทำให้สารอาหารต่าง ๆ ในน้ำมันปลาออกฤทธิ์ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการผสมวิตามินอีลงไปจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานกับน้ำมันปลา เช่น ช่วยต้านการอักเสบในร่างกายด้วย นอกจากนี้ แสงแดดหรือความร้อนอาจทำให้คุณภาพของน้ำมันปลาเสื่อมลงด้วยเช่นกัน จึงแนะนำให้เลือกน้ำมันปลายี่ห้อที่บรรจุอยู่ในขวดทึบที่ป้องกันแสงแดดได้ เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาของน้ำมันปลาโดยไม่สูญเสียคุณค่าทางโภชนาการ
เลือกน้ำมันปลาสูตรที่ผสมสารอาหารอื่น ๆ พื่อเสริมประสิทธิภาพการบำรุง

น้ำมันปลาที่เสริมสารอาหารอื่น ๆ ด้วยจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบำรุงเฉพาะจุดมากขึ้นและส่งเสริมการทำงานของน้ำมันปลาด้วย จึงเหมาะกับคนที่ต้องการดูแลเฉพาะด้าน เช่น คนท้อง ผู้สูงอายุ

- วิตามินดี มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ในขณะที่โอเมก้า 3 ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย จึงเสริมประสิทธิภาพภูมิคุ้มกันร่างกายโดยรวม อีกทั้งวิตามินดียังช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมในร่างกาย ซึ่งส่งผลดีต่อกระดูกและฟัน น้ำมันปลาที่เสริมวิตามินดี จึงเหมาะกับกลุ่มคนท้องและผู้สูงอายุ
- เลซิติน ช่วยการเผาผลาญไขมัน ลดระดับคอเลสเตอรอล บำรุงสมอง และระบบประสาท เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือดสูง ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการบำรุงสมอง
แนะนำให้เลือกน้ำมันปลาแบบซอฟต์เจลเพื่อการดูดซึมที่ดีและไม่มีกลิ่นคาว

แบบซอฟต์เจลผลิตจากเจลาตินนิ่ม จึงละลายในกระเพาะอาหารได้ง่าย สารอาหารถูกปล่อยออกมาได้เร็วกว่าแบบเม็ดแข็ง ร่างกายจึงดูดซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเจลาตินยังช่วยกลบกลิ่นคาวได้ดี

เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย
10 น้ำมันปลา ยี่ห้อไหนดี Fish Oil โอเมก้า 3 สูง
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | รายละเอียด | |||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
รูปแบบอาหารเสริม | ปริมาณน้ำมันปลาต่อเม็ด | ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | ปริมาณวิตามินอีต่อเม็ด | จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | มาตรฐานรับรอง | |||||
PR | Blackmores แบลคมอร์ส โอเมก้า ดีเอชเอ น้ำมันปลาผสมวิตามิน อี | ![]() | น้ำมันปลาสกัดพร้อมวิตามินอี DHA สูง 500 mg ต่อ 1 แคปซูล | แบบแคปซูล | 1,000 mg | 100 mg | 500 mg | 2.25 หน่วยสากล | 60 เม็ด | ||
Dr.PONG Daily Omega-3 Odourless Fish Oil | ![]() | สูตร Odourless ไม่มีกลิ่นคาวปลา รูปแบบแคปซูลเจลนิ่ม | แบบแคปซูล | 1,000 mg | 180 mg | 120 mg | 15 หน่วยสากล | 75 เม็ด | อย., ฮาลาล, GHPs, HACCP | ||
MEGA We care FISH OIL 1000 mg | ![]() | สกัดจากปลาแอนโชวี่ มีวิตามินอี ช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ | แบบแคปซูล | 1,000 mg | 180 mg | 120 mg | ไม่ระบุ | 100 เม็ด | อย., GMP | ||
Blackmores Fish Oil 1000 | ![]() | น้ำมันสกัดจากปลาทะเล อุดมด้วยโอเมก้า 3 และวิตามินอี | แบบแคปซูล | 1,000 mg | 180 mg | 120 mg | 10 หน่วยสากล | 80 เม็ด | อย. | ||
VISTRA OMEGA Concentrate x3 rTG | ![]() | แคปซูลนิ่ม น้ำมันปลาใกล้เคียงธรรมชาติ โอเมก้า 3 เข้มข้น | แบบแคปซูลซอฟต์เจล | 1,150 mg | 552 mg | 368 mg | ไม่ระบุ | 30 เม็ด | อย., HACCP | ||
Biocap Fish Oil | ![]() | กลืนง่าย มีวิตามินอีรักษาคุณภาพน้ำมันปลา ลดการอักเสบ | แบบแคปซูลซอฟต์เจล | 500 mg | 90 mg | 60 mg | 2.68 หน่วยสากล | 30 เม็ด | อย. | ||
CEO Factory Omega 3 Triple | ![]() | กลิ่นเลมอน สกัดแบบเอทิลเอสเทอร์ รักษาคุณภาพโอเมก้า 3 | แบบแคปซูลซอฟต์เจล | 1.400 mg | 540 mg | 360 mg | 13.33 หน่วยสากล | 60 เม็ด | อย. | ||
Amsel Fish Oil Mini Caps 500 mg | ![]() | แคปซูลนิ่มกลืนง่าย กลิ่นคาวปลาน้อย ช่วยดูแลระบบหัวใจ | แบบแคปซูล | 500 mg | 180 mg | 120 mg | ไม่ระบุ | 75 เม็ด | อย., ฮาลาล | ||
Giffarine Fish Oil 1000 | ![]() | สกัดจากปลาทะเล ลดไตรกลีเซอไรด์ บำรุงระบบประสาท | แบบแคปซูล | 1,000 mg | 180 mg | 120 mg | ไม่ระบุ | 90 เม็ด | อย., ฮาลาล | ||
Real Elixir FISH OIL | ![]() | จากปลาทะเลน้ำลึก มีโอเมก้า 3 และ 6 ช่วยดูแลหลอดเลือด | แบบแคปซูลซอฟต์เจล | 1,000 mg | 180 mg | 120 mg | 6 หน่วยสากล | 30 เม็ด | อย. | ||
VIDA Fish Oil | ![]() | มีวิตามินอี บำรุงระบบประสาทและผิว ปราศจากสารปนเปื้อน | แบบแคปซูลซอฟต์เจล | 1,000 mg | 180 mg | 120 mg | 18.51 หน่วยสากล | 30 เม็ด | อย., GHPs | ||
Dr.PONG Daily Omega-3 Odourless Fish Oil
สูตร Odourless ไม่มีกลิ่นคาวปลา รูปแบบแคปซูลเจลนิ่ม
- น้ำมันปลาสูตร Odourless ไม่มีกลิ่นคาวปลา รูปแบบแคปซูลเจลนิ่ม ทำให้รับประทานได้ง่าย
- สกัดจากปลาทะเล 5 สายพันธุ์ เช่น Carangidae, Clupeidae, Engraulidae, Scombridae
- มีกรดไขมันจำเป็นกลุ่มโอเมก้า 3 ที่ประกอบไปด้วย EPA และ DHA ในปริมาณ 300 มิลลิกรัม
- มีส่วนประกอบของถั่วเหลือง ผู้มีอาการแพ้ควรหลีกเลี่ยง เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน
| รูปแบบอาหารเสริม | แบบแคปซูล |
|---|---|
| ปริมาณน้ำมันปลาต่อเม็ด | 1,000 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 180 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 120 mg |
| ปริมาณวิตามินอีต่อเม็ด | 15 หน่วยสากล |
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 75 เม็ด |
| มาตรฐานรับรอง | อย., ฮาลาล, GHPs, HACCP |
- ประกอบด้วยน้ำมันปลาสกัดจากปลาทะเล 1,000 มิลลิกรัม วิตามินอี 2.25 IU ต่อ 1 แคปซูล
- ให้ EPA และ DHA สูง โดยใน 1 แคปซูลมี EPA 100 มิลลิกรัม และ DHA 500 มิลลิกรัม
- มีส่วนช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง และวิตามินอีช่วยลดการเสื่อมสภาพของโอเมก้า 3
- ผ่านการตรวจสอบปริมาณของสารปรอทและตะกั่ว ได้รับการรับรองมาตรฐาน อย. และฮาลาล
- รูปแบบแคลซูลซอฟต์เจล ดูดซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยกลบกลิ่นและรสชาติได้ดี
| รูปแบบอาหารเสริม | แบบแคปซูล |
|---|---|
| ปริมาณน้ำมันปลาต่อเม็ด | 1,000 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 100 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 500 mg |
| ปริมาณวิตามินอีต่อเม็ด | 2.25 หน่วยสากล |
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 60 เม็ด |
| มาตรฐานการรับรอง | ✓ |
| มีเลขทะเบียน อย. | ✓ |
สกัดจากปลาแอนโชวี่ มีวิตามินอี ช่วยลดไตรกลีเซอไรด์
- น้ำมันปลาสกัดจากปลาแอนโชวี่ 1,000 มิลลิกรัม ในรูปแบบของแคปซูลซอฟต์เจล 30 แคปซูล
- บรรจุในขวดพลาสติกแบบทึบ ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพจากแสงแดด ตกแล้วไม่แตกง่าย
- สัดส่วนของปริมาณ EPA และ DHA อยู่ที่ 3:2 โดยมี EPA 180 มิลลิกรัม DHA 120 มิลลิกรัม
- ผู้ที่มีเลือดแข็งตัวช้าควรหลีกเลี่ยง ส่วนเด็ก สตรีมีครรภ์และผู้ที่แพ้ปลาทะเลห้ามรับประทาน
| รูปแบบอาหารเสริม | แบบแคปซูล |
|---|---|
| ปริมาณน้ำมันปลาต่อเม็ด | 1,000 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 180 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 120 mg |
| ปริมาณวิตามินอีต่อเม็ด | ไม่ระบุ |
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 100 เม็ด |
| มาตรฐานรับรอง | อย., GMP |
น้ำมันสกัดจากปลาทะเล อุดมด้วยโอเมก้า 3 และวิตามินอี
- สกัดจากปลาทะเล มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงถึง 300 มิลลิกรัมต่อแคปซูล บรรจุในขวดสีชา
- สัดส่วนของ EPA และ DPA อยู่ที่ 3:2 โดยมี EPA 180 มิลลิกรัม และ DHA 120 มิลลิกรัม
- มีส่วนผสมของวิตามินอี ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงสมอง เส้นผมและผิว ทั้งยังทำให้เลือดไหลเวียนดี
- เด็ก สตรีมีครรภ์และผู้ที่แพ้ปลาทะเลห้ามรับประทาน และควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้ที่เลือดแข็งตัวช้า
| รูปแบบอาหารเสริม | แบบแคปซูล |
|---|---|
| ปริมาณน้ำมันปลาต่อเม็ด | 1,000 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 180 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 120 mg |
| ปริมาณวิตามินอีต่อเม็ด | 10 หน่วยสากล |
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 80 เม็ด |
| มาตรฐานรับรอง | อย. |
แคปซูลนิ่ม น้ำมันปลาใกล้เคียงธรรมชาติ โอเมก้า 3 เข้มข้น
- บรรจุในขวดสีทึบ ป้องกันการเสื่อมสภาพของน้ำมันปลา และรักษาคุณภาพของสารอาหาร
- ใช้น้ำมันปลาแบบ rTG ใกล้เคียงน้ำมันปลาธรรมชาติ ทำให้ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้ได้ดี
- รูปแบบแคปซูลนิ่ม ช่วยให้กลืนง่าย ไม่ทำให้ระคายคอ และลดกลิ่นคาวปลาหลังรับประทาน
- เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีภาวะเลือดแข็งตัวช้า รวมถึงผู้ที่มีอาการแพ้ปลาทะเลห้ามรับประทาน
| รูปแบบอาหารเสริม | แบบแคปซูลซอฟต์เจล |
|---|---|
| ปริมาณน้ำมันปลาต่อเม็ด | 1,150 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 552 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 368 mg |
| ปริมาณวิตามินอีต่อเม็ด | ไม่ระบุ |
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 30 เม็ด |
| มาตรฐานรับรอง | อย., HACCP |
กลืนง่าย มีวิตามินอีรักษาคุณภาพน้ำมันปลา ลดการอักเสบ
- บรรจุในรูปแบบแคปซูลนิ่ม ช่วยลดกลิ่นคาวน้ำมันปลา และทำให้กลืนรับประทานได้สะดวก
- มี EPA ช่วยดูแลการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด และ DHA ช่วยบำรุงสมองและสายตา
- ส่วนผสมวิตามินอี ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำมันปลาเสื่อมสภาพ และลดอาการอักเสบในร่างกาย
- เด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้ที่แพ้ปลาทะเลไม่ควรทาน และผู้ที่เลือดแข็งตัวช้า ควรปรึกษาแพทย์
| รูปแบบอาหารเสริม | แบบแคปซูลซอฟต์เจล |
|---|---|
| ปริมาณน้ำมันปลาต่อเม็ด | 500 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 90 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 60 mg |
| ปริมาณวิตามินอีต่อเม็ด | 2.68 หน่วยสากล |
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 30 เม็ด |
| มาตรฐานรับรอง | อย. |
กลิ่นเลมอน สกัดแบบเอทิลเอสเทอร์ รักษาคุณภาพโอเมก้า 3
- ซอฟต์เจลช่วยให้กลืนง่าย ไม่ระคายคอ และแต่งกลิ่นเลมอนช่วยลดกลิ่นคาวของน้ำมันปลา
- ส่วนผสมดี - อัลฟ่า โทโคฟีรอล ช่วยป้องกันน้ำมันปลาเหม็นหืน และรักษาคุณภาพของโอเมก้า 3
- โอเมก้า 3 รูปแบบเอทิลเอสเทอร์ที่ผ่านการสกัด ทำให้มีความเข้มข้นสูง และช่วยให้ดูดซึมได้ดี
- เด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้แพ้อาหารทะเลไม่ควรทาน และผู้ที่เลือดแข็งตัวช้าควรระมัดระวังในการทาน
| รูปแบบอาหารเสริม | แบบแคปซูลซอฟต์เจล |
|---|---|
| ปริมาณน้ำมันปลาต่อเม็ด | 1.400 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 540 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 360 mg |
| ปริมาณวิตามินอีต่อเม็ด | 13.33 หน่วยสากล |
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 60 เม็ด |
| มาตรฐานรับรอง | อย. |
แคปซูลนิ่มกลืนง่าย กลิ่นคาวปลาน้อย ช่วยดูแลระบบหัวใจ
- ซอฟต์เจลขนาดเล็ก ช่วยให้เด็กโตและผู้สูงวัยที่ทานยาเม็ดลำบากสามารถกลืนได้ง่ายขึ้น
- สกัดจากปลาทะเลน้ำลึก ทำให้มีปริมาณน้ำมันปลารวมสูงสุด 500 มิลลิกรัมต่อแคปซูล
- มีสัดส่วนของ EPA ที่สูงกว่า DHA โดยมี EPA 180 มิลลิกรัม และ DHA 120 มิลลิกรัม
- เด็ก สตรีมีครรภ์และผู้แพ้อาหารทะเลไม่ควรทาน ผู้ที่เลือดแข็งตัวช้าควรใช้อย่างระมัดระวัง
| รูปแบบอาหารเสริม | แบบแคปซูล |
|---|---|
| ปริมาณน้ำมันปลาต่อเม็ด | 500 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 180 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 120 mg |
| ปริมาณวิตามินอีต่อเม็ด | ไม่ระบุ |
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 75 เม็ด |
| มาตรฐานรับรอง | อย., ฮาลาล |
สกัดจากปลาทะเล ลดไตรกลีเซอไรด์ บำรุงระบบประสาท
- บรรจุในขวดสีทึบ จำนวน 90 แคปซูล เพื่อช่วยป้องกันแสงที่ทำให้น้ำมันปลาเสื่อมคุณภาพ
- สกัดจากปลาทะเลในยุโรป อเมริกาใต้ และแอฟริกาเหนือ ให้น้ำมันปลา 1,000 มิลลิกรัม
- กรดไขมัน EPA ควบคุมระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ และบรรเทาอาการอักเสบตามข้อต่อได้
- ระวังการใช้สำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เด็กและสตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยง
| รูปแบบอาหารเสริม | แบบแคปซูล |
|---|---|
| ปริมาณน้ำมันปลาต่อเม็ด | 1,000 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 180 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 120 mg |
| ปริมาณวิตามินอีต่อเม็ด | ไม่ระบุ |
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 90 เม็ด |
| มาตรฐานรับรอง | อย., ฮาลาล |
จากปลาทะเลน้ำลึก มีโอเมก้า 3 และ 6 ช่วยดูแลหลอดเลือด
- สกัดจากปลาทะเลน้ำลึกในเขตหนาว ให้กรดไขมันบริสุทธิ์และให้สารอาหารที่มีความเข้มข้น
- กรดไขมันโอเมก้า 3 เช่น EPA และ DHA เสริมการทำงานของหัวใจ สมอง และระบบประสาท
- มีวิตามินอีช่วยคงคุณภาพของน้ำมันปลา บรรเทาการอักเสบ และทำให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้น
- มีส่วนช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ปรับสมดุลคอเลสเตอรอล ลดไขมันไม่ดีและเพิ่มไขมันดี
| รูปแบบอาหารเสริม | แบบแคปซูลซอฟต์เจล |
|---|---|
| ปริมาณน้ำมันปลาต่อเม็ด | 1,000 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 180 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 120 mg |
| ปริมาณวิตามินอีต่อเม็ด | 6 หน่วยสากล |
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 30 เม็ด |
| มาตรฐานรับรอง | อย. |
มีวิตามินอี บำรุงระบบประสาทและผิว ปราศจากสารปนเปื้อน
- สกัดจากปลาทะเลน้ำลึกประเทศนิวซีแลนด์ และผ่านการทดสอบสารปนเปื้อนและโลหะหนัก
- ผสมวิตามินอี ช่วยให้น้ำมันปลาไม่เสื่อมสภาพ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และทำให้ผิวดูชุ่มชื้น
- ช่วยดูแลการทำงานของระบบหัวใจ หลอดเลือด สมอง ระบบประสาท และสายตาให้เป็นปกติ
- เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ที่แพ้ปลาทะเล และถั่วเหลืองไม่ควรทาน ผู้ที่เลือดแข็งตัวช้าควรระมัดระวัง
| รูปแบบอาหารเสริม | แบบแคปซูลซอฟต์เจล |
|---|---|
| ปริมาณน้ำมันปลาต่อเม็ด | 1,000 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 180 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 120 mg |
| ปริมาณวิตามินอีต่อเม็ด | 18.51 หน่วยสากล |
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 30 เม็ด |
| มาตรฐานรับรอง | อย., GHPs |
น้ำมันปลา กินตอนไหนดี

น้ำมันปลา ไม่ควรกินคู่กับอะไร

ไม่ควรรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น Warfarin Aspirin หรือ Clopidogrel ซึ่งเมื่อรับประทานร่วมกับน้ำมันปลาที่มีฤทธิ์ต้านการเกาะตัวของเกล็ดเลือดเช่นกัน อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะเลือดออกผิดปกติได้ และควรหลีกเลี่ยงการรับประทานร่วมกับสมุนไพรหรืออาหารเสริมที่ฤทธิ์ต้านเกล็ดเลือด เช่น แปะก๊วย กระเทียม ขมิ้นชัน ขิง หรือวิตามิน E ขนาดสูง ซึ่งอาจเสริมฤทธิ์กันและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออก
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ