10 DHA ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 อาหารเสริมบํารุงสมอง
บทความนี้เรามีวิธีการเลือก DHA ให้เหมาะสมสำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป สำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์ สำหรับผู้สูงอายุ และสำหรับคนทั่วไปที่ต้องการบำรุงสมองและสายตา พร้อมคำแนะนำจาก ภก.ณัฐดนัย สุวัฑฒิต เภสัชกร/ผู้จัดการผลิตภัณฑ์บริษัทยา และยังมี 10 DHA จากแบรนด์ยอดนิยม ได้รับมาตรฐานการผลิต โดยมีทั้ง DHA คนท้อง, DHA เด็ก, DHA สำหรับผู้สูงอายุ และ DHA สำหรับคนทั่วไปมาแนะนำเพิ่มเติมด้วย

ภก.ณัฐดนัย สุวัฑฒิต จบการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกำลังศึกษาต่อ MBA คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด ตำแหน่ง Product Manager (ผู้จัดการผลิตภัณฑ์) บริษัทยาแห่งหนึ่ง และเป็นเจ้าของร้านยา (หุ้นส่วน) และปฎิบัติงานในร้านยาทั้งทั่วไปและร้านยาเชน (Part-time) คุณบอสเคยทำงานทั้งด้านการขาย การตลาด และเภสัชกรร้านยา รวมทั้งงานอาสาปฏิบัติงานที่ Hospitel ช่วงสถานการณ์ COVID-19 ด้วย และนอกเหนือจากงานในสายอาชีพแล้ว คุณบอสยังมีประสบการณ์ด้านงานเขียนบทความลงในเพจและเว็บไซต์ร้านยาขณะที่ทำงานร้านยาอีกด้วย

คุณออมเป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์เขียนบทความด้านสุขภาพ อาหารเสริม และอุปกรณ์เพื่อสุขภาพมากว่า 4 ปี โดยทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ แพทย์ และเภสัชกร ทำให้มีโอกาสศึกษาข้อมูลเฉพาะทางเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพอย่างลึกซึ้ง นอกจากความสนใจในเรื่องสุขภาพแล้ว คุณออมยังหลงใหลในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ทั้งอาหาร การใช้ชีวิต และภาษาญี่ปุ่น โดยเคยเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยในจังหวัดมิเอะเป็นเวลา 1 ปี ประสบการณ์นี้ทำให้เธอได้เรียนรู้แนวคิดด้านสุขภาพของชาวญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารที่สมดุล วัฒนธรรมการดื่มชา หรือการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทำให้คุณออมสนุกกับการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับโภชนาการและการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน โดยเชื่อว่าการเลือกกินที่ดีและการปรับไลฟ์สไตล์ให้เหมาะสมเป็นสิ่งที่ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นอย่างยั่งยืน คุณออมจึงมุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อ่านสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ

Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
DHA มีประโยชน์อย่างไร
หลัก ๆ แล้ว DHA ช่วยเสริมการทำงานของระบบสมองและสายตา ช่วยลดระดับไขมันในเลือดและเสริมภูมิคุ้มกันโดยลดการอักเสบในร่างกาย

DHA เป็นกรดไขมันจำเป็นกลุ่มโอเมก้า 3 ที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ โดยมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างการทำงานของระบบสมองและสายตา ทั้งยังช่วยลดระดับไขมันในเลือดและลดการอักเสบในร่างกายเพื่อป้องกันความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เด็กเล็กและหญิงตั้งครรภ์ ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองและจอประสาทตาของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงวัยเจริญเติบโต เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการเรียนรู้และการมองเห็นที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในอนาคต
ผู้สูงอายุ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์สมองและลดความเสี่ยงจากการเกิดภาวะความจำเสื่อม พร้อมทั้งช่วยดูแลระบบหมุนเวียนโลหิตให้ทำงานได้อย่างสมดุลเพื่อป้องกันสภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นตามวัย
ผู้ที่ควรระวัง ผู้ที่มีภาวะเลือดไหลไม่หยุดหรือรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเสริมประเภทนี้ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อระบบการหยุดไหลของเลือดในร่างกายได้
แหล่งที่มา
อ้างอิง Health benefits of docosahexaenoic acid (DHA), Horrocks, L. A., & Yeo, Y. K., 1999, The Ohio State University, United States
วิธีการเลือกอาหารเสริม DHA
อาหารเสริม DHA แต่ละสูตรจะมีการคิดค้นส่วนผสมและปริมาณมาให้เหมาะกับความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล จึงขอแนะนำการพิจารณาเบื้องต้นเพื่อความประสิทธิภาพในการทาน ดังนี้
เลือกอาหารเสริม DHA ที่มีทั้งปริมาณ DHA และ EPA เหมาะสมกับช่วงวัย
อาหารเสริม DHA จะมี EPA ผสมด้วยอยู่แล้ว ซึ่ง EPA เป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่นเดียวกับ DHA ที่สามารถพบได้จากปลาทะเลน้ำลึกเท่านั้น ไม่พบในพืช ซึ่งความต้องการ DHA และ EPA จะต่างกันตามแต่ละช่วงวัย ดังนี้
สำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป เลือกอาหารเสริมที่มี DHA EPA ต่อวัน ตามช่วงอายุ
วัยเด็กจะต้องการ DHA และ EPA ในสัดส่วน 2:1 เพื่อพัฒนาระบบสมองและสายตา โดยปริมาณที่เหมาะสมจะแตกต่างกันตามช่วงอายุเพราะแต่ละวัยจะมีการเจริญเติบโตต่างกัน

การเลือกเสริมโภชนาการด้วย dha เด็ก ในช่วงวัยตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป มีส่วนช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสมองและสายตาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยควรพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่มีสัดส่วนปริมาณสารอาหารที่เหมาะสมต่อความต้องการในแต่ละช่วงวัยดังนี้
เด็กอายุ 1-2 ปี ควรได้รับปริมาณ DHA 100 มิลลิกรัม และ EPA 50 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างเซลล์ประสาทและการมองเห็นในช่วงเริ่มต้นของการเรียนรู้
เด็กอายุ 3-6 ปี ควรได้รับปริมาณ DHA 150 มิลลิกรัม และ EPA 75 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อรองรับการทำงานของสมองที่เริ่มมีความซับซ้อนและการทำกิจกรรมทางกายที่เพิ่มมากขึ้นในวัยเรียน
เด็กอายุ 7-10 ปี ควรได้รับปริมาณ DHA 200 มิลลิกรัม และ EPA 100 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อช่วยในด้านสมาธิและความจำสำหรับการเรียนรู้เนื้อหาวิชาการที่เข้มข้นขึ้นในระดับประถมศึกษา
เด็กอายุ 11-14 ปี ควรได้รับปริมาณ DHA 300 มิลลิกรัม และ EPA 150 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อสนับสนุนระบบประสาทในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและระดับฮอร์โมนที่สำคัญ
เด็กอายุ 15-18 ปี ควรได้รับปริมาณ DHA 350 มิลลิกรัม และ EPA 175 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อบำรุงสมองให้พร้อมสำหรับการเรียนหนักและการใช้สายตาอย่างต่อเนื่องในช่วงเตรียมเข้าสู่ระดับอุดมศึกษา
แหล่งที่มา
อ้างอิง Dietary Intakes of Arachidonic Acid and Docosahexaenoic Acid in Early Life - With a Special Focus on Complementary Feeding in Developing Countries, Brenna, J. T., Varamini, B., Jensen, R. G., et al., 2017, Cornell University, United States
สำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์ เลือกอาหารเสริมที่มี DHA 600 mg และ EPA 300 mg ต่อวัน
ผู้ที่ตั้งครรภ์ควรทาน DHA ที่สูงเพียงพอ เพื่อช่วยพัฒนาสมองและสายตาของทารกในครรภ์ รวมทั้งช่วยลดความเสี่ยงโรคซึมเศร้าหลังคลอด แต่ควรทานภายใต้คำแนะนำของแพทย์

สำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์ แนะนำให้เลือก DHA คนท้องหรืออาหารเสริมที่มี DHA 600 mg และ EPA 300 mg ต่อวัน เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองและระบบประสาทของทารกในครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรง อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนดและช่วยเพิ่มน้ำหนักตัวของทารกให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสากล
สารอาหารในระดับความเข้มข้นนี้ยังช่วยลดความอ่อนล้าและป้องกันภาวะซึมเศร้าของคุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอดได้เป็นอย่างดี โดยสัดส่วนที่เหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ประโยชน์ในการบำรุงจอประสาทตาของทารกได้อย่างเต็มที่ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการมองเห็นและการเรียนรู้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
แหล่งที่มา
อ้างอิง DHA supplementation and pregnancy outcomes, Carlson, S. E., Colombo, J., Gajewski, B. J., et al., 2013, University of Kansas Medical Center, United States
สำหรับผู้สูงอายุ เลือก DHA 600 mg ขึ้นไป และ EPA 300 mg ขึ้นไป
การได้รับ DHA และ EPA ที่สูงเพียงพอจะช่วยลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ ลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดและหัวใจ ชะลอการเกิดโรคสมองเสื่อมได้ แต่รวมกันไม่ควรเกิน 3,000 mg/วัน

สำหรับผู้สูงอายุ แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ DHA EPA ที่เหมาะสม โดยต้องมีปริมาณ DHA 600 mg ขึ้นไป และ EPA 300 mg ขึ้นไป เพื่อประสิทธิภาพในการบำรุงเซลล์ประสาทและสมองให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งปริมาณที่เข้มข้นนี้มีส่วนสำคัญในการช่วยชะลอความเสื่อมของระบบประสาทและลดความเสี่ยงต่อภาวะความจำเสื่อมในวัยชราได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้สารอาหารดังกล่าวยังมีส่วนช่วยลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดและเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่หลอดเลือดเพื่อป้องกันโรคหัวใจอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยลดการอักเสบตามข้อต่อต่าง ๆ ของร่างกายซึ่งช่วยให้ผู้สูงอายุเคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาวหากรับประทานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
แหล่งที่มา
อ้างอิง Beneficial effects of docosahexaenoic acid on cognition in age-related cognitive decline, Karin Yurko-Mauro, Donald McCarthy, Ditte Rom, et al., 2010, Memory Improvement with Docosahexaenoic Acid Study (MIDAS), United States
สำหรับคนทั่วไปที่ต้องการบำรุงสมองและสายตา เลือกปริมาณ DHA 250 - 500 mg ต่อวัน
DHA ช่วยบำรุงสมองและสายตาได้ จึงเหมาะกับคนที่ทำงานหนัก ใช้สายตามากโดยสัดส่วน DHA และ EPA ที่เหมาะสมคือ 2:1 และรวมกันแล้วไม่เกิน 1,000 mg ต่อวัน

สำหรับคนทั่วไปที่ต้องการบำรุงสมองและสายตา แนะนำให้เลือกรับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณ DHA อยู่ที่ 250 - 500 mg ต่อวัน ซึ่งเป็นระดับที่เพียงพอต่อการฟื้นฟูเซลล์ประสาทจากการเรียนหรือทำงานหนัก โดยควรเลือกสูตรที่มีสัดส่วนระหว่าง DHA และ EPA ในอัตราส่วน 2:1 เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการดูแลระบบประสาทกลางและจอประสาทตา
นอกจากนี้ควรควบคุมปริมาณการได้รับสารอาหาร DHA EPA ทั้งสองชนิดรวมกันไม่ให้เกิน 1,000 mg ต่อวัน เพื่อความสมดุลของระบบไหลเวียนโลหิตภายในร่างกาย ซึ่งการรับประทานในเกณฑ์ที่กำหนดจะช่วยลดความอ่อนล้าของดวงตาจากการจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน และช่วยเพิ่มสมาธิให้แก่ผู้ที่รับประทานอาหารทะเลไม่เพียงพอได้อย่างเหมาะสม
แหล่งที่มา
อ้างอิง Scientific Opinion on the Substantiation of Health Claims Related to Docosahexaenoic Acid (DHA) and Maintenance of Normal Brain Function and Maintenance of Normal Vision, EFSA Panel on Dietetic Products, Nutrition and Allergies (NDA), 2011, European Food Safety Authority (EFSA), European Union
เลือกอาหารเสริม DHA ที่มาจากแหล่งปลาทะเลน้ำลึกจะมีประสิทธิภาพที่สุด
DHA ที่สกัดจากปลาทะเลน้ำลึกจะมีประสิทธิภาพสูงกว่าแหล่งอื่นเพราะมีสภาพแวดล้อมเหมาะสม ซึ่งร่างกายจะดูดซึมและนำไปใช้ได้ดี รวมทั้งยังมีโอเมก้า 3 เข้มข้น และมี EPA คุณภาพสูง

การเลือกอาหารเสริม DHA ที่สกัดจากปลาทะเลน้ำลึกถือเป็นตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีคุณภาพทำให้ปลาอย่างแซลมอนหรือแมคเคอเรลสะสมกรดไขมันโอเมก้า 3 ได้อย่างเข้มข้น โดยสารอาหารที่สกัดออกมาจะอยู่ในรูปแบบที่ร่างกายสามารถนำไปใช้งานได้ง่ายและดูดซึมเข้าสู่เซลล์ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังควรเลือกสารสกัดที่มีแหล่งผลิตจากทะเลลึกยังมีสัดส่วนของ EPA ที่ช่วยเสริมการทำงานของร่างกายให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น อีกทั้งสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมยังช่วยลดโอกาสการปนเปื้อนของสารตกค้าง ทำให้ผู้บริโภคได้รับคุณประโยชน์อย่างเต็มที่ในการบำรุงสมองและสายตาได้อย่างปลอดภัยสม่ำเสมอ
แหล่งที่มา
อ้างอิง Bioavailability of marine n-3 fatty acid formulations, Dyerberg, J., Madsen, P., Møller, J. M., et al., 2010, University of Copenhagen, Denmark
เลือกอาหารเสริม DHA ที่เสริมสารต้านอนุมูลอิสระร่วมด้วย
DHA เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวจึงเกิดการออกซิเดชันได้ง่าย จึงต้องเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระลงไปเพื่อคงคุณค่าสารอาหาร ซึ่งวิตามินอีหรือวิตามินดีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและละลายในไขมันได้ดี

การเลือกอาหารเสริม DHA ที่มีการเสริมสารต้านอนุมูลอิสระร่วมด้วยถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากกรดไขมันโอเมก้า 3 มักเสื่อมสภาพได้ง่ายจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน การเติมสารเหล่านี้จึงช่วยคงคุณภาพสารอาหารและเพิ่มประโยชน์ต่อร่างกายได้ดังนี้
วิตามินอี สารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในไขมันได้ดี ช่วยปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์และป้องกันการเสื่อมสภาพของกรดไขมัน พร้อมทั้งช่วยบำรุงสายตา ลดการอักเสบ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวพรรณและดวงตาอย่างมีประสิทธิภาพ
วิตามินดี อีกหนึ่งสารสำคัญที่ช่วยละลายในไขมันเพื่อเสริมการทำงานของร่างกาย มีคุณสมบัติช่วยลดความเครียดและต้านภาวะซึมเศร้า ทั้งยังช่วยบำรุงกระดูกและลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจได้อย่างดีเยี่ยม
เลือกรูปแบบอาหารเสริม DHA ที่มีประสิทธิภาพในการดูดซึมดีที่สุด
รูปแบบซอฟต์เจลหรือแคปซูลนิ่มจะใส่ DHA ได้ในปริมาณมากกว่ารูปแบบอื่น ทำให้ได้ DHA ที่มีความเข้มข้นและร่างกายดูดซึมได้ดีกว่า จึงสามารถบำรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีอาหารเสริม DHA รูปแบบอื่น ๆ เพื่อให้เหมาะกับผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม เช่น DHA แบบน้ำเชื่อม ซึ่งเหมาะสำหรับเด็กที่ยังทานยาเม็ดไม่ได้ แต่อาจจะมีปริมาณ DHA น้อย หรือแบบเยลลี่ ซึ่งสามารถทานได้ง่าย รสชาติดี เหมาะทั้งกับเด็กและผู้ที่ไม่ชอบทานยาแคปซูล แต่จะมีปริมาณ DHA น้อยและควบคุมปริมาณการทานได้ยาก

10 DHA ยี่ห้อไหนดี อาหารเสริมบํารุงสมอง
สินค้า | รูปภาพ | ช่องทางซื้อสินค้า | รายละเอียด | ||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
รูปแบบ | จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | ปริมาณ Omega-3 ต่อเม็ด | ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | แหล่งสารสกัด | วิตามินและแร่ธาตุเสริมอื่น ๆ | ปราศจากกลิ่นคาว | ผ่านการตรวจสอบปริมาณสารปรอทและตะกั่ว | ปราศจากกลูเตน | ปราศจากส่วนผสมของถั่วเหลือง | มาตรฐาน อย. | ||||
Dr.PONG น้ำมันปลา Daily Omega-3 Odourless Fish Oil | ![]() | แคปซูลนิ่ม | 75 เม็ด | 350 mg | 120 mg | 180 mg | น้ำมันปลาธรรมชาติ | วิตามินอี | ไม่ระบุ | ||||||
Blackmores Omega Triple Daily โอเมก้า ทริปเปิ้ล เดลี | ![]() | แคปซูลนิ่ม | 60 เม็ด | 930 mg | 360 mg | 540 mg | น้ำมันปลาธรรมชาติ | ||||||||
Vistra น้ำมันปลาแซลมอน Salmon Fish Oil Plus Vitamin E | ![]() | แคปซูลนิ่ม | 75 เม็ด | 350 mg | 120 mg | 180 mg | น้ำมันปลาแซลมอน | วิตามินอี, สารต้านอนุมูลอิสระ | ไม่ระบุ | ||||||
Mama DHA 250 mg | ![]() | แคปซูลนิ่ม | 30 เม็ด | 655 mg | 250 mg | ไม่ระบุ | น้ำมันสาหร่าย | สารสกัดจากโรสแมรี่ | |||||||
Auswelllife Algal Oil DHA | ![]() | เจลลี่ | 30 เม็ด | 350 mg | 140 mg | 70 mg | น้ำมันสาหร่ายทะเล | ไม่ระบุ | |||||||
NBL DHA Algae Oil | ![]() | แคปซูลนิ่ม | 180 เม็ด | 470 mg | 188 mg | 94 mg | น้ำมันสาหร่ายทะเล | ไม่ระบุ | ไม่ระบุ | ||||||
MEGA We care DHA 500 (30's) | ![]() | แคปซูลนิ่ม | 30 เม็ด | 700 mg | 500 mg | 105 mg | น้ำมันปลา | วิตามินอี | |||||||
Zeavita Tuna Head Fish Oil+ ฟิชออยล์ หัวทูน่า | ![]() | แคปซูลนิ่ม | 60 เม็ด | 500 mg | 125 mg | 25 mg | หัวปลาทูน่า | วิตามินอี, บี 2, บี 12, บี 6 | ไม่ระบุ | ||||||
Nature's Way Vita Burst DHA 330 mg | ![]() | แคปซูลนิ่ม | 50 เม็ด | ไม่ระบุ | 300 mg | 60 mg | น้ำมันปลา | ||||||||
NOW FOODS DHA Kids | ![]() | แคปซูลนิ่ม | 60 เม็ด | 550 mg | 100 mg | 24 mg | น้ำมันปลา | วิตามินอี | |||||||

| รูปแบบ | แคปซูลนิ่ม |
|---|---|
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 75 เม็ด |
| ปริมาณ Omega-3 ต่อเม็ด | 350 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 120 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 180 mg |
| แหล่งสารสกัด | น้ำมันปลาธรรมชาติ |
| วิตามินและแร่ธาตุเสริมอื่น ๆ | วิตามินอี |
| ปราศจากกลิ่นคาว | |
| ผ่านการตรวจสอบปริมาณสารปรอทและตะกั่ว | ไม่ระบุ |
| ปราศจากกลูเตน | |
| ปราศจากส่วนผสมของถั่วเหลือง | |
| มาตรฐาน อย. |

| รูปแบบ | แคปซูลนิ่ม |
|---|---|
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 60 เม็ด |
| ปริมาณ Omega-3 ต่อเม็ด | 930 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 360 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 540 mg |
| แหล่งสารสกัด | น้ำมันปลาธรรมชาติ |
| วิตามินและแร่ธาตุเสริมอื่น ๆ | |
| ปราศจากกลิ่นคาว | |
| ผ่านการตรวจสอบปริมาณสารปรอทและตะกั่ว | |
| ปราศจากกลูเตน | |
| ปราศจากส่วนผสมของถั่วเหลือง | |
| มาตรฐาน อย. |
| รูปแบบ | แคปซูลนิ่ม |
|---|---|
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 75 เม็ด |
| ปริมาณ Omega-3 ต่อเม็ด | 350 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 120 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 180 mg |
| แหล่งสารสกัด | น้ำมันปลาแซลมอน |
| วิตามินและแร่ธาตุเสริมอื่น ๆ | วิตามินอี, สารต้านอนุมูลอิสระ |
| ปราศจากกลิ่นคาว | |
| ผ่านการตรวจสอบปริมาณสารปรอทและตะกั่ว | ไม่ระบุ |
| ปราศจากกลูเตน | |
| ปราศจากส่วนผสมของถั่วเหลือง | |
| มาตรฐาน อย. |
| รูปแบบ | แคปซูลนิ่ม |
|---|---|
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 30 เม็ด |
| ปริมาณ Omega-3 ต่อเม็ด | 655 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 250 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | ไม่ระบุ |
| แหล่งสารสกัด | น้ำมันสาหร่าย |
| วิตามินและแร่ธาตุเสริมอื่น ๆ | สารสกัดจากโรสแมรี่ |
| ปราศจากกลิ่นคาว | |
| ผ่านการตรวจสอบปริมาณสารปรอทและตะกั่ว | |
| ปราศจากกลูเตน | |
| ปราศจากส่วนผสมของถั่วเหลือง | |
| มาตรฐาน อย. |
| รูปแบบ | เจลลี่ |
|---|---|
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 30 เม็ด |
| ปริมาณ Omega-3 ต่อเม็ด | 350 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 140 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 70 mg |
| แหล่งสารสกัด | น้ำมันสาหร่ายทะเล |
| วิตามินและแร่ธาตุเสริมอื่น ๆ | ไม่ระบุ |
| ปราศจากกลิ่นคาว | |
| ผ่านการตรวจสอบปริมาณสารปรอทและตะกั่ว | |
| ปราศจากกลูเตน | |
| ปราศจากส่วนผสมของถั่วเหลือง | |
| มาตรฐาน อย. |
| รูปแบบ | แคปซูลนิ่ม |
|---|---|
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 180 เม็ด |
| ปริมาณ Omega-3 ต่อเม็ด | 470 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 188 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 94 mg |
| แหล่งสารสกัด | น้ำมันสาหร่ายทะเล |
| วิตามินและแร่ธาตุเสริมอื่น ๆ | ไม่ระบุ |
| ปราศจากกลิ่นคาว | |
| ผ่านการตรวจสอบปริมาณสารปรอทและตะกั่ว | |
| ปราศจากกลูเตน | |
| ปราศจากส่วนผสมของถั่วเหลือง | |
| มาตรฐาน อย. | ไม่ระบุ |
| รูปแบบ | แคปซูลนิ่ม |
|---|---|
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 30 เม็ด |
| ปริมาณ Omega-3 ต่อเม็ด | 700 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 500 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 105 mg |
| แหล่งสารสกัด | น้ำมันปลา |
| วิตามินและแร่ธาตุเสริมอื่น ๆ | วิตามินอี |
| ปราศจากกลิ่นคาว | |
| ผ่านการตรวจสอบปริมาณสารปรอทและตะกั่ว | |
| ปราศจากกลูเตน | |
| ปราศจากส่วนผสมของถั่วเหลือง | |
| มาตรฐาน อย. |
| รูปแบบ | แคปซูลนิ่ม |
|---|---|
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 60 เม็ด |
| ปริมาณ Omega-3 ต่อเม็ด | 500 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 125 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 25 mg |
| แหล่งสารสกัด | หัวปลาทูน่า |
| วิตามินและแร่ธาตุเสริมอื่น ๆ | วิตามินอี, บี 2, บี 12, บี 6 |
| ปราศจากกลิ่นคาว | |
| ผ่านการตรวจสอบปริมาณสารปรอทและตะกั่ว | ไม่ระบุ |
| ปราศจากกลูเตน | |
| ปราศจากส่วนผสมของถั่วเหลือง | |
| มาตรฐาน อย. |
| รูปแบบ | แคปซูลนิ่ม |
|---|---|
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 50 เม็ด |
| ปริมาณ Omega-3 ต่อเม็ด | ไม่ระบุ |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 300 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 60 mg |
| แหล่งสารสกัด | น้ำมันปลา |
| วิตามินและแร่ธาตุเสริมอื่น ๆ | |
| ปราศจากกลิ่นคาว | |
| ผ่านการตรวจสอบปริมาณสารปรอทและตะกั่ว | |
| ปราศจากกลูเตน | |
| ปราศจากส่วนผสมของถั่วเหลือง | |
| มาตรฐาน อย. |
| รูปแบบ | แคปซูลนิ่ม |
|---|---|
| จำนวนเม็ดต่อบรรจุภัณฑ์ | 60 เม็ด |
| ปริมาณ Omega-3 ต่อเม็ด | 550 mg |
| ปริมาณ DHA ต่อเม็ด | 100 mg |
| ปริมาณ EPA ต่อเม็ด | 24 mg |
| แหล่งสารสกัด | น้ำมันปลา |
| วิตามินและแร่ธาตุเสริมอื่น ๆ | วิตามินอี |
| ปราศจากกลิ่นคาว | |
| ผ่านการตรวจสอบปริมาณสารปรอทและตะกั่ว | |
| ปราศจากกลูเตน | |
| ปราศจากส่วนผสมของถั่วเหลือง | |
| มาตรฐาน อย. |
อาหารเสริม DHA ควรกินตอนไหนดีที่สุด
อาหารเสริม DHA ควรรับประทานพร้อมหรือหลังมื้ออาหารทันที โดยแนะนำเป็นมื้อกลางวัน หรือมื้อเย็น เพราะจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดีและลดอาการข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ ท้องเสียได้ นอกจากนี้ การทานอาหารเสริม DHA สามารถทานติดต่อกันเป็นเวลานานได้ เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง แต่ควรรับประทานในขนาดที่แนะนำ โดยรับประทานอาหารเสริม DHA และ EPA รวมกันสูงสุดไม่เกิน 3,000 mg ต่อวัน เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเลือดออกง่าย
ข้อควรระวังในการทานอาหารเสริม DHA
สำหรับผู้ที่มีแผนการผ่าตัดหรือทำหัตถการควรหยุดทานอาหารเสริม DHA 7 - 30 วัน ก่อนทำหัตถการหรือตามแพทย์สั่ง เพราะอาจทำให้เกิดภาวะเลือดไหลไม่หยุดได้ ส่วนผู้ที่มีโรคเลือดไหลไม่หยุด เลือดหยุดไหลช้า เป็นโรคเลือด หรือทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟารินหรือเฮพาริน ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารเสริม DHA
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ







































