




อาหารเสริมบำรุงกระดูกคือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารอาหารสำคัญ เช่น แคลเซียม วิตามินดี และแมกนีเซียม ซึ่งช่วยเสริมสร้างและรักษาความแข็งแรงของกระดูก มีประโยชน์ในการป้องกันโรคกระดูกพรุนและช่วยให้กระดูกแข็งแรงสุขภาพดี เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่กระดูก คนท้อง ผู้ที่ให้นมบุตรและเด็กที่กำลังเจริญเติบโต
บทความนี้เราได้รวบรวมวิธีการเลือกอาหารเสริมบำรุงกระดูกให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ พร้อมคำแนะนำจาก ภก.ณัฐดนัย สุวัฑฒิต เภสัชกร และยังมี 10 อาหารเสริมบำรุงกระดูก จากยี่ห้อยอดนิยมที่ประกอบไปด้วยแคลเซียม วิตามินดี แมกนีเซียม และอื่น ๆ ทั้งสำหรับผู้สูงอายุ กลุ่มคนท้อง รวมไปถึงกลุ่มเด็กที่ต้องการบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงด้วย
Top 5 อาหารเสริมบํารุงกระดูก

ภก.ณัฐดนัย สุวัฑฒิต จบการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกำลังศึกษาต่อ MBA คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด ตำแหน่ง Product Manager (ผู้จัดการผลิตภัณฑ์) บริษัทยาแห่งหนึ่ง และเป็นเจ้าของร้านยา (หุ้นส่วน) และปฎิบัติงานในร้านยาทั้งทั่วไปและร้านยาเชน (Part-time) คุณบอสเคยทำงานทั้งด้านการขาย การตลาด และเภสัชกรร้านยา รวมทั้งงานอาสาปฏิบัติงานที่ Hospitel ช่วงสถานการณ์ COVID-19 ด้วย และนอกเหนือจากงานในสายอาชีพแล้ว คุณบอสยังมีประสบการณ์ด้านงานเขียนบทความลงในเพจและเว็บไซต์ร้านยาขณะที่ทำงานร้านยาอีกด้วย

คุณท๊อปเป็นนักวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยเน้นการศึกษาทางด้านระบบภูมิคุ้มกันและการพัฒนาวัคซีน นอกจากนี้ ยังมีประสบการณ์ทำงานด้านการควบคุมคุณภาพในอุตสาหกรรมอาหาร ยา และอาหารเสริม ซึ่งทำให้มีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ด้วยความสนใจเป็นพิเศษด้านโภชนาการเพื่อสุขภาพ คุณท๊อปจึงให้ความสำคัญกับอาหารเสริม การรับประทานอาหารแบบคีโตเจนิก และวัตถุดิบออร์แกนิก ศึกษาคุณประโยชน์ของสารอาหาร เครื่องปรุงคีโต และแนวทางการรับประทานที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อนำมาใช้กับตนเองและถ่ายทอดให้กับผู้อื่นได้เข้าใจง่าย ซึ่งจากพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และประสบการณ์จริง คุณท๊อปสามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำเกี่ยวกับอาหารเสริม สุขภาพ และโภชนาการ พร้อมแนะนำแนวทางในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อร่างกาย ทั้งสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพทั่วไปและผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ผ่านนบทความที่อ่านง่าย อ้างอิงงานวิจัยจริง และช่วยให้ผู้อ่านสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารเสริมบำรุงกระดูกเหมือนกัน แต่จะมีความแตกต่างในเรื่องส่วนผสมและปริมาณของสารต่าง ๆ เพื่อให้ตรงกับจุดประสงค์การบำรุง ฉะนั้นผู้ซื้อจึงควรศึกษาวิธีการเลือกอาหารเสริมให้ตรงตามความต้องการของตนเองด้วย
การทานอาหารเพื่อเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงถือว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุ เพราะความหนาแน่นของมวลกระดูกจะค่อย ๆ ลดลง จนเกิดอาการปวดข้อต่อและเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนได้ จึงขอแนะนำให้เลือกอาหารเสริมเบื้องต้นดังนี้
สำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี และในเพศหญิงช่วงก่อนหมดประจำเดือน ควรพิจารณาการทานอาหารเสริมแคลเซียมเพิ่มเติม เพราะเมื่ออายุมากขึ้นกระดูกก็จะเริ่มเสื่อมสภาพ สัดส่วนของมวลกระดูกก็ลดน้อยลงด้วย ซึ่งการเลือกแคลเซียมที่เหมาะสมคือ การดูว่าปริมาณใน 1 แคปซูลหรือ 1 หน่วยบริโภคนั้นอยู่ในระดับเท่าใด เนื่องจากผู้สูงอายุที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปจะต้องการแคลเซียมอย่างน้อย 1,000 - 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน จึงควรเลือกอาหารเสริมที่มีปริมาณแคลเซียมเพียงพอสำหรับความต้องการใน 1 วัน
นอกจากนี้ ควรเลือกสูตรที่เสริมด้วยวิตามินดี เพื่อช่วยในการดูดซึมแคลเซียม โดยจะออกฤทธิ์ที่กระดูกช่วยในการเจริญเติบโต อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนพาราไทรอยด์อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการสลายของกระดูก หากขาดวิตามินดีจะส่งผลให้การดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสในทางเดินอาหารรวมถึงมวลกระดูกลดลงด้วย ซึ่งปริมาณที่ควรได้รับคือ 400 - 800 IU หรือ 10 - 20 ไมโครกรัมต่อวัน
กลูโคซามีนและคอลลาเจนเหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 50 ปี และผู้หญิงที่เข้าสู่วัยก่อนมีประจำเดือน เพราะสามารถช่วยบำรุงข้อต่อและไขข้อต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการทานแคลเซียมบำรุงกระดูก เพื่อชะลอการเสื่อมของระบบกระดูกและไขข้อได้อย่างครบถ้วน
สำหรับขนาดในการทานกลูโคซามีนที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 1,500 มิลลิกรัม/วัน และควรทานต่อเนื่องกันอย่างน้อย 3 เดือน โดยจะเลือกทานเป็นแบบผงชงวันละครั้งหรือแบบเม็ด (เม็ดละ 500 mg) วันละ 3 ครั้งก็ได้ หากทานในปริมาณที่น้อยกว่านี้อาจทำให้ไม่เห็นผลในเรื่องของการแก้ปวดจากอาการปวดข้อได้อย่างชัดเจน ส่วนขนาดของคอลลาเจนที่แนะนำ หากต้องการเสริมเรื่องไขข้อ ข้อต่อ ควรเลือกคอลลาเจนชนิดที่ 2 (Collagen type II) โดยทานในปริมาณ 5 - 10 กรัม/วัน ต่อเนื่องกันอย่างน้อย 3 เดือนเช่นกัน

สำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อมและมีอาการปวดจากไขข้อเสื่อม อาจเลือกอาหารเสริมกลูโคซามีนสูตรที่มีส่วนผสมของคอนดรอยตินเสริมเพื่อบรรเทาอาการปวดข้อได้ เพราะคอนดรอยตินเป็นองค์ประกอบของเนื้อเยื่อและกระดูกอ่อนโดยเฉพาะ ซึ่งขนาดที่แนะนำจะอยู่ที่ 800 - 1,200 mg ต่อวัน ทั้งนี้ อาหารเสริมประเภทกลูโคซามีนที่ผสมกับคอนดรอยตินมักจะอยู่ในรูปแบบของยาหรือยาอันตรายเป็นหลัก ซึ่งต้องสั่งใช้โดยแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น
แมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อกระบวนการทำงานภายในร่างกายหลายระบบ เช่น ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบประสาท กล้ามเนื้อ หัวใจ กระดูก การขาดแมกนีเซียมจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะไมเกรน อ่อนเพลีย ร่างกายเหนื่อยตลอดเวลา กล้ามเนื้ออ่อนแรง กล้ามเนื้อชา เป็นตะคริวบ่อย ๆ ซึ่งผู้สูงอายุที่มีอาการเหล่านี้ควรเลือกทานแมกนีเซียมเสริมด้วย โดยปริมาณแมกนีเซียมที่ควรได้รับต่อวันคือ 350 มิลลิกรัม ทั้งนี้ แมกนีเซียมส่วนหนึ่งจะพบได้จากอาหารได้หลายชนิด เช่น ธัญพืช พืชตระกูลถั่ว เป็นต้น ดังนั้น แค่เลือกอาหารเสริมแมกนีเซียมปริมาณ 200 - 300 มิลลิกรัม/วัน ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

สำหรับนมผงปรุงแต่งจากถั่วเหลืองจะเหมาะกับเพศหญิงวัยหลังหมดประจำเดือนหรือวัยทอง เพราะจะมีไฟโตเอสโตรเจนช่วยชดเชยฮอร์โมนที่ขาดหายไปได้
คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตรจำเป็นต้องได้รับการเสริมแคลเซียมมากกว่าปกติ แต่จะเลือกทานอย่างไรให้เพียงพอและปลอดภัยต่อเด็กในครรภ์ เราได้รวบรวมข้อมูลมาฝากกันดังนี้

แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่พบได้มากในนมแม่และเป็นส่วนประกอบที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารก หากคุณแม่ที่ให้นมบุตรได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ ร่างกายจะมีการดึงแคลเซียมจากกระดูกของแม่เพื่อมาสร้างเป็นน้ำนม ทำให้มีโอกาสเสียมวลกระดูกได้มากถึง 5% จึงมีความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนได้ จึงขอแนะนำให้ทานแคลเซียมให้เพียงพอในปริมาณ 800 - 1,000 มิลลิกรัม/วัน แต่หากได้รับแคลเซียมจากแหล่งอาหารอื่น ๆ อยู่แล้วในปริมาณที่เหมาะสม ก็สามารถเลือกอาหารเสริมแคลเซียมที่มีปริมาณวันละ 500 มิลลิกรัมก็เพียงพอแล้ว
แคลเซียมเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญมากต่อมวลกระดูกและการขยายตัวของกระดูกในวัยเด็กที่กำลังเจริญเติบโต และจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในวัยรุ่นหรือช่วงโตเร็ว (14 ปี ในเพศชายและ 12 ปี ในเพศหญิง) เพราะจะส่งผลโดยตรงกับเรื่องความแข็งแรง ความสูงและยังมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วย ซึ่งผู้ปกครองสามารถให้เด็กทานอาหารเสริมแคลเซียมได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป โดยปริมาณแคลเซียมที่เหมาะสมกับความต้องในแต่ละช่วงวัย มีดังนี้
・ เด็กอายุ 6 เดือน - 1 ปี ควรได้รับแคลเซียม 600 มิลลิกรัม/วัน
・ เด็กอายุ 1 - 3 ปี ควรได้รับแคลเซียม 700 มิลลิกรัม/วัน
・ เด็กอายุ 4 - 8 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1000 มิลลิกรัม/วัน
・ เด็กอายุ 9 - 18 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1300 มิลลิกรัม/วัน
สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนถึง 8 ปี ขอแนะนำให้เลือกอาหารเสริมที่มีปริมาณแคลเซียมครึ่งหนึ่งของปริมาณแคลเซียมที่แนะนำต่อวัน เพื่อให้ได้แคลเซียมที่เพียงพอต่อการเติบโตและไม่มากจนเกินไป โดยอาจเลือกอาหารเสริมที่เป็นแคลเซียมชนิดเดียวหรืออาหารเสริมที่มีส่วนผสมของแคลเซียมอยู่ก็ได้ แต่สำหรับเด็กอายุ 9 - 18 ปี สามารถเลือกอาหารเสริมปริมาณ 750-1000 มิลลิกรัม ได้เลยเนื่องจากเป็นวัยที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเลือกทานเป็นแบบเม็ดหรือแคปซูลก็ได้

อาหารเสริมบำรุงกระดูกสำหรับเด็กเล็กอายุ 6 เดือนถึง 8 ปี จะแนะนำเป็นอาหารเสริมแบบน้ำเชื่อมที่เป็นวิตามินรวมที่มีส่วนผสมของแคลเซียมด้วย เพราะเด็กเล็กจะยังต้องการปริมาณไม่มากและแบบน้ำเชื่อมจะมีความปลอดภัย สามารถทานได้ตั้งแต่วัย 6 เดือนขึ้นไป
สำหรับกลุ่มอาหารเสริมกลูโคซามีนจะมีข้อควรระวังเฉพาะในกลุ่มผู้ที่แพ้อาหารทะเลและความดันลูกตาสูง
ส่วนคอลลาเจนและอาหารเสริมแมกนีเซียมนั้นไม่มีข้อควรระวังใดเป็นพิเศษหากรับประทานตามขนาดที่กล่าวไว้แล้วด้านบน รวมทั้งยังสามารถทานร่วมกันกับอาหารเสริมแคลเซียมได้
เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | รายละเอียด | |||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
รูปแบบ | ส่วนประกอบสำคัญ | ความเข้มข้นของแคลเซียมต่อหน่วย | ความเข้มข้นของวิตามินดีต่อหน่วย | ความเข้มข้นของแมกนีเซียมต่อหน่วย | ปริมาณบรรจุ | จำนวนบริโภคต่อวัน | มาตรฐาน อย. | มาตรฐาน GMP | |||||
Blackmores Bio Calcium + D3 | ![]() | แคลเซียมสูง เสริมมวลกระดูก มีวิตามินดีช่วยในการดูดซึม | เม็ด | แคลเซียม, วิตามินดี 3 | 500 มก. | 200 IU | 60 เม็ด | 1 เม็ด | |||||
MEGA We care Calcium-D | ![]() | เม็ดเล็กทานง่าย บำรุงข้อต่อ เสริมสุขภาพกระดูกและฟัน | แคปซูล | แคลเซียมคาร์บอเนต, วิตามิน ดี3 | 600 มก. | 0.2 มก. | 20 แคปซูล | 1 แคปซูล | |||||
Anlene Actifit 3 | ![]() | นมไขมันต่ำ มีสารอาหารบำรุงกระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อ | ผง | แคลเซียม | ไม่ระบุ | ไม่ระบุ | ไม่ระบุ | 1,000 กรัม | 1 ซอง | ||||
Auswelllife AWL Calcium Plus D3 | ![]() | แคปซูลนิ่มรสส้ม มีแคลเซียมเท่านม 2 แก้ว ทานได้ทุกวัย | เม็ด | แคลเซียม คาร์บอเนต 98.5%, วิตามินดี 3 | 200.2 มก. | 0.005 มก. | 30 เม็ด | 1 เม็ด | |||||
Nutrilite Cal Mag D | ![]() | มีสารสกัดอัลฟาฟา มีเกลือแร่ ไม่เจือสี ไม่ใช้วัตถุกันเสีย | เม็ด | แคลเซียม คาร์บอเนต | 217 มก. | 164 IU | 117 มก. | 250 เม็ด | 2 เม็ด | ||||
Giffarine Cal D Mag | ![]() | เสริมแคลเซียม มีวิตามินหลายชนิด เพิ่มความสูงในวัยเด็ก | แคปซูล | แคลเซียม, แมกนีเซียม, วิตามิน D3, วิตามิน C, วิตามิน E, สังกะสี, ทองแดง, แมงกานีส | 600 มก. | 200 IU | 53 มก. | 60 แคปซูล | 1 เม็ด | ||||
Zenji Calark | ![]() | ส่วนผสมจากธรรมชาติ มีคอลลาเจน เสริมความยืดหยุ่น | แคปซูล | แคลเซียม, แมกนีเซียม, กระดูกอ่อนปลาฉลาม, คอลลาเจน Type2 | 500 มก. | 1 มก. | 150 มก. | 30 แคปซูล | 2 แคปซูล | ||||
Zeavita Tuna Bone Calcium Plus | ![]() | แคลเซียมกระดูกปลาทูน่า เพิ่มมวลกระดูก ไม่ทำให้ท้องอืด | เม็ด | ผงกระดูกปลาทูน่า | 125 มก. | ไม่ระบุ | 131 มก. | 60 เม็ด | 2 เม็ด | ||||
GNC Coral Calcium Plus Magnesium & Vitamin D-3 | ![]() | แคลเซียมฟอสซิลปะการัง ไม่ใส่วัตถุกันเสีย Gluten Free | แคปซูล | แคลเซียม, แมกนีเซียม, วิตามินดี | 200 มก. | 100 IU | 100 มก. | 180 แคปซูล | 1 เม็ด | ||||
Dr.PONG แคลเซียม CALCIUM 500 PLUS D3 & K2 | ![]() | เพิ่มมวลกระดูก ลดเสี่ยงเป็นกระดูกพรุน ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน | เม็ด | แคลเซียม คาร์บอเนต, วิตามินดี 3, วิตามินเค 2 | 500 มก. | 600 IU | ไม่ระบุ | 90 เม็ด | 1 เม็ด | ||||
| รูปแบบ | เม็ด |
|---|---|
| ส่วนประกอบสำคัญ | แคลเซียม, วิตามินดี 3 |
| ความเข้มข้นของแคลเซียมต่อหน่วย | 500 มก. |
| ความเข้มข้นของวิตามินดีต่อหน่วย | 200 IU |
| ความเข้มข้นของแมกนีเซียมต่อหน่วย | |
| ปริมาณบรรจุ | 60 เม็ด |
| จำนวนบริโภคต่อวัน | 1 เม็ด |
| มาตรฐาน อย. | |
| มาตรฐาน GMP |
| รูปแบบ | แคปซูล |
|---|---|
| ส่วนประกอบสำคัญ | แคลเซียมคาร์บอเนต, วิตามิน ดี3 |
| ความเข้มข้นของแคลเซียมต่อหน่วย | 600 มก. |
| ความเข้มข้นของวิตามินดีต่อหน่วย | 0.2 มก. |
| ความเข้มข้นของแมกนีเซียมต่อหน่วย | |
| ปริมาณบรรจุ | 20 แคปซูล |
| จำนวนบริโภคต่อวัน | 1 แคปซูล |
| มาตรฐาน อย. | |
| มาตรฐาน GMP |
| รูปแบบ | ผง |
|---|---|
| ส่วนประกอบสำคัญ | แคลเซียม |
| ความเข้มข้นของแคลเซียมต่อหน่วย | ไม่ระบุ |
| ความเข้มข้นของวิตามินดีต่อหน่วย | ไม่ระบุ |
| ความเข้มข้นของแมกนีเซียมต่อหน่วย | ไม่ระบุ |
| ปริมาณบรรจุ | 1,000 กรัม |
| จำนวนบริโภคต่อวัน | 1 ซอง |
| มาตรฐาน อย. | |
| มาตรฐาน GMP |
| รูปแบบ | เม็ด |
|---|---|
| ส่วนประกอบสำคัญ | แคลเซียม คาร์บอเนต 98.5%, วิตามินดี 3 |
| ความเข้มข้นของแคลเซียมต่อหน่วย | 200.2 มก. |
| ความเข้มข้นของวิตามินดีต่อหน่วย | 0.005 มก. |
| ความเข้มข้นของแมกนีเซียมต่อหน่วย | |
| ปริมาณบรรจุ | 30 เม็ด |
| จำนวนบริโภคต่อวัน | 1 เม็ด |
| มาตรฐาน อย. | |
| มาตรฐาน GMP |
| รูปแบบ | เม็ด |
|---|---|
| ส่วนประกอบสำคัญ | แคลเซียม คาร์บอเนต |
| ความเข้มข้นของแคลเซียมต่อหน่วย | 217 มก. |
| ความเข้มข้นของวิตามินดีต่อหน่วย | 164 IU |
| ความเข้มข้นของแมกนีเซียมต่อหน่วย | 117 มก. |
| ปริมาณบรรจุ | 250 เม็ด |
| จำนวนบริโภคต่อวัน | 2 เม็ด |
| มาตรฐาน อย. | |
| มาตรฐาน GMP |
| รูปแบบ | แคปซูล |
|---|---|
| ส่วนประกอบสำคัญ | แคลเซียม, แมกนีเซียม, วิตามิน D3, วิตามิน C, วิตามิน E, สังกะสี, ทองแดง, แมงกานีส |
| ความเข้มข้นของแคลเซียมต่อหน่วย | 600 มก. |
| ความเข้มข้นของวิตามินดีต่อหน่วย | 200 IU |
| ความเข้มข้นของแมกนีเซียมต่อหน่วย | 53 มก. |
| ปริมาณบรรจุ | 60 แคปซูล |
| จำนวนบริโภคต่อวัน | 1 เม็ด |
| มาตรฐาน อย. | |
| มาตรฐาน GMP |
| รูปแบบ | แคปซูล |
|---|---|
| ส่วนประกอบสำคัญ | แคลเซียม, แมกนีเซียม, กระดูกอ่อนปลาฉลาม, คอลลาเจน Type2 |
| ความเข้มข้นของแคลเซียมต่อหน่วย | 500 มก. |
| ความเข้มข้นของวิตามินดีต่อหน่วย | 1 มก. |
| ความเข้มข้นของแมกนีเซียมต่อหน่วย | 150 มก. |
| ปริมาณบรรจุ | 30 แคปซูล |
| จำนวนบริโภคต่อวัน | 2 แคปซูล |
| มาตรฐาน อย. | |
| มาตรฐาน GMP |
| รูปแบบ | เม็ด |
|---|---|
| ส่วนประกอบสำคัญ | ผงกระดูกปลาทูน่า |
| ความเข้มข้นของแคลเซียมต่อหน่วย | 125 มก. |
| ความเข้มข้นของวิตามินดีต่อหน่วย | ไม่ระบุ |
| ความเข้มข้นของแมกนีเซียมต่อหน่วย | 131 มก. |
| ปริมาณบรรจุ | 60 เม็ด |
| จำนวนบริโภคต่อวัน | 2 เม็ด |
| มาตรฐาน อย. | |
| มาตรฐาน GMP |
| รูปแบบ | แคปซูล |
|---|---|
| ส่วนประกอบสำคัญ | แคลเซียม, แมกนีเซียม, วิตามินดี |
| ความเข้มข้นของแคลเซียมต่อหน่วย | 200 มก. |
| ความเข้มข้นของวิตามินดีต่อหน่วย | 100 IU |
| ความเข้มข้นของแมกนีเซียมต่อหน่วย | 100 มก. |
| ปริมาณบรรจุ | 180 แคปซูล |
| จำนวนบริโภคต่อวัน | 1 เม็ด |
| มาตรฐาน อย. | |
| มาตรฐาน GMP |
| รูปแบบ | เม็ด |
|---|---|
| ส่วนประกอบสำคัญ | แคลเซียม คาร์บอเนต, วิตามินดี 3, วิตามินเค 2 |
| ความเข้มข้นของแคลเซียมต่อหน่วย | 500 มก. |
| ความเข้มข้นของวิตามินดีต่อหน่วย | 600 IU |
| ความเข้มข้นของแมกนีเซียมต่อหน่วย | ไม่ระบุ |
| ปริมาณบรรจุ | 90 เม็ด |
| จำนวนบริโภคต่อวัน | 1 เม็ด |
| มาตรฐาน อย. | |
| มาตรฐาน GMP |
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































